posttoday
ร้อนทุกที่แต่ไม่ทุกแห่ง

ร้อนทุกที่แต่ไม่ทุกแห่ง

04 พฤษภาคม 2555

โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน

โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน


อุณหภูมิเมืองไทยบ้านเรากำลังร้อนตับแลบ ร้อนชนิดที่ควายที่ว่าอึดที่สุดยังตับแตกตาย

เมืองไทยของเราตลอดเดือน เม.ย. อุณหภูมิหลายภูมิภาคทะลุ 40 องศาเซลเซียส และก็เหมือนเช่นเคย ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ออกมาบอกว่า ปีนี้ร้อนที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา และร้อนนานกว่าทุกครั้ง

ความร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียสแบบนี้ แน่นอนครับ การใช้พลังงานไฟฟ้าของบ้านเราพีกแล้วพีกอีก เฉพาะเดือน เม.ย. พีกถึง 6 ครั้ง

หลายคนหนีร้อนไปทะเล คนอีกไม่น้อยหนีร้อนขึ้นเหนือ และผลก็ออกมาเหมือนกัน คือ ร้อนทุกแห่งและร้อนมากเสียด้วย ไปเที่ยวทะเลก็ออกจากห้องพักไม่ได้ หากออกมาเมื่อไหร่ผิวที่ทาครีมกันแดดอย่างดีก็ไหม้เกรียม จากคนขาวก็กลายเป็นคนดำไปในบัดดล

ส่วนทางเหนือสภาพเดียวกัน อยู่ในโรงแรมเปิดแอร์ ดูทีวี นอกเหนือจากนี้ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ความร้อนในครั้งนี้จึงเรียกว่ายุติธรรมทั่วถึงทั้งประเทศ

ร่ายยาวมา เพราะผมต้องการบอกแค่เพียงว่า ร้อนทุกที่ แต่มิใช่ทุกแห่งครับ

ผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ว่า ในท่ามกลางความร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียสในขณะนี้ มีอยู่แห่งหนึ่งอุณหภูมิตอนกลางวันประมาณ 20 องศาเซลเซียส พอตอนกลางคืน 13-14 องศาเซลเซียสเท่านั้น ผมจะพาไปดูครับ

สถานที่แห่งนี้มีภูเขาเรียงรายสลับซับซ้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง นับแล้วประมาณ 40-50 ลูก มองเห็นป่าไม้เขียวขจีสลับสีเหลืองแดงเต็มไปหมด บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่มีทั้งไม้สัก ตะแบก ชิงชัน พะยูง ขึ้นสลับเต็มไปหมด บางต้นก็เริ่มผลัดใบออกเป็นสีแดง สีเหลือง และน้ำตาลเข้ม

ใครบางคนบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่ป่าแสดงสีสันแห่งพงไพรออกมาเป็นรางวัลให้แก่โลก เทือกเขาที่มองเห็นเรียงรายทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เมื่อมาเชื่อมต่อกับภูเขาที่ผมยืนอยู่ ที่นี่เขาเรียกว่า เทือกเขาถนนธงชัย ป่าผืนที่เชื่อมต่อกับผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร

มีผู้ร่วมเดินทางหลายคนที่ไม่ได้รู้จักกัน แต่มากางเต็นท์นอนกันในสถานที่เดียวกัน พูดง่ายๆ ทุกคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น สถานที่กางเต็นท์นอนเป็นลานกว้างบนหน้าผาที่อยู่ระหว่างภูเขาสองลูก จึงทำให้มีลมเย็นจากผืนป่าอันกว้างใหญ่ของสถานที่แห่งนี้ พัดผ่านช่องเขานี้อยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิหัวค่ำราว 14 องศาเซลเซียส ทุกคนเรียกสถานที่แห่งนี้ตามความรู้สึกที่ได้สัมผัสว่า “ช่องเย็น”

ใครคนหนึ่งที่มากางเต็นท์นอนบอกว่า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ดูนกที่ดีที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง แต่ละฤดูกาลนกหลากหลายสายพันธุ์จะบินมารวมพลให้ได้ดูกัน

ชายอีกคนหนึ่งบอกว่า ที่นี่ยังมีช้าง มีกระทิง มีวัวป่า ควายป่า ที่เดินทางไปมาระหว่างที่นี่กับห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร และเช่นเดียวกัน เขาบอกว่า ที่นี่คือป่าเบญจพรรณที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย มีน้ำตกที่สวยงามที่มีคนไม่มากนักที่จะได้ชม เพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งนี้ ทำให้การเดินทางไปชมน้ำตกต้องเดินด้วยเท้า

เพื่อนในคณะชวนผมเดินไปสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขานี้ คือ ยอดเขาโมโกจู การเดินทางไปสู่ยอดเขานี้ต้องใช้เวลาเดินเท้า 3-4 วัน ใครคนหนึ่งบอกว่า บนยอดเขาอาจจะไม่มีอะไรมากนัก แต่ระยะทางของการเดินทางไปจุดหมายนั้นสุดยอดมาก เพราะจะเห็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ นก และสัตว์ป่า ส่วนอากาศจะเย็นไปตลอดทาง

ที่นี่คืออุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่มีอาณาเขตครอบคลุม จ.กำแพงเพชร และนครสวรรค์ เป็นอุทยานที่มีพื้นที่ 894 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 558,750 ไร่ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำวงก์ที่หล่อเลี้ยงคนนครสวรรค์ นอกเหนือจากปิง วัง ยม น่าน

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงขึ้นมาที่สถานที่แห่งนี้ อุณหภูมิจะต่างจากในเมืองถึง 20 องศาเซลเซียส นี่คืออานิสงส์จากการมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ครับ

การมาที่อุทยานแห่งนี้อย่างที่บอกข้างต้นว่า ทุกคนก็มีเหตุผลของใครของมัน บ้างก็มาดูนก ดูป่า ดูใบไม้เปลี่ยนสี และสัมผัสไอเย็นของช่องเย็น

สำหรับผมแล้ว ผมต้องการมาดูผืนป่าแห่งนี้ให้เห็นเต็มตาว่าที่เขาร่ำลือกันว่าสวยงาม สมบูรณ์ และร่มเย็นนั้นเป็นอย่างไร และก็ไม่ผิดหวัง ขอบอกเลยว่าสวยงามสมบูรณ์ และเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์จริงๆ ความเย็นจากธรรมชาติที่เย็นกว่าห้องแอร์เป็นอย่างไร ลองไปสัมผัสดู เพราะถ้าไม่รีบไปดู อีกไม่นานเราจะไม่เห็น ไม่ได้รับสัมผัสอีกแล้ว

อีก 8 ปีข้างหน้า เขื่อนแม่วงก์จะสร้างเสร็จ คาดกันว่าจะมีผืนป่าหายไปประมาณ 1.3 หมื่นไร่ เขื่อนแม่วงก์สร้างเสร็จแล้วจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้มากน้อยแค่ไหน ถึงเวลานั้นต้องคอยดูกันต่อไป

รีบๆ มาดูกันนะครับ เพราะเขื่อนที่กำลังจะเกิดขึ้นกลางป่าแม่วงก์แห่งนี้ อาจจะทำให้ป่าแห่งนี้ไม่เหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท