
สำราญรสแบบ ‘แซมบา’
ใครๆ ก็ว่าชาวแซมบา ไม่ใช่ชนชาติที่บ้าแต่ฟุตบอลเท่านั้น ยังเป็นนักดื่ม นักกิน ตัวยงอีกต่างหาก!!!
โดย...องค์ชายห้า
ใครๆ ก็ว่าชาวแซมบา ไม่ใช่ชนชาติที่บ้าแต่ฟุตบอลเท่านั้น ยังเป็นนักดื่ม นักกิน ตัวยงอีกต่างหาก!!!
ว่าแต่ชาวแซมบาเขากินอะไรกันหว่า นั่นดิ!!!
สารภาพตามตรงว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเขากินอะไรเป็นอาหารหลัก ไอ้ที่เอวองค์ยามส่ายได้พลิ้วไหวใบไม้สั่น ไม่ต่างกับลีลาการเลี้ยงลูกหนังขั้นเทพนั้น เป็นผลมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปด้วยหรือเปล่า อิอิ
วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สำราญออกรสแบบแซมบาสักที เมื่อทางห้องอาหารพาโนรามา โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพ ลุมพินี พาร์ค (โทร. 02-632-9000) จัดเต็ม ด้วยการพามาสัมผัสรสชาติอาหารสไตล์แซมบา ที่เรียกว่า Churrascaria บาร์บีคิวสไตล์บราซิเลียน ที่คงรูปแบบการนำเสนออาหารปิ้งย่างแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน ผ่านการรังสรรค์เมนูโดยเชฟชาวบราซิล เอดมิลสัน อเซเวโด เชฟประจำห้องอาหารไวลด์ไลฟ์ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กูร์กาออน ห้องอาหารบราซิลต้นตำรับแห่งเดียวในอินเดีย
นั่นหมายความว่าเราจะได้สวมวิญญาณการกินดื่มแบบแซมบาเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน ซึ่งว่ากันว่าชาวบราซิเลียนก็ชอบกิน “ข้าว” เป็นอาหารหลักเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยกินข้าวหุงธรรมดา มักจะเป็นข้าวที่หมักเครื่องเทศประจำถิ่น และเมนูข้าวที่ฮิตระดับชาติของเขาก็คือ อา-โฮซส์เฟ-เจา คือข้าวราดด้วยถั่วต้ม คนบราซิลชอบกินถั่วชนิดเข้าขั้นทั้งคาว ทั้งหวาน มักมีถั่วเข้าไปแจมด้วยเสมอ โดยเฉพาะถั่วลิสงและถั่วดำนี่ล่ะชอบกันเป็นหนักหนา
ส่วนวิธีการกินบาร์บีคิวให้ออกรสอย่างแซมบา ผู้รู้บอกว่า นอกจากจะต้องดูโชว์ลีลาส่ายเอวพลิ้วไหวใบไม้สั่นไปพร้อมกับมื้ออาหารแล้ว ก็ต้องไล่ไปตามลำดับการกินกันสักหน่อย และที่ขาดไปเสียมิได้คือการได้กินอาหารปิ้งย่างแบบดั้งเดิมของแซมบา ซึ่งก็จะทำให้มื้อนั้นน่าถวิลหามากยิ่งขึ้น
ชั่วโมงบาร์บีคิวแสนสำราญของชาวแซมบานั้น มักเริ่มต้นเสิร์ฟด้วยอาหารเบาๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยเหมือนกับอาหารชาติอื่นๆ อย่างขนมปังชีสต้นตำรับบราซิลที่หอมแป้งและเครื่องเทศ พร้อมด้วยสลัดที่นอกจากผักสลัดนานาที่เราคุ้นเคยแล้ว ชาวแซมบาเขายังนิยมใส่ผักดอง ซึ่งมีให้เลือกหาอยู่ลายตา ทั้งแตงกวาลูกเล็กดอง มะกอกดอง กระเทียมดอง แครอตและกะหล่ำดอง นิยมใส่จำนวนเยอะกว่าผักสลัดสดๆ เสียอีกนะ เออ...ยอมรับว่าแปลกแต่อร่อยดี
ตามกันต่อกับอาหารจานหลักที่ปรุงรสกันแบบเข้มข้นถึงเครื่องสุดๆ แต่ไม่เน้นความจัดจ้านเท่าบ้านเรา รสชาติจะเนียนๆ นัวๆ ที่เชิดหน้าชูตาก็จะเป็น Moqueca De Pixe คือสตูเนื้อปลากับกะทิ คล้ายต้มข่า แต่เข้มข้นกว่า
ประเภทข้าวก็จะเป็น Arroz Carreteiro ข้าวอบเนื้อลูกเต๋าและหอมใหญ่ หอมดี อร่อยด้วย
ส่วนเมนูที่ยืนยันว่าคนบราซิลนั้นชอบถั่วดำมากๆ ก็คือ Feijoada สตูถั่วดำสไตล์แซมบา ที่ไม่ใช่แค่ถั่วต้มธรรมดาๆ แต่จะนำถั่วดำ (ย้ำ...ถั่วดำเท่านั้น) มาเคี่ยวกับเนื้อไปเรื่อยๆ จนงวด เนียนนุ่ม หอมถั่วดำเต็มๆ บอกกันว่าใครมาบราซิลแล้วไม่ได้กิน Feijoada ถือว่ายังไม่ถึงบราซิลนะจะบอกให้ ส่วนใครที่ไม่นิยมถั่วดำผมว่างานนี้ยังปลื้มเลย หุหุ
