เสกขี้เลื่อยเป็นกระถางปุ๋ยรักษ์โลก
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
เสกขี้เลื่อยเป็นกระถางปุ๋ยรักษ์โลก
เห็ดเป็นพืชชนิดหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี และน้อยคนที่จะไม่กินเห็ด อาทิ เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง หรือแม้แต่เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ใส่ต้มยำกุ้งรสเข้มข้น แซบจริง แซบจัง อร้อยอร่อย ว่าแต่ที่พูดถึงเห็ดไม่ได้ชวนมากินเห็ด แต่จะชวนมาดูน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ จ.ราชบุรี ที่ร่วมกันทำกระถางปุ๋ยรักษ์โลกโดยเอาขี้เลื่อยที่เป็นหัวเชื้อเห็ดหมดอายุแล้วมาทำ
เป็นขี้เลื่อยที่หมดเชื้อหรือหมดอายุมีอยู่มหาศาลในโรงเพาะเห็ดของโรงเรียนและชุมชนรอบๆ ซึ่งถ้าไม่ปล่อยทิ้งเป็นขยะก็เอาไปทำปุ๋ยเท่านั้นเอง แต่น้องๆ เหล่านี้คิดใหม่ ทำใหม่ ด้วยการเปลี่ยนขยะเชื้อเห็ดที่ว่ามาเป็นกระถางปุ๋ยรักษ์โลกด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างน่าสนใจ
ทำไมต้องกระถางปุ๋ย
ผการัตน์ โพธิ์รุ่ง นักเรียนชั้นปีที่ 3 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) การบัญชี โรงเรียนราชบุรีบริหารธุรกิจ บอกว่า เนื่องจาก จ.ราชบุรี เป็นจังหวัดที่ผลิตกระถางและโอ่งจำหน่ายเป็นจำนวนมาก บวกกับที่โรงเรียนและชุมชนรอบๆ โรงเรียนมีโรงเพาะเห็ดจำนวนมาก เมื่อเก็บเห็ดแล้วขี้เลื่อยและหัวเชื้อเห็ดส่วนใหญ่ก็ต้องทิ้งหรือกลายเป็นขยะ จึงคิดว่าแทนที่จะทิ้งไปให้เปล่าประโยชน์ก็เอามาทำให้เกิดมูลค่าราคา
“หากทิ้งไว้ทับถมกันมากขึ้นก็จะเกิดเป็นมลภาวะ กลายเป็นขยะ เลยมีแนวคิดว่าที่จะจัดการกับเชื้อเห็ดและขี้เลื่อยเหล่านี้อย่างไร จนในที่สุดก็นำมาทดลองทำเป็นกระถางขี้เลื่อยพร้อมปุ๋ยเพื่อใช้สำหรับการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ” ผการัตน์ เล่าที่มา
ผการัตน์ กล่าวต่อว่า กระถางปุ๋ยรีไซเคิลประกอบด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่ ขี้เลื่อย โดยเป็นขี้เลื่อยที่หมดเชื้อแล้วจากโรงเพาะเห็ดของชุมชน ต.ปากช่อง อ.จอมบึง ใยมะพร้าวซึ่งได้มาจากโรงงานกะทิ CNL โปรดักชั่น แป้งมัน ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเอง และปุ๋ยออสโมโคต
กรรมวิธีทำง่ายๆ
สกุลรัตน์ ทาดง ชั้นปีที่ 3 ปวช.การบัญชี โรงเรียนเดียวกัน อธิบายขั้นตอนการทำว่า เบื้องต้นนำใยมะพร้าวมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ หลังจากนั้นนำมาผสมกับขี้เลื่อยที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำแป้งมันไปผสมน้ำแล้วนำไปต้มเพื่อทำเป็นกาว แล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้คือใยมะพร้าวและขี้เลื่อยมาผสมกับกาวแป้งมันคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหนียวเป็นก้อน
สกุลรัตน์ อธิบายต่อว่า จากนั้นนำปุ๋ยหมักชีวภาพและปุ๋ยออสโมโคตใส่ผสมลงไปคนให้เข้ากันแล้วนำไปใส่ลงในแม่พิมพ์กระถางรูปทรงต่างๆ ที่เตรียมไว้ ดึงแม่พิมพ์ออก แล้วนำกระถางไปตากแดด เมื่อแห้งแล้วก็นำมาเก็บรายละเอียดตรงขอบกระถาง หรือเพนต์ลวดลายต่างๆ ตามต้องการ เพียงแค่นี้ก็ได้กระถางปุ๋ยรีไซเคิลที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เพียงแค่รดน้ำ ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
“ราคาจำหน่ายกระถางขนาดเล็กเราขายในราคา 69 บาท ขนาดกลาง 89 บาท และขนาดใหญ่ 119 บาท นอกจากนี้หากนำไม้ดอกไม้ประดับใส่ลงไปในกระถางก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าและถูกใจคนซื้อ” สกุลรัตน์ แจงราคา
ชนะเลิศกรุงไทยยุววาณิช 2554
เธอบอกว่า การรีไซเคิลเป็นเรื่องที่ดี สามารถประหยัดต้นทุนในการผลิต อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้สิ่งของวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่อาจกลายเป็นขยะและทำลายสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศเสียและเสื่อมโทรม
“ยิ่งในปัจจุบันกระแสการรีไซเคิลและการดูแลสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยม เพราะภาวะโลกร้อน น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทำให้คนตื่นตัวหันมาใส่ใจธรรมชาติซึ่งถือเป็นเรื่องดี ทำให้กระถางขี้เลื่อยที่ทำจากวัสดุธรรมชาติได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่สามารถช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมไปในตัว”
กระถางปุ๋ยรีไซเคิลไอเดียรักษ์โลกของน้องๆ กลุ่มนี้ได้เข้าร่วมโครงการกรุงไทย ยุววาณิช ครั้งที่ 10 ประจำปี 2554 นับเป็นโครงการที่จุดประกายและสร้างเยาวชนที่มีคุณธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนวคิดทุนทางปัญญาไม่มีวันหมด สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศรับทุนการศึกษา 3.9 แสนบาท ไปครองได้สำเร็จ
ผการัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่กระถางปุ๋ยจากขี้เลื่อยสามารถคว้าแชมป์โครงการกรุงไทย ยุววาณิช ปีที่ 10 ได้ หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมและทำผลิตภัณฑ์กับเพื่อนๆ ทำให้ได้รับประสบการณ์มากมาย ทั้งการทำธุรกิจ การดำเนินงาน การวางแผน การติดต่อประสานงาน และการทำการตลาดเพื่อให้สินค้าจำหน่ายได้ ซึ่งเรียกว่าคุ้มค่าและเป็นทุนทางปัญญาอย่างแท้จริงที่ทางธนาคารกรุงไทยได้ปลูกฝัง ทำให้ได้รับความรู้ติดตัวไปสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ในอนาคต โดยผนวกกับความรู้ด้านการบัญชีที่เรียนมาในห้องเรียน
ที่น่าภูมิใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ผลงานจากภูมิปัญญาของน้องๆ เหล่านี้ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วด้วย ขอปรบมือดังๆ ให้น้องๆ คนเก่งทุกคน


