
ฮอดจ์สันทำหงส์ขาดทุนเจทีหนุนดิมัตเตโอคุมต่อ
คงต้องเปลี่ยนฉายาจากหงส์แดงมาเป็นหงส์บัญชีแดงแล้วสำหรับลิเวอร์พูล เนื่องจากสโมสรมีตัวเลขขาดทุนยับถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) จากการเปิดเผยผลประกอบการประจำปีเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา
คงต้องเปลี่ยนฉายาจากหงส์แดงมาเป็นหงส์บัญชีแดงแล้วสำหรับลิเวอร์พูล เนื่องจากสโมสรมีตัวเลขขาดทุนยับถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) จากการเปิดเผยผลประกอบการประจำปีเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่งของหนี้ก้อนโตมาจากการจ่ายเงินชดเชยจำนวน 4.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 420 ล้านบาท) ให้กับ รอย ฮอดจ์สัน โค้ชคนก่อน และอีกส่วนเป็นการจ่ายค่าเตรียมการก่อสร้างสแตนลีย์ พาร์ค สนามเหย้าแห่งใหม่ของทีม ซึ่ง ทอม ฮิกส์ และจอร์จ จิลเล็ตต์ เจ้าของทีมคนเก่าวางโครงการเอาไว้
อย่างไรก็ตาม เอียน อายร์ บอร์ดผู้บริหารทีมดังแห่งเมอร์ซีไซด์ออกมาชี้แจงว่า เป็นเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายทางธุรกิจ ทีมจะมีค่าใช้จ่ายมหาศาลเช่นนี้ แต่โดยภาพรวมแล้วถือว่าสภาพการเงินของทีมยังอยู่ในภาวะปกติ
“เราหักเงินจากบัญชีออกไป เพื่อใช้จ่ายในส่วนของการสร้างสนามใหม่ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้า นอกจากนั้นเราลงทุนซื้อผู้เล่นใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพในทีมและจะทำเช่นนั้นต่อไป เพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ” อายร์ กล่าว
ทั้งนี้ แม้จะดูมีปัญหานอกสนาม แต่ในสนามหงส์แดงกำลังลุ้นโทรฟีใบที่ 2 ของฤดูกาล ด้วยการเข้าชิงศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ กับเชลซี ที่สนามเวมบลีย์คืนนี้
เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เชื่อว่าการที่ทัพ “เรด แมชชีน” สามารถเข้าชิงชนะเลิศในถ้วยเอฟเอ คัพ ได้นั้น เป็นอะไรที่มากกว่าโอกาสได้เข้าไปแก้ตัวจากการทำผลงานได้อย่างย่ำแย่กับการเล่นในลีกฤดูกาลนี้
“มันน่าเสียดายที่ไม่สามารถจบท็อปโฟร์ในพรีเมียร์ลีกและพลาดไปเล่นแชมเปียนส์ลีก แต่มันก็ยังมีความน่าพึงพอใจจากการได้แชมป์ถ้วยด้วย เพาะการเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ก็ไม่ควรโดนประเมินค่าต่ำไปเช่นกัน” ดัลกลิช กล่าว
ด้านจอห์น เทอร์รี กัปตันทีมเชลซี ออกโรงหนุน โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ให้เป็นกุนซือถาวรในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนเกมชิงดำกับหงส์แดง โดยให้เหตุผลว่านายใหญ่ชาวอิตาลีทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ หลังถูกแต่งตั้งให้คุมทัพชั่วคราวแทน อังเดร วิลลาส โบอาส เมื่อช่วงเดือน มี.ค.
“เขาเหมาะกับสโมสรแห่งนี้มาก เขาใส่ใจทุกรายละเอียดที่นี่ตั้งแต่สนามซ้อมไปจนถึงห้องแต่งตัว ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับแฟนบอลเป็นอย่างดี” เทอร์รี กล่าว
ขณะที่ ดิ มัตเตโอ กระตุ้นให้ลูกทีมลืมถึงการเข้าชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีก กับบาเยิร์น มิวนิก ในวันที่ 19 พ.ค.ไปก่อน และหันมาโฟกัสเกมในค่ำคืนนี้แทน







