posttoday
ลูกไม้ใต้ต้น...เลือกได้!?

ลูกไม้ใต้ต้น...เลือกได้!?

10 พฤษภาคม 2555

หนังเล็กๆ ซึ่งเข้าฉายอย่างเงียบๆ ที่ลิโด้ เรื่องนี้มีตัวพ่ออย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร เป็นแม่เหล็กดึงดูด

โดย...แหนงดู

หนังเล็กๆ ซึ่งเข้าฉายอย่างเงียบๆ ที่ลิโด้ เรื่องนี้มีตัวพ่ออย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร เป็นแม่เหล็กดึงดูด ใครที่ชื่นชอบนักแสดงรุ่นใหญ่คนนี้อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว รับรองว่าไม่ผิดหวังกับการแสดงของเขา ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ของ Being Flynn นั้นอาจจะ (หาวววววว...) แหว่งวิ่นไปบ้าง แต่เวลาชั่วโมงเศษที่ใช้ไปกับหนังเรื่องนี้ เรียกได้ว่า...ไม่เสียดายเปล่า

สร้างจากหนังสือ Another Bullst Night in Suck City ซึ่งเขียนขึ้นจากชีวิตจริงของผู้เขียน - นิก ฟลินน์ โดย พอล ดาโน นักแสดงหนุ่มหน้าตางั้นๆ แต่บุคลิกโดดเด่นจาก Little Miss Sunshine, There Will Be Blood ฯลฯ มารับบท นิก นักเขียนผู้เคยทำงานในบ้านสำหรับคนไร้ที่อยู่อาศัยในเมืองบอสตัน ซึ่งนั่นทำให้เขาได้พบกับ โจนาธาน ฟลินน์ (โรเบิร์ต เดอ นีโร) พ่อที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

โจนาธาน คือ อดีตคนขับแท็กซี่ (และอื่นๆ อีกมากมาย) ที่กลายมาเป็นคนติดเหล้า ตกอับ ไร้บ้าน ไร้งาน ไร้เงิน โดยมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนดังหล่อเลี้ยงชีวิต เขายังถ่ายทอดความฝันนั้นให้กับลูกชายผ่านทางจดหมายที่เขาเขียนถึงนับร้อยๆ ฉบับ (ส่วนใหญ่เขียนในคุก) ความฝันนั้นทำให้เขาหลีกเร้นจากความเป็นจริงที่ล้มเหลวไม่สดสวยงดงาม จนกระทั่งบางทีก็ใช้เวลาอยู่กับฝันมากเกินไป ส่วนนิกเป็นเด็กหนุ่มที่ชีวิตสั่นคลอน เพราะการสูญเสียแม่ผู้เป็นคนสำคัญคนเดียวในชีวิต เขาอยู่ระหว่างการค้นหาตัวเอง เพื่อหลุดพ้นจากความ “เลี่ยน” ของชีวิต เมื่อกาลเวลาและเหตุการณ์นำพามาพานพบ พ่อ-ลูกก็ได้รู้จักกันและรู้จักตัวเองมากขึ้น

ลูกไม้ใต้ต้น...เลือกได้!?

 

ฟลินน์ ผู้พ่อคิด (ฝัน) เสมอว่า ตัวเองคืออัจฉริยะ เป็นนักเขียนอเมริกันชั้นแนวหน้าที่โลกกำลังจะรู้จัก ทั้งๆ ที่งานเรื่องเดียวของเขาถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ ส่วนคนลูกได้รับอิทธิพลจากจดหมายของพ่อเลยตัดสินใจตั้งแต่ยังเด็กว่า โตขึ้นจะเป็นนักเขียน แต่ที่ผ่านมาไม่มีเวลาและไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร วันหนึ่งพ่อเลยสั่งสอนว่า เขียนก็คือเขียน ไม่มีเวลาแสดงว่า ไม่ได้เขียน!!! แต่เขาก็ไม่ได้ประทับใจหรือได้ฉุกคิด เพราะในใจฟันธงอยู่แล้วว่า พ่อก็ดีแต่พูด กระทั่งได้เห็นต้นฉบับหนาเตอะของพ่อที่เป็นหลักฐานว่า ตาเฒ่าไม่ได้โม้ เขาเขียนจริง แต่...เขียนดีไม่ดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นจึงกลายเป็นที่มาของหนังสือเล่มที่มีนักเขียน 2 คน (ก่อนจะกลายมาเป็นหนังเรื่องนี้)

ประเด็นของหนังอยู่ที่ชายหลงทาง (ชีวิต) 2 คน พวกเขาเป็นพ่อ-ลูกซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน กระทั่งผู้มาทีหลังพอมองออกว่า อนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร จะเรียกว่าเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรือเชื้อไม่ทิ้งแถว หรือ Like Father Like Son อย่างฝรั่งเขาว่าก็คงจะไม่ผิด ในความจริงแล้วถึงจะเป็นคนสายเลือดเดียวกัน แต่ทุกๆ คนมีความต่าง เพราะ “การเลือก” ที่จะเป็นหรือทำสิ่งต่างๆ

Being Flynn เป็นผลงานของ พอล ไวต์ซ ผู้กำกับที่เคยร่วมกับน้องชาย คริส ทำให้หลายคนประทับใจกับ About a Boy หนังที่สร้างจากนวนิยายของนักเขียนดัง นิก ฮอร์นบี ซึ่งเป็นเรื่องราวพ่อๆ ลูกๆ เช่นกัน เพียงแต่โทนเรื่องอาจจะต่างสีสันไปบ้าง ที่ผ่านมาพอลทำหนังตลก- Little Fockers หนังแอ็กชัน/แฟนตาซี -Cirque du Freak : The Vampire’s Assistant ฯลฯ ก่อนจะหวนมาทำแนวชีวิตอีกครั้ง พอลทำหนังเรื่องนี้แบบแล้งอารมณ์เซนติเมนทอล ทั้งๆ ที่โดยตัวเรื่องแล้วทำได้เยอะแยะ จับใส่ตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น

ธีมเรื่องนั้นดูดีน่าสนใจ เพียงแต่งานก็หลงทางไปบ้าง ทำให้ธีมเลือนความสำคัญไปเยอะ บทออกจะเยิ่นเย้อ น่าเบื่อหน่าย ไคลแมกซ์ก็เรียบๆ หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของ นิก ฟลินน์ เป็นส่วนใหญ่ แต่หลายคนคงคิดเหมือนกันว่า มุมของโจนาธานนั้นน่าสนใจมากกว่า อย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่า เรื่องนี้มีดีที่ โรเบิร์ต เดอ นีโร แถมด้วย พอล ดาโน ที่สามารถบอกได้ว่า ขั้นเทพ ฉากที่เข้าคู่กันเป็นอะไรที่น่าตื่นตา ส่วนสาวสวยฝีมือดี จูลีแอนน์ มัวร์ นั้นบทน้อยจนเสียดายของ

เอาเป็นว่า ไปดูกันเถอะ ... แค่เห็น โรเบิร์ต เดอ นีโร พัฒนาตัวละครที่เขาสวมบทบาทตั้งแต่ต้นจนจบก็คุ้มแล้ว หนังยังมีหลาย “โมเมนต์” ที่น่าประทับใจ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ที่เหลือก็ลืมๆ ไป ... บ้าง


 

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท