
พอลล่า เทย์เลอร์ บัทเทอรี่ เจ้าแม่วงการบันเทิงคนใหม่!
โดย...อมลรดา เหรียญตระกูล วราภรณ์ ผูกพันธ์ ภาพ : พงษ์ไทย วัฒนาวณิชย์วุฒิ
โดย...อมลรดา เหรียญตระกูล วราภรณ์ ผูกพันธ์ ภาพ : พงษ์ไทย วัฒนาวณิชย์วุฒิ
หลังจากนางแบบ วีเจ และนักแสดงสาวสวยเจ้าของภาพลักษณ์นางเอกผู้มีบุคลิกสดใสร่าเริง ผู้โด่งดังระดับภาคพื้นเอเชีย พอลล่า เทย์เลอร์ สละโสดไปกับ เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ หนุ่มนักธุรกิจชิปปิงมีบริษัทระดับเวิลด์ไวด์ในหลายประเทศ วัย 28 ปี จนมีพยานรักเป็นลูกสาวตัวน้อย น้องไลลา วัย 10 เดือน ชีวิตหลังแต่งงานของพอลล่าเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝัน เธอบินไปมาระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ เพราะธุรกิจสามีอยู่ที่นั่น และทำหน้าที่คุณแม่และภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจของตัวเอง คือ การเปิดเว็บไซต์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตการเป็นคุณแม่ที่เธอเรียกว่า ออนไลน์ไดอะรี ที่ www.paulaandbaby.com และทำธุรกิจโมเดลลิงบริษัท “Stellar Artist Management” (www.stellartists.net) ปั้นนักแสดงและนักร้องประดับวงการบันเทิงเมืองไทย ที่เธอตั้งเป้าผลักดันพัฒนาโมเดลลิงให้ประสบความสำเร็จไม่ถึงระดับโลก แค่อยากทำให้ดีที่สุดในเมืองไทย!
สำหรับการนั่งแท่นบริหาร “Stellar Artist Management” บริษัทจัดการเฟ้นหานางแบบนายแบบ รวมทั้งนักแสดงทั้งหญิงและชายเข้ามาอยู่ในสังกัด ป้อนสู่วงการบันเทิงทั้งไทย เอเชีย และยุโรป จุดเด่นของโมเดลลิง คือเด็กๆ มีความหลากหลายทั้งเอเชียและยุโรป อีกทั้งเด็กๆ ในสังกัดมีความเป็นธรรมชาติสูง ดูมีเสน่ห์
วันนี้โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสจับเข่าคุยกับพอลล่าแบบเอกซ์คลูซีฟ อัพเดตเรื่องราวชีวิตหลังแต่งงาน จากภาพลักษณ์นางเอกวัยใส ก้าวสู่บทบาทการเป็นคุณแม่และภรรยา รวมทั้งชีวิตในวงการบันเทิงจะก้าวไปในทิศทางใด และแนวทางทำธุรกิจโมเดลลิงที่กำลังไปได้สวย
พอลล่าเล่าย้อนถึงการทำธุรกิจภาคบันเทิงที่เธอภูมิใจ ที่เริ่มทำตั้งแต่ก่อนคบหาดูใจกับสามี โดยทำมาได้ 2 ปี มีน้องๆ ในสังกัดทั้งหมด 10 คน 3 คน ได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่อง 3 ซึ่งเป็นความภูมิใจที่พอลล่าพูดถึงครั้งใดต้องอมยิ้ม อาทิ น้องคริสซี่ สุขสวัสดิ์ หนึ่งในนางเอกละครซีรีส์ เดอะซิกท์เซนส์ และได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่อง 3 พร้อมๆ กับนักแสดงในสังกัดของพอลล่าอีก 2 คน เข้าค่ายเรียบร้อยแล้ว