มาถึงไฮไลต์ของบาร์บีคิวฉบับแซมบาขนานแท้ ก็คือการย่างเนื้อด้วยการใช้ถ่านย่างสไตล์บราซิเลียนดั้งเดิม ซึ่งนอกจากถั่วดำชาวแซมบายังชื่นชอบเนื้อแบบเต็มเหนี่ยว ทั้งเนื้อสันนอก สันใน กระทั่งเนื้อไก่ เนื้อแกะ แต่ไม่ใคร่ชอบกินเนื้อหมูสักเท่าไหร่
ส่วนกรรมวิธีการย่างก็คือเอาเนื้อนานาไปเสียบไม้แล้วย่างบนเตาถ่านที่โหมความร้อนให้เหมาะกับการย่าง ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมของชาวบราซิเลียนที่จะนิยมย่างกันกลางแจ้ง และก็นั่งแล่ล้อมวงกินกันอย่างสำราญกลางป่า
ส่วนเนื้อที่นิยมนำมาย่างในครั้งนี้ ก็จะเป็น Picanha เนื้อสันนอกสไลซ์ฟิเลต์มิยอง เนื้อวัวสันในสไลซ์นุ่มชุ่มฉ่ำ Cordeiro ขาแกะนิวซีแลนด์อบเครื่องเทศ Costela ซี่โครงวัว รวมถึงไส้กรอกปรุงรสนานาชนิด กลิ่นหอมฉุยทีเดียวเชียว แต่ต่อให้เนื้อและอาหารนั้นเลิศรสสักเพียงไหน ก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงวิถีการกินฉบับแซมบาขนานแท้แน่ๆ ถ้าหากขาด Cortadores คือคนแล่เนื้อนั่นเอง ซึ่งนอกจากชำนาญการย่างแล้ว ยังเชี่ยวชาญการสไลซ์เนื้อเป็นเลิศอีกต่างหาก วิธีการก็คือเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับไม้เนื้อย่างมาร้อนๆ หอมๆ และลงมือสไลซ์ให้เห็นกันจะจะเต็มตาด้วยความเต็มใจ โดยจะสไลซ์กันตั้งแต่ชิ้นบนไล่มาจนถึงชิ้นล่าง
ลำพังแค่เห็นลีลาการสไลซ์เนื้อของเชฟก็น้ำลายสอ บอกแบบไม่อายปากก็ได้ว่า ทั้งช้อนทั้งส้อมกระชับมือและเตรียมพร้อมตั้งแต่ที่เชฟเริ่มเอาเนื้อย่างมาวางในจานตรงหน้าก่อนจะบรรจงสไลซ์อย่างช่ำชองแล้วล่ะ อิอิ
ชิ้นเนื้อสุกกำลังงาม หอมฉ่ำหวานด้วยตัวเนื้อชั้นดีและเจือด้วยเครื่องเทศที่หมักย่างแบบแซมบา ที่เชฟขออุบเอาไว้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ที่ไม่หวงแหนคือลีลาการสไลซ์ที่จับตากันให้ดี แต่ถึงให้ลงมือเองก็คงไม่น่ากินเท่านี้หรอกน่า อิอิ
ใครชอบจิ้มก็มีซอสให้เลือกถึง 5 รส แต่ผมว่าแค่ตัวเนื้อย่างก็อร่อยไม่รู้จบแล้วล่ะครับ
เชฟยังแนะเคล็ดลับความอร่อยสุดๆ ฉบับแซมบาอีกประการ ก็คือต้องกินคู่กับสับปะรดย่าง ซึ่งนอกจากจะช่วยชูรสชาติ เอนไซม์ในสับปะรดยังช่วยในเรื่องของการย่อยดีชะมัด และขอโทษไม่ใช่แค่สับปะรดชิ้นกระจ้อยร่อย แต่ย่างมาเป็นหัว และที่ได้ใจคือสไลซ์ให้เห็นกันจะจะ เยี่ยงเดียวกับการสไลซ์เนื้อนั่นล่ะ อร่อยมากมาย
ก่อนจะปิดท้ายมื้อแสนสำราญแบบแซมบาด้วยขนมหวานต้นตำรับ อย่าง Maria Mole มาร์ชเมลโลว์สไตล์บราซิล หรือ Creme De Papaya ไอศกรีมวานิลลาเสิร์ฟในเหล้าหวานและมะละกอ และที่ชอบใจคือ มูสเสาวรส มูสข้าวโพด เนียนนุ่ม จี๊ดและสดชื่นในทีด้วยเสาวรสที่คุ้นเคยอ่ะ
จะบอกไงดีล่ะ คือมันอร่อยมากๆ มากถึงมากที่สุด ก็ไม่รู้ว่าเพราะตัวเนื้อย่างหรือว่าลีลาสไลซ์ถึงโต๊ะกันแน่ ที่ทำให้เราถึงกับต้องมนต์แซมบาอย่างเต็มเปาเข้าให้แล้ว เหอะ เหอะ
ไปสัมผัสความอร่อยต้นตำรับฉบับแซมบา ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. พิเศษในค่ำคืนนี้ถึง 14 พ.ค. เชฟเอดมิลสัน ตัวเป็นๆ จะรังสรรค์เมนูบาร์บีคิวให้ได้ลิ้มลองในราคา 1,500 บาท++ ส่วนไวน์ดินเนอร์ในวันนี้ (11 พ.ค.) ที่พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูอร่อยเคียงคู่ไวน์ชิลีในราคา 2,500 บาท++ ต่อท่าน







