
จาก ‘อิกคิวซัง’ สู่ ‘ซิตคอมธรรมะ’ ปะทะ ‘เรียลิตีสามเณรปลูกปัญญาธรรม’
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
สมัยเด็กๆ ผมชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอิกคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละตอนมักเต็มไปด้วยปุจฉา วิสัชนา ที่ท้าทายให้อิกคิวซังต้องใช้หมอง เพื่อนำไปสู่การไขปริศนาจนลุล่วงไปได้ด้วยดี (ซึ่งแต่ละปริศนานั้น สุดท้ายแล้วก็ได้มอบแง่คิดดีๆ แก่คนดูเสมอ)
อยู่มาวันหนึ่งผมนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะย้อนวัยกลับไปดูการ์ตูนเรื่องนี้อีกครั้ง ผมเลยเข้าไปยูทูบเพื่อดูการ์ตูนเรื่องนี้อย่างเพลิดเพลินใจ ทันใดนั้น ทีวีช่องที่ผมเปิดคาไว้ก็มีหลวงตาท่านหนึ่งกำลังชี้ทางสว่างให้แก่เหล่าบรรดาฆราวาสจอมวุ่น (ตามท้องเรื่อง) จู่ๆ ผมก็ปิ๊งแวบขึ้นมาได้ว่า “ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”
บ่ายวันศุกร์
ผมมีนัดกับอดีตสมาชิกวงเฉลียง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีวี ธันเดอร์ และเป็น Executive Producer ละครซิตคอมธรรมะ เรื่อง หลวงตามหาชน ปี 3 ตอน “หลวงตาผจญภัย” ชายหนุ่มผู้นี้คือ แต๋งภูษิต ไล้ทอง
แต๋ง เล่าให้ผมฟังว่า ทีวี ธันเดอร์ คือสื่อโทรทัศน์ที่นำเสนอผลงานภายใต้แนวคิดกรีนเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่มอบสาระภายใต้ความบันเทิงสู่ผู้ชม และละครซิตคอมธรรมะเรื่องหลวงตามหาชนก็คือหนึ่งในนั้น
“กับละครซิตคอมธรรมะเรื่องหลวงตามหาชน เราพูดถึงเรื่องราวของชุมชนที่มีกลุ่มคนอาศัยอยู่ ซึ่งสิ่งที่คนในชุมชนนับถือ แน่นอนว่าต้องเป็นพระ พระมีชีวิตที่กลมกลืนกับชุมชน พอคนมีความเชื่อถือในพระ พระก็เป็นที่พึ่ง ซึ่งพระที่มีอายุหน่อยก็คือหลวงตา เราเลยนำเสนอความเป็นหลวงตาที่ช่วยชาวบ้านแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยภาษาชาวบ้าน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนดูได้ง่ายขึ้น ผมว่ามันเป็นรูปแบบที่น่ารัก คนดูน่าจะได้รับอรรถรส ได้ข้อคิดเชิงธรรมะ รวมทั้งได้รับคำสอนจากท่าน ว.วชิรเมธี ตอนท้ายเรื่องอีกด้วย”
หากพูดถึงความเป็นชุมชน แน่นอนว่าย่อมมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ละครเรื่องนี้จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในด้านใด แต๋ง ภูษิต ยิ้ม ก่อนตอบว่า
“ไม่ว่าสังคมใด มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ คนมีความเห็นแก่ตัวในตัวเองอยู่แล้ว ปัญหาเกิดจากคนนี่แหละ เมื่อคนเกิดขึ้น ปัญหาก็เกิดขึ้น ศาสนาเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ละครเรื่องนี้จึงต้องการสื่อว่า ปัญหาทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าคนถอดความเห็นแก่ตัวทิ้งไป สมมติว่าคนสองคนมีปัญหากัน แน่นอนว่าต่างคนต่างยกเหตุผลเพื่อบอกว่าตัวเองถูก แต่ถ้ามีอีกคนมาชี้แจง มาช่วยแยกแยะให้มองเห็นปัญหาจริงๆ คนผู้นั้นควรต้องเป็นผู้ที่เสียสละแล้วซึ่งความเห็นแก่ตัว นั่นคือพระสงฆ์ เราเลยอยากให้คนได้เห็นว่า ไม่ต้องมีศาสนาก็ได้ ถ้าคนละซึ่งความเห็นแก่ตัว แต่ถ้ายังมีความเห็นแก่ตัวกันอยู่ ยังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ พระสงฆ์ก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อการช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของคนในสังคม”