พอลล่า เล่าต่อว่า ชีวิตหลังแต่งงานของเธอเต็มไปด้วยความสุข เธอบินไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับสิงคโปร์เฉลี่ยเดือนละ 23 ครั้ง เพื่อทำงานในวงการบันเทิง แต่ต้องเลือกงานที่พิถีพิถันและบทบาทที่เหมาะสมมากขึ้น เพื่อมีเวลาอยู่กับลูกสาวตัวน้อยบ้าง พอลล่า บอกว่า ช่วงนี้เธอเดินทางบ่อยโดยเฉพาะระหว่างไทยกับสิงคโปร์ และระหว่างการเดินทางนี่แหละ ทำให้เธอได้พบเจอกับเด็กๆ หน้าตาน่ารัก เธอจะทำหน้าที่เป็นแมวมองเข้าไปถามไถ่และขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อจีบเด็กๆ เข้ามาอยู่ในสังกัด โดยเธอใช้เซนส์การเป็นนักแสดง คือ มองหาเด็กที่มีความน่ารักความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูไม่ปั้นแต่ง
“ตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตก็ค่อนข้างลงตัว พอลล่าก็พร้อมที่จะกลับมาทำงานอย่างเต็มตัว ตอนนี้ยังมีงานโฆษณา ถ่ายแฟชั่น ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงานหนังและละครที่ติดต่อเข้ามาด้วย ก็ยังอยู่ในระหว่างการดูบทและตัดสินใจอยู่ สำหรับชีวิตครอบครัวก็ปกติ มีงอนกันบ้าง แต่ถึงงานจะมากแต่พอลล่าก็จะทำหน้าที่ของภรรยาและคุณแม่ให้สมบูรณ์ เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้กับคุณสามีค่ะ สำหรับบริษัทโมเดลลิงของพอลล่า เป็นสิ่งที่อยากทำ อยากอยู่เอง เพราะตอนพอลล่าเริ่มเข้าวงการตอนเด็กๆ พอลล่าไม่มีสังกัดที่จะมาดูแล เราจึงต้องดูแลตัวเอง โมเดลลิงที่พอลล่าสร้างมาเพื่อแนะนำและนำพาเด็กๆ ไปในทางที่เขาต้องการ พอลล่าเชื่อว่าการที่ไม่ฝืนใคร มันดีกว่า มันเป็นการไกด์ว่า โอเคน้องชอบอะไรเดี๋ยวไปลองดูนะ”
โมเดลลิงของพอลล่า เป็นเหมือนโมเดลลิงที่สอบถามถึงความชอบของเจ้าตัวเป็นหลักว่า อยากแสดงหรืออยากเป็นนักร้อง ซึ่งอาจแตกต่างจากโมเดลลิงอื่นๆ ที่ผลักดันให้น้องรับงานไปเลย โดยไม่ได้ถามความสมัครใจ ไม่ค่อยให้น้องได้เลือกงานเอง
“โมเดลลิงอื่นๆ จะเหมือนกับเป็นผู้จัดการที่ถามว่า What you doing? ไม่ถามว่า What do you want to do? นี่คือความคิดพอลล่าตั้งแต่แรก พอลล่าอยากเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ ที่เป็นแบบไกด์มากกว่า เหมือนที่เราเคยอยากให้มีใครมาดูแลเราแบบไหน ตอนนี้งานโมเดลลิงพอลล่ารู้สึกสนุกมาก พอลล่ามีละครให้เด็กๆ ได้เล่น ไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งเราก็รู้สึกภูมิใจนะ
ตอนนี้พอลล่าเหมือนเป็นแมวมอง มีน้องคนหนึ่งชื่อ คริสซี่ พื้นฐานการศึกษาน้องเขาดีมาก ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนว่าคุณแม่ของน้องเป็นใคร แต่ภูมิใจมากที่พอลล่าไปเจอน้องที่สยาม เห็นแวบแรกรู้สึกเลยว่าน้องน่ารักมาก (เสียงสูง) รู้สึกชอบมาก เห็นแล้วว่าน้องดูมีเสน่ห์ มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ทุกวันนี้รู้สึกภูมิใจ และเป็นน้องคนแรกที่เราเดินไปขอเบอร์เอง เจอครั้งแรกน้องอายุแค่ 1112 ปีเอง เรารู้ตั้งแต่วันนั้นเลยว่า ทุกคนต้องรักเขา”
แม้ตอนนี้ทางโมเดลลิงไม่ถึงขนาดผลักดันจนเด็กๆ ในค่ายได้เป็นศิลปินนักร้องมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ลักษณะพิเศษที่พอลล่ากำลังมองหาในตัวนักแสดงและศิลปินก็คือ ต้องมีความน่ารักเป็นธรรมชาติ นิสัยดี ไม่ปรุงแต่ง สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่จะทำให้อยู่ในวงการบันเทิงนี้ได้นาน
“ตอนนี้เด็กในสังกัดพอลล่ามีประมาณ 10 คน บางคนเข้ามาหา ไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด เด็กบางคนน่ารักนิสัยไม่ดีก็ไม่เอา คือ เราต้องทำงานด้วยกันได้ เราต้องมีความคิดที่เหมือนกัน เด็กบางคนมา แม่มีความคิดไม่เหมือนเรา เขาก็คงเหมาะกับที่อื่นมากกว่า พอคนเห็นเด็กของเรา ก็จะเห็นว่าเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เอาใครมาไปทำจมูกทำคาง เราไม่ได้เน้นตรงนั้น บางทีเขาเอาเด็กมาก็ส่งไปทำนู้นทำนี่สี่ห้าอย่างแล้วค่อยมาเริ่มใหม่ ของเราค่อนข้างเน้นว่าน้องต้องนิสัยดี มีความพยายาม พอลล่าว่าเสน่ห์อยู่ได้นานกว่า ความสวย ความฮอต ความเซ็กซี่ มันได้แค่แป๊บๆ เราจะมีนางแบบเซตหนึ่งและป้อนงานให้น้องได้เรื่อยๆ เอาเป็นว่าตอนนี้เด็กไม่พอกับงาน เราไม่อยากส่งไปในที่ที่เรายังไม่เชื่อใจเขา ซึ่งตอนนี้ผลตอบรับจากค่ายต่างๆ กับเด็กของเราดีมาก (เสียงสูง) คือตอนนี้มีคนถามถึงเด็กเราเยอะมาก พอลล่าก็รู้สึกภูมิใจ เพราะเวลาเราไปทำงานที่หนึ่งก็จะมีผู้ใหญ่ถามว่า นี่เด็กจากที่ไหน เราก็ตอบเด็กเราเอง จะยิ่งภูมิใจมากถ้าเป็นเด็กที่พอลล่าเจอเอง (อมยิ้ม)”
เด็กๆ ที่เข้ามาอยู่ในสังกัดของพอลล่า พอลล่าจะดูแลเหมือนพี่ดูแลน้อง ไม่การพาณิชย์จ๋า และจะให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
“พอลล่าก็มีส่งน้องๆ ไปเทรนนิงในเรื่องต่างๆ ที่จำเป็นกับอาชีพนักแสดง หากเจอน้องๆ ก็จะแนะว่าอันนี้ดี อันนี้อย่า กับโมเดลลิงนี้พอลล่าปั้นมากับมือและรักมาก มันเหมือนเป็นเบบี๋ของพอลล่า อย่างที่บอกพอลล่าโตมาโดยที่ไม่มีใครดูแล พอลล่าต้องเรียนรู้เอง ต้องลองผิดถูก ก็มีพลาดบ้างมาเรื่อยๆ เราอยากมีพื้นที่แนะนำน้อง แล้วก็มีเว็บไซต์เพิ่งเริ่มเกี่ยวกับเด็ก แม่ทุกคนไม่มีใครเกิดมาเก่งหรอก แม่ทุกคนก็ต้องเรียนรู้กับลูกตัวเองอยู่แล้ว อย่างเวลาลูกไอ สงสัยว่าเป็นอะไรก็เปิดดูเว็บ ดูหนังสือ กระเป๋าเด็กอันนี้ดีมากเลย พอลล่าก็อยากมาแชร์ มันเป็นเหมือนช่องทางที่อยากแนะนำ ไม่ถึงขนาดเอาสินค้ามาขาย ซึ่งตอนนี้ยัง แต่วันหนึ่งอาจจะมี ซึ่งในการทำเรื่องต่างๆ พอลล่าก็จะปรึกษาสามีบ้าง แต่เขาเป็นนักธุรกิจทำธุรกิจ บางอย่างที่เขาแนะนำมันนำมาใช้กับโมเดลลิงของเราไม่ได้ เพราะมันเป็นธุรกิจเกินไป คือพอลล่าคิดว่าวงการบันเทิงไทยเป็นสิ่งละเอียดอ่อน มันไม่ใช่ว่ามีเงินก็สร้างได้ บันเทิงมันไม่ได้เกี่ยวกับเงิน มันละเอียดอ่อน มีเรื่องความสนิทสนม เหมือนกับเราจะเชิญนักข่าวมาเราก็ต้องดีกับเขา วงการนี้มันต้องยืดหยุ่น เอ็ดเวิร์ดเขาจะเป็นด้านธุรกิจเลย เราก็แบบว่าบางอย่างมันอย่างนี้ไม่ได้ มันแรงไป”
ทำอย่างไรให้ตัวเองยังเป็นนักแสดงที่ยังคงความโด่งดังได้ในวงการ แม้ว่าตอนนี้จะแต่งงานไปแล้วก็ตาม พอลล่า ตอบว่า งานแต่ละงานที่วิ่งเข้ามาชน เธอยกให้เป็นความโชคดีทั้งหมด
“ทุกอย่างที่พอลล่าได้คือโชคหมดเลย พอลล่าไม่เคยมีค่าย เวลาพอลล่าเล่นหนังเสร็จก็มารอว่าจะมีงานอีกหรือเปล่า ทุกทีผ่านมาก็คิดว่าคงไม่มีแล้วล่ะ แต่อยู่ดีๆ ก็จะมีติดต่อมาอีก คือพอลล่าถือว่าทุกอย่างเป็นดวงและโชค ฟลุกมาเรื่อยๆ มันก็สนุก แต่บางทีก็น่ากลัว ตายและตอนนี้ไม่มีละครเลย แต่ทำอย่างไรให้ตัวเองยังอยู่ในกระแสได้ พอลล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะพอลล่าพึ่งดวงอย่างเดียว แต่ดวงของพอลล่าดีมาก อีกอย่างพอลล่ารักตรงนี้ รักสิ่งที่ทำ เราทำดีไปก็ต้องได้ดีกลับมา เรารักตรงนี้คนก็มองเห็น เลยได้งานต่อมาเรื่อยๆ มั้ง พอลล่าไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องเป็นนักแสดงที่โด่งดัง ไม่เลย ตอนนี้เราแฮปปี้ ดูสิตอนนี้มีเด็กใหม่เยอะเลย อย่างน้อยเราก็มีงานของเรา ทุกวันนี้ได้ขนาดนี้เราก็พอใจ ไม่ขอสู้อะไรมากมายกับใคร”
อย่างไรก็ดี เมื่อสวมบทบาทคุณแม่และภรรยาแล้วเส้นทางในวงการบันเทิงจะเป็นอย่างไรต่อไป พอลล่า บอกว่า ก็จะอยู่ในวงการบันเทิงไปเรื่อยๆ เพราะเป็นสิ่งที่เธอรัก
“ตอนแรกเรากลัวว่าจะเป็นยังไง ตอนนี้ก็ดูเรื่องเวลาดูงานด้วย จะทำอะไรก็ต้องเลือกที่มันใช่มากๆ อย่างตอนนั้นมีละครติดต่อมาหลังจากมีลูก เราก็เหมือนแบบ เราควรเล่น ต้องเล่นๆ เราไม่มีอะไรทำมานาน ละครมันก็สนุกดี แต่มันไม่ถึงกับอู้หู! ต้องเล่น มันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว ตอนนี้ต้องชอบมากถึงจะเล่น จริงๆ บางเรื่องตอนแรกจะเล่นแล้ว ก็มาคุยกับเพื่อน ประกอบกับน้องก็โตเร็วมากช่วงนี้ ก็เลยคิดว่ามันคุ้มที่จะเอาเวลาไปจากน้องหรือเปล่า สุดท้ายก็เลยไม่ เพราะไม่คุ้มกับเวลาที่เราเสียไป เราเลยช่างมันเถอะ รอวันหน้าก็ได้ ชิลชิลไป ซึ่งตอนนี้พอลล่ามีครอบครัวแล้ว แต่ก็ไม่ได้ปรึกษาสามีทุกอย่าง เพราะเขาก็ไม่ได้เข้าใจวงการบันเทิงมากมาย แต่ตอนนี้พอลล่าพอใจกับชีวิตของตัวเองช่วงนี้มาก เราแฮปปี้ แต่การตัดสินใจ
