posttoday
ยอซูเวิลด์เอ็กซ์โป ไม่ไปไม่ได้แล้ว

ยอซูเวิลด์เอ็กซ์โป ไม่ไปไม่ได้แล้ว

05 พฤษภาคม 2555

ณ เวลานี้ เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น มหกรรมเวิลด์เอ็กซ์โป ที่เมืองยอซู ก็จะเริ่มเปิดฉากเป็นทางการแล้ว ถึงตอนนี้เชื่อเหลือเกินว่าเมืองยอซูกำลังเป็นที่จับจ้องจากสายตาผู้คนทั่วทั้งโลก ในฐานะเมืองเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ ดังนั้นในวันนี้เราจะขออาสาพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง พร้อมกันนั้นจะพาไปสำรวจถึงความพร้อมด้านต่างๆ เกี่ยวกับงานเวิลด์เอ็กซ์โปในครั้งนี้

ณ เวลานี้ เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น มหกรรมเวิลด์เอ็กซ์โป ที่เมืองยอซู ก็จะเริ่มเปิดฉากเป็นทางการแล้ว ถึงตอนนี้เชื่อเหลือเกินว่าเมืองยอซูกำลังเป็นที่จับจ้องจากสายตาผู้คนทั่วทั้งโลก ในฐานะเมืองเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ ดังนั้นในวันนี้เราจะขออาสาพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง พร้อมกันนั้นจะพาไปสำรวจถึงความพร้อมด้านต่างๆ เกี่ยวกับงานเวิลด์เอ็กซ์โปในครั้งนี้

เมืองยอซู (Yeosu) ตั้งอยู่ในจังหวัดชอลลานัมโด (Jeollanamdo) จังหวัดที่ตั้งอยู่ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลีใต้ เมืองยอซูเป็นเมืองที่มีความสำคัญอันดับสองรองจากเมืองควางจู (Gwangju) เมืองเอกที่เป็นที่ตั้งของสนามบินและศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนเมืองยอซูนั้นเป็นเมืองชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก อันเป็นอีกหนึ่งประตูหน้าด่านทางการค้าที่สำคัญของประเทศเกาหลีใต้ แต่หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์แล้ว เมืองยอซูก็ยังเป็นประตูหน้าด่านสำคัญในการเชื่อมต่ออารยธรรมเข้ากับอีกซีกโลกหนึ่ง ดังเช่นการเดินทางเข้ามาของศาสนาพุทธจากประเทศอินเดีย

ยอซูเวิลด์เอ็กซ์โป ไม่ไปไม่ได้แล้ว

 

ในอดีต ศาสนาพุทธถือได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนาที่เคยรุ่งเรืองที่สุดบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ศาสนาพุทธเดินทางเข้ามาบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านเส้นทางหลัก 2 เส้นทาง คือ ทางบก เดินทางจากประเทศจีนเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีทางตอนเหนือ และทางทะเล เดินทางจากประเทศอินเดียเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีทางใต้ ซึ่งปัจจุบันก็คือที่ตั้งของเมืองยอซูนั่นเอง ถึงแม้ว่าในห้วงเวลาประวัติศาสตร์บนคาบสมุทรเกาหลีจะต้องผ่านพ้นเรื่องราวของสงครามมานับไม่ถ้วน ส่งผลให้ศาสนาพุทธบนดินแดนแห่งนี้ค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับการถูกทำลาย แต่ปัจจุบันที่นี่ก็ยังคงหลงเหลือศาสนสถานในศาสนาพุทธ ดังเช่นที่วัดฮวาอมซา (Hwaeomsa Temple) 1 ใน 7 วัดบนเทือกเขาจิริซานที่รอดพ้นจากการทำลายของสงคราม วัดแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 1,500 ปี ถูกสร้างโดยพระภิกษุสงฆ์ชาวอินเดียที่เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนา ดังนั้นวัดแห่งนี้จึงปรากฏอิทธิพลของพุทธศาสนาแบบอินเดียที่ผสมผสานกับศิลปะในแบบเกาหลีได้อย่างเด่นชัด ดังเช่นองค์เทพทวารบาล มีลักษณะพิเศษตรงที่เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเป็นศิลปะในแบบอินเดีย เป็นต้น และอีกหนึ่งจุดเด่นของวัดแห่งนี้คือการเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัดได้ (Temple Stay) ซึ่งมีเพียงไม่กี่วัดในประเทศเกาหลีใต้ที่มีลักษณะเช่นนี้ นอกจากนั้นแล้วสถาปัตยกรรมในวัดก็ยังคงมีความโดดเด่น ดังเช่นโบสถ์ไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปี ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ดอกเดียว ถือเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเอเชีย หากได้มีโอกาสมาที่ยอซู วัดแห่งนี้น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีในการมาเยี่ยมเยือนและไหว้พระเพื่อขอพรให้เป็นสิริมงคลกับชีวิต