ในสายตาของคนนอก มักจะมีคำถามเกิดขึ้น ว่าธรรมะกับความบันเทิงเริงใจ มันสามารถไปด้วยกันได้ดีแค่ไหน ขอบเขตของละครซิตคอมธรรมะควรมีอยู่ตรงที่ใด นี่คือปริศนาที่มีคำตอบ
“เราทำเรื่องพระ สิ่งที่เราต้องตระหนักเสมอคือ หนึ่ง เราต้องศึกษาธรรมวินัยและจารีตของพระสงฆ์ สอง สิ่งที่เป็นธรรมะปฏิบัติ เป็นคำสอนที่มีอยู่จริง หรือมีพระสงฆ์ที่เชื่อถือได้บอกไว้ และสาม ทุกอย่างที่ทำไม่นำไปสู่การกล่าวร้ายศาสนาหรือสังคม ผมไปปรึกษาท่าน ว.วชิรเมธี ว่าพระสงฆ์ทำอย่างนี้ได้มั้ย ท่านได้บอกไว้ ว่าในความเป็นจริง พระสงฆ์อยู่ในชุมชนจริงๆ มีชีวิตใกล้เคียงกับคนในชุมชนจริงๆ ส่วนหนึ่งของพระก็คือมนุษย์ที่อยู่ภายใต้จีวร เพียงแต่ถือศีลและละซึ่งความเห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำจึงไม่เป็นกังวล สิ่งใดที่ทำภายใต้จิตที่เป็นกุศล ไม่ว่าจะคิด พูด ทำ จึงเป็นเจตนาที่ถูก แม้ว่าตัวละครจะพูดหยาบหรือไม่เพราะ แต่ภายใต้จิตที่เป็นกุศล ถือว่าทำได้ แตกต่างจากการพูดเพราะ ทำดี แต่อยู่ภายใต้จิตไม่เป็นกุศล ก็ไม่เป็นประโยชน์”
กับสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง วิถีชุมชนและคนในสังคมก็มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงก็มีตามมาเยอะแยะมากมาย ทำให้มีผู้จัดละครที่เล็งเห็นถึงคุณค่าความสำคัญของการแก้ไขปัญหาผ่านทางละครซิตคอมธรรมะเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “หลวงพี่มาแล้ว” ละครซิตคอมแบบบ้านๆ ที่ดูสนุ้กสนุก เข้าใจง่าย ได้สาระ (นักแสดงนำโดย จิ๊ก เนาวรัตน์ จ๊ะจ๋า พริมรตา และโอเลี้ยง เชิญยิ้ม) เมื่อละครดำเนินเรื่องจนจบ จะเกิดประเด็นคำถามเพื่อให้สังคมได้ลองคิดไตร่ตรองและหาคำตอบ โดยช่วงท้ายของละครจะมี พระมหาสมปอง ตาลปุตโต จะมาสรุปแว่... (ทุกคนขานรับ...สรุปว่า...ฮากันไป) เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจและคิดตามถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างมีสติ นอกจากนี้ยังมี “ภาวนาฮาเฮ” ละครซิตคอมธรรมะที่นำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่มีประโยชน์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ผ่านทางพระมหาสมปอง ตาลปุตโต (อีกเช่นเคยครับท่านผู้ชม) แสดงนำโดย ลีโอ พุฒ (เป็นการกลับมาเล่นละครอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน และกลับมาเล่นหลังจากที่เพิ่งบวชและสึกจากการเป็นพระมาสดๆ ร้อนๆ), โบวี่อัฐมา ชีวนิชพันธ์, หมูพิมพ์ผกา เสียงสมบุญ, เอ เชิญยิ้ม, โอเลี้ยง เชิญยิ้ม
และเป็นที่น่าเสียดายที่ละครซิตคอมธรรมะน้ำดีอีกเรื่องหนึ่งต้องลาจอไปเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ “ตัดหางปล่อยวัด” ซิตคอมธรรมะที่นำเสนอเรื่องราวปัญหาของคนหลากหลายที่ต้องมาพึ่งธรรมะจากหลวงพ่อและสามเณรโข่ง โดยมี 5 เด็กวัดในบุคลิกเพี้ยนๆ ที่แตกต่างกันออกไปมาร่วมสร้างความสนุกสนาน
รายการเรียลิตีที่กำลัง ‘ฮอต’
พระอาจารย์ : เป้าหมายพรุ่งนี้ เราจะ...ฉันข้าวไม่คุย สวดมนต์ตั้งใจ เล่นเป็นเวลา ตื่นขึ้นมาพับผ้าห่มให้เรียบร้อย
สามเณรโซดา : พนันเลยว่าพรุ่งนี้ตื่นมาสามเณรยูจะไม่เก็บผ้าปูที่นอน
พระอาจารย์ : อย่าตัดสินคนอื่นจากภายนอก อย่าตัดสินจากผิวเผิน
บทสนทนาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพระอาจารย์กับสามเณรน้อยในเย็นวันหนึ่ง ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ดำเนินรายการเรียลิตี สามเณร ปลูกปัญญาธรรม รายการที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน 9 รูป (เณรแพลน, เณรเพชร, เณรโซดา, เณรปังปอนด์, เณรยู, เณรเจอร์, เณรเอิร์ธ, เณรบุ๊ค และเณรมิกกี้) เป็นระยะเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันแรกของการนุ่งห่มชุดขาว เตรียมพร้อมก่อนบวช พิธีบรรพชาเป็นสามเณร จนถึงพิธีลาสิกขา
ตลอดระยะเวลา 1 เดือน สามเณรทั้ง 9 รูปจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติธรรมอย่างมีลำดับขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย 2 วันก่อนบรรพชา “การเตรียมความพร้อม” รับรู้ทุกขั้นตอนก่อนบวช ซ้อมสวด ซ้อมบวช และซ้อมห่มจีวร สัปดาห์ที่ 1 “การเรียนรู้” เป็นเรื่องจิตใจ ความอดทน อดกลั้น การอยู่ร่วมกัน สัปดาห์ที่ 2 “การปฏิบัติ” ฝึกความอดทน ความตั้งใจ การเรียน การฝึกสติ สมาธิ และการอยู่ร่วมกัน สัปดาห์ที่ 3 “การทดสอบ” ความอดทน สมาธิ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การปรับกายและใจ สัปดาห์ที่ 4 “การถ่ายทอด” บทสรุปของการบรรพชาสามเณร การสอบครั้งสุดท้าย และเณรทุกรูปจะได้ขึ้นเทศน์โปรดโยมพ่อ โยมแม่
ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และผู้ชมก็จะได้เห็นถึงความเป็นเด็กที่อยู่ในตัวของสามเณรน้อยที่รอการขัดเกลาจากทั้งพระอาจารย์และเหล่าอาจารย์รับเชิญ อาจจะมีทั้งอิ่มใจ ขัดใจ หงุดหงิดใจ ในความเป็นเด็กของสามเณรทั้ง 9 รูป แต่ท้ายที่สุด เด็กอย่างไรก็คือเด็ก ที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ การให้อภัย ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้คำติเตือน ให้ข้อคิด ให้โอกาส และให้คะแนน! (อันนี้สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับสามเณรน้อยทั้งหลาย) นี่หรือเปล่าคือคุณค่าของรายการที่ผู้รับชม (ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่) ต่างก็ได้รับประโยชน์ตามไปด้วย
หลังจากที่ผมนั่งชมนั่งดูสามเณรน้อยจอมป่วนทั้ง 9 รูป ทางหน้าจอแล้ว บอกได้เลยว่าอิ่มอกอิ่มใจดีเหลือเกิน รายการอะไรก็ไม่รู้ ทำให้เราในฐานะผู้ใหญ่ได้ข้อคิดอะไรๆ มากมายที่นำไปใช้กับชีวิต ซึ่งต้องขอบอกว่า ใครที่ยังไม่ได้ดู ยังมีเวลาให้ได้ชมได้ติดตามอีก 9 วัน เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากพลาดชมรายการดีๆ แบบนี้ ต้องรีบดูเป็นการด่วน!
รายการธรรมะแจ๋วๆ
หลวงตามหาชน ปี 3 “หลวงตาผจญภัย” ทุกวันเสาร์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เวลา 09.0009.30 น.
หลวงพี่มาแล้ว ทุกวันพุธวันศุกร์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เวลา 11.0011.05 น.
ภาวนาฮาเฮ ทุกวันพฤหัสบดี ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เวลา 15.2015.45 น.
สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ถ่ายทอดรายการตลอด 24 ชั่วโมง ออกอากาศถึงวันที่ 20 พ.ค. ทางทรูวิชั่นส์ช่อง 60 และทรูวิชั่นส์ HD ช่อง 120 หรือชมรายการแบบออนไลน์ผ่าน www.trueplookpanya.com/truelittlemonk