แต่งงาน ณ วันนั้นก็เป็นเรื่องยากสำหรับพอลล่า เพราะตอนที่เราแต่งงาน เพื่อนรอบข้างเราไม่มีใครแต่งเลย แต่เขาขอแล้ว เราก็Say Yesไปก่อน ตอนแรกก็เก็บไว้เป็นความลับ รอบข้างเราเป็นสาวโสด มีงาน เราก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง มันก็เป็นสิ่งที่ดี ตอนแรกก็กลัว แล้วดูตอนนี้สิ ทุกคนแต่งงานกันหมด (ยิ้ม) ก็มีบางวันที่รู้สึกว่าทำอะไรเยอะไป ทำได้ไม่ดี เพราะไม่มีเวลาให้กับมันตลอด แต่ส่วนมากแฮปปี้หมดเลย (ยิ้ม) คือเมื่อก่อนชีวิตเราคืองาน ตอนนี้ครอบครัวเรามาก่อน ไม่ใช่รับงานแล้วไม่กลับไปหาครอบครัว เราก็กลับมารับงานแล้วบินกลับไปหาเขาด้วย
แต่ก็น่าแปลกสำหรับพอลล่า พอแต่งงานมีลูกสาว คนก็หันมาสนใจน้องไลลา แล้วแถมพอลล่าไปด้วย (หัวเราะ) ส่วนมากงานมาทางน้อง แต่ก็อย่างที่บอกมันเป็นการเปลี่ยนแปลง จะให้พอลล่าไปแข่งกันคนอื่นแบบ ชมพู่ อารยา พอลล่าก็ไม่มีเวลา ถามว่าเสียดายไหม ก็ไม่นะ เพราะเราแฮปปี้และพอใจกับสิ่งที่เราได้ ไม่เคยคาดหวัง เมื่อก่อนเราทำงานทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อวันนี้แหละ แต่งงานมีครอบครัว”
สำหรับบทบาทคุณแม่ พอลล่า บอกว่า เธอเลี้ยงลูกในแบบฉบับเฉพาะตัว คือ อยากให้ลูกเรียนรู้เอง โตมาแบบธรรมชาติซึ่งสามีก็มีความคิดเห็นไม่แตกต่าง พวกเขาจึงเลี้ยงลูกไปในทิศทางเดียวกัน
“พอลล่าค่อนข้างพอใจกับชีวิตช่วงนี้มาก ต่อไปก็หวังว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนธุรกิจก็อยากให้ขยายไปกว่านี้ เพราะตอนนี้เรามีเด็กในสังกัดไม่พอ ก็ต้องรับสมัครเพิ่ม รวมทั้งทีมงานในบริษัทก็ไม่พอ ทุกค่ายต้องการเด็กใหม่ๆ ไปร่วมงาน ถ้ามีใครสนใจก็ส่งรูปเข้ามาหรือโทร.มาได้เลย อยากได้น้องที่รักวงการนี้ ไม่ต้องสวยที่สุด แต่ขอใจรัก คนที่ใจรักจริงมันดูออก”
พอลล่าจัดเป็นดาราน้ำดี ไม่ค่อยมีข่าวเสียหาย ซึ่งเธอมียึดหลักง่ายๆ คือ จริงใจไม่โกหก
“พอลล่าจะแนะนำน้องๆ เลยว่า จะอยู่ในวงการบันเทิง เราต้องเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องโกหก ถ้าเราโกหกมันก็ต้องโกหกไปเรื่อย ความดีคือดีที่สุด ไม่ต้องเฟกBe Yourselfคือตัวเองเป็นอย่างไรก็แสดงออกมาแบบนั้น พอลล่าจะสอนน้องโดยเฉพาะผู้หญิงว่า ไม่ต้องแต่งตัวโป๊เพื่อทำให้ตัวเองเป็นข่าว แค่แต่งตัวให้เป็นตัวเองเท่านั้นก็พอ คือเราไม่จำเป็นต้องทำตัวเองให้ดัง ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเซ็กซี่ ซึ่งพอลล่าไม่ชอบแบบนั้นเลย พอลล่าจะบอกน้องๆ เลยว่า พอลล่าไม่ชอบ ไม่แนะนำให้น้องทำแบบนั้น แต่น้องๆ ที่มาทำงานกับเราเขาก็ไม่ต้องการทำอย่างนั้น ความคิดก็เหมือนกับเรา น้องๆ เราใสหมดเลย”