นับถอยหลังจากนี้ไปอีกเพียงอีกหนึ่งอาทิตย์ มหกรรมยอซูเวิลด์ เอ็กซ์โป ก็จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. ไปจนถึง 12 ส.ค. รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน แต่ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียดของงาน ขอพาไปทำความรู้จักกับมหกรรมเวิลด์เอ็กซ์โปกันก่อน งานเวิลด์เอ็กซ์โป หรือมหกรรมแสดงนิทรรศการนานาชาติ ถือเป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอันดับ 3 รองจากกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก ซึ่งงานเวิลด์เอ็กซ์โปถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1851 ที่ประเทศอังกฤษ และครั้งล่าสุดคือในปี 2010 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

แนวคิดหลักของการจัดงานยอซูเวิลด์ เอ็กซ์โป คือ The Living Ocean and Coast ซึ่งมีใจความสำคัญเพื่อกระตุ้นให้หันมาให้ความสำคัญกับทรัพยากรชายฝั่งและท้องทะเล สอดคล้องกับสถานที่จัดงาน นั่นก็คือ เมืองยอซู เมืองท่าชายฝั่งที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรม และสามารถพลิกฟื้นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมจนกลายมาเป็นเมืองต้นแบบของการจัดการทางสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพเมืองหนึ่งของโลก ซึ่งมาสคอตของงานนี้มีชื่อว่า ยอนี่ (Yeoni) และซูนี่ (Suni) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวแพลงก์ตอนในทะเล ยอนี่ จะมีตัวเป็นสีฟ้า เพื่อสื่อถึงสีของน้ำทะเลที่เต็มเปี่ยมด้วยความอุดมสมบูรณ์ ส่วนซูนี่จะมีตัวเป็นสีแดง เพื่อสื่อถึงสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยทรัพยากรจากทะเลและชายฝั่งในการดำรงชีวิต

ความน่าสนใจของงานยอซูเวิลด์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นส่วนจัดแสดงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว ในส่วนของเจ้าภาพเองยังได้จัดส่วนแสดงนิทรรศการหลัก 4 แห่ง ประกอบไปด้วย The Big O พื้นที่จัดกิจกรรมริมทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน Expo Digital Gallery อุโมงค์แสดงนิทรรศการใจกลางงาน ซึ่งใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก Marine life Pavilion อะควอเรียมขนาดมหึมาที่สามารถบรรจุน้ำได้ถึง 6,000 ตัน รวบรวมสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจากทั่วโลกมาจัดแสดงในส่วนนี้ และ Sky Tower อาคารที่สูงที่สุดในงานสามารถชมวิวได้ 360 องศา ซึ่งภายในโครงสร้างอาคารยังประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่สามารถแปลเปลี่ยนน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งงานนี้ประเทศเกาหลีใต้ทุ่มงบประมาณในการสร้างสูงถึง 3.26 แสนล้านบาท และที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็น Thailand Pavilion ส่วนจัดแสดงนิทรรศการจากประเทศไทย ซึ่งในครั้งนี้ออกแบบและก่อสร้างอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “สีสันบนความหลากหลาย ในศิลป์แห่งวรรณกรรมและจิตรกรรม ท่ามกลางธรรมชาติวิถี” โดยมีมาสคอตคือ สุดสาคร และม้านิลมังกร ตัวละครจากวรรณคดีจากเรื่องพระอภัยมณี

ในปัจจุบันเส้นทางการบินจากกรุงเทพฯ มายังกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถือได้ว่ามีความสะดวกสบายและมีราคาที่ถูกลง อันเนื่องมาจากเป็นเส้นทางการบินยอดนิยมและมีการแข่งขันกันทางธุรกิจการบินที่สูง ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการเดินทางจากกรุงโซลมาสู่เมืองยอซู เผื่อว่าใครหลายคนสนใจอยากจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ยอซู การเดินทางสามารถแบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก อันประกอบไปด้วยทางอากาศและทางบก เริ่มต้นที่ทางอากาศ เมืองยอซูตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างสนามบินถึง 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินควางจู สนามบินปูซาน และสนามบินเกาะเชจู ซึ่งทั้งสามสนามบินนี้สามารถบินตรงจากกรุงโซลโดยใช้เวลาเฉลี่ยไม่เกิน 12 ชั่วโมง และเดินทางต่อมายังเมืองยอซู โดยใช้เวลาเฉลี่ยไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงเช่นกัน ต่อมาเส้นทางทางบก จากกรุงโซลสามารถเดินทางด้วยรถยนต์โดยใช้เส้นทางหลวงตัดใหม่ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง หรือจะเป็นการใช้บริการรถไฟความเร็วสูง KTX จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมีสถานีปลายทางคืองานเวิลด์เอ็กซ์โป

ด้วยความน่าสนใจและศักยภาพที่เต็มเปี่ยมครบทั้ง 360 องศานี้ ทำให้งานเวิลด์เอ็กซ์โปร์เป็นหนึ่งในมหกรรมระดับโลกที่ชาวเกาหลีใต้ภาคภูมิใจ และอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสกับงานนี้ หากใครที่สนใจรายละเอียดหรือต้องการข้อมูลในการเดินทางเพิ่มเติมสามารถเข้าชมรายละเอียดได้ที่ www.kto.or.th และ www.expo2012.kr

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท