posttoday
ได้เวลาเผาศพพระญาณรังษีเกจิวัดพลับ หลังล่าช้ามา 5 ปี

ได้เวลาเผาศพพระญาณรังษีเกจิวัดพลับ หลังล่าช้ามา 5 ปี

29 เมษายน 2555

โดย...สมาน สุดโต

โดย...สมาน สุดโต

วันที่ 29 เม.ย. 2555 เวลา 17.00 น. เป็นวันพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่พระญาณรังษี (จวบ สุภทฺโท) เกจิดัง อดีตรองเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร (วัดพลับ) ณ เมรุวัดเครือวัลย์ หลังจากมรณภาพมา 5 ปี

การที่คณะศิษย์และญาติไม่สามารถจัดงานพระราชทานเพลิงศพได้ตั้งแต่แรก ทั้งๆ ที่ก่อนมรณภาพหลวงปู่ในวัย 96 ปี สั่งเสียว่าให้เผาใน 7 วัน เพราะเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์

เมื่อคณะศิษย์และญาติจะปฏิบัติตามคำสั่ง ได้เกิดปัญหาเรื่องผู้จัดการมรดก ที่หลวงปู่พระญาณรังษีทำพินัยกรรมยกให้หลานชาย นายสมาน เกิดมงคล เป็นผู้จัดการ และจัดการศพ

เมื่อนายสมานจะไปเบิกเงินจากธนาคารที่หลวงปู่ฝากไว้มาจัดการงานศพ แต่ธนาคารไม่อนุญาต ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากศาล นายสมานจึงขอให้ศาลมีคำสั่ง แต่วัดราชสิทธารามฯ ซึ่งหลวงปู่สังกัดอยู่คัดค้าน ทำให้ต้องต่อสู้ถึง 3 ศาล หรือถึงศาลฎีกา เป็นเวลานาน 5 ปี ในที่สุดศาลฎีกาให้หลานชายหลวงปู่เป็นผู้จัดการมรดก โดยมีคำสั่งไม่รับคดีเพราะไม่เป็นสาระ

หลังจากทราบคำสั่งศาล นายสมาน คณะศิษย์ เช่น พระมหาทอง ญาณสํวโร อายุ 78 ปี ปธ.8 วัดราชสิทธาราม และคุณรัตนากรณ์ วัชโรทัย เป็นต้น จึงทำเรื่องขอพระราชทานเพลิงศพวันที่ 29 เม.ย. 2555 ณ เมรุวัดเครือวัลย์ ในการนี้ได้ทำพิธีเคลื่อนศพจากวัดราชสิทธารามฯ มาวัดเครือวัลย์เช้าวันที่ 22 เม.ย. เพื่อบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรม 7 วัน โดยมีพระศรีศาสนวงศ์ รองเจ้าคณะภาค 1 เป็นพระนำศพ

พระตาทิพย์

ตามประวัติ หลวงปู่พระญาณรังษี เป็นผู้สืบทอดสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามแนวของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) จากพระครูสังวรสมาธิวัตร (หลวงปู่แป๊ะ) มีความเชี่ยวชาญและได้เป็นอาจารย์อบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานจนได้ฉายาว่า หลวงพ่อตาทิพย์ หยั่งรู้เหตุการณ์ในอนาคต จึงเป็นที่ศรัทธาของญาติโยมทั่วทุกสารทิศ

สถานะเดิมชื่อ จวบ นามสกุล เกิดมงคล เกิดเมื่อวันที่ 21 เดือน พ.ย. 2456 ปีฉลู นามบิดา ขุนมัธยมกิจ (ขำ) นามมารดา แย้ม บ้านอยู่หมู่ 1 ต.ดอนตะเนิน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

บรรพชาและอุปสมบทเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2477 ณ วัดทองหลางน้อย ต.ดอนตะเนิน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา พระครูจันทรสรคุณ (หลวงปู่เสี่ยง) วัดบ้านเสาใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ มาอยู่วัดราชสิทธารามฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทยกำลังแรง (ประมาณปี 24842485)

ท่านเป็นพระที่ทำงานสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา โดยเป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดราชสิทธารามฯ ตั้งแต่ปี 2504 นอกจากนั้นช่วยทำนุบำรุงโรงเรียนฝ่ายสามัญศึกษา ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา จัดการอุปกรณ์ในการเรียน เช่น สร้างโต๊ะเรียน และเป็นผู้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อบำรุงการศึกษา

ได้เวลาเผาศพพระญาณรังษีเกจิวัดพลับ หลังล่าช้ามา 5 ปี

 

ส่วนงานด้านการปกครองปี 2499 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และปี 2534 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามฯ

เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ท่านบริจาคทรัพย์ทำนุบำรุงถาวรวัตถุในวัดราชสิทธารามฯ อีกมากมายหลายรายการ เช่น พระอุโบสถ เป็นต้น แต่ไม่ค่อยมีชื่อปรากฏ และก่อนมรณภาพ 1 ปี โยมถวายที่ดินที่ อ.ศรีสวัสดิ์ 1 แปลง เมื่อท่านมรณภาพคณะศิษย์จึงสร้างวัดป่าญาณรังษีเป็นที่รำลึกถึงท่าน

ลำดับสมณศักดิ์

ปี 2494 เป็นพระครูปลัด ในฐานานุกรมพระสังวรานุวงศ์เถร อดีตเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม

ปี 2500 เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง

ปี 2542 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ในราชทินนามที่พระญาณรังษี

ถึงแก่มรณภาพเมื่อเช้าวันที่ 15 ม.ค. 2550 เมื่อเวลา 04.04 น. ที่โรงพยาบาลธนบุรี ด้วยโรคชราภาพ สิริรวมอายุ 96 พรรษา 73

(ข้อมูลจาก : วัดป่าญาณรังษี จ.กาญจนบุรี)

ส่วนคำสั่งศาลฎีกา เมื่อ 14 พ.ย. 2554

คำสั่ง (ไม่รับคดีซึ่งอุทธรณ์ หรือฎีกาไม่เป็นสาระ) ที่ 9619/2554 วันที่ 14 พ.ย. 2554 ความแพ่งระหว่างนายสมาน เกิดมงคล ผู้ร้อง วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ผู้คัดค้านเรื่อง ขอจัดการมรดก หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ผู้คัดค้านถึงศาลฎีกา และศาลฎีการับวันที่ 29 เม.ย. 2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นหลาน ซึ่งเป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายของพระญาณรังษี (ชื่อเดิม จบ หรือจวบ เกิดมงคล) เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2550 พระญาณรังษีถึงแก่มรณภาพที่โรงพยาบาลธนบุรีจากอาการปอดอักเสบ โดยขณะมรณภาพมีภูมิลำเนาอยู่ที่วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เท่าที่ทราบพระญาณรังษีมีทรัพย์มรดกคือ เงินฝากในบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาเจริญพาศน์ 2 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 2,276,169 บาท และเงินฝากในบัญชีธนาคารออมสิน สาขาเจริญพาศน์ 3 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 2,943,191 บาท ก่อนมรณภาพพระญาณรังษีทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกและเป็นผู้จัดการมรดก รวมทั้งจัดพิธีศพ

ผู้ร้องต้องใช้เงินในการจัดการมรดกและจัดพิธีศพจำนวนมาก จึงไปขอถอนเงินฝากในบัญชีของเจ้ามรดก แต่พนักงานธนาคารแจ้งว่าต้องให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของพระญาณรังษีเจ้ามรดกก่อน จึงขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้อง ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามกฎหมายเป็นผู้จัดการมรดกของพระญาณรังษี

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นวัดในพุทธศาสนา ก่อนพระญาณรังษีเจ้ามรดกถึงแก่มรณภาพมีทรัพย์มรดกที่ได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศ ซึ่งเท่าที่ตรวจพบมีมากกว่าที่ผู้ร้องระบุในสำเนาสมุดบัญชีคู่ฝากจำนวนมาก แต่ผู้ร้องปิดบังอำพราง ยักย้ายถ่ายเทเอาเป็นของตนเองโดยไม่สุจริต ผู้ร้องไม่ได้เป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก เพราะนายปุ๊ก เกิดมงคล (ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นบิดาของผู้ร้อง) ไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับเจ้ามรดก

ความจริงผู้ร้องมาขออยู่อาศัยในวัดของผู้คัดค้านในฐานะลูกศิษย์วัด แต่มีความประพฤติไม่เรียบร้อย จึงถูกเจ้ามรดกไล่ออกจากวัดไป เพิ่งกลับมาอยู่อีกหลังจากเจ้ามรดกอาพาธหนัก เจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้แก่ผู้ร้อง และไม่ได้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกและจัดการศพเจ้ามรดก เพราะขณะที่อ้างว่าเจ้ามรดกทำพินัยกรรม เจ้ามรดกมีอายุ 73 ปีเศษ อาพาธด้วยโรคปอดติดเชื้อและอื่นๆ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ฉันอาหารเองไม่ได้ต้องให้ผู้อื่นป้อน ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้ ลายมือชื่อในพินัยกรรมไม่ใช่ของเจ้ามรดก แต่เป็นลายมือชื่อที่ผู้ร้องกับพวกร่วมกันปลอมขึ้น ทั้งพินัยกรรมดังกล่าวไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด เพราะพยานสองคนไม่ได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะทำพินัยกรรม และมีการเติมพินัยกรรมในช่องผู้เก็บรักษาพินัยกรรมของผู้พิมพ์และพยานพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมและพยานมิได้ลงลายมือชื่อ และวันเดือนปีกำกับไว้ พินัยกรรมจึงไม่สมบูรณ์

ทรัพย์สินของเจ้ามรดกที่มีอยู่ก่อนหรือที่จะมีขึ้นในภายหลัง จึงย่อมตกเป็นสมบัติของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเจ้ามรดกทั้งสิ้น โดยผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้จัดการศพและจัดการมรดก ผู้คัดค้านมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดก จึงขอให้ศาลสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้อง สั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการพิธีศพและจัดการทรัพย์มรดกของพระญาณรังษีเจ้ามรดก

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของพระญาณรังษีตามข้อกำหนดพินัยกรรม โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านให้ตกเป็นพับ

ได้เวลาเผาศพพระญาณรังษีเกจิวัดพลับ หลังล่าช้ามา 5 ปี

 

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าฎีกาของผู้คัดค้านที่ว่าผู้ร้องหลอกลวงให้พระญาณรังษีลงลายมือชื่อในเอกสาร เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ว่าข้อ กำหนดในพินัยกรรมตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งแม้จะวินิจฉัยให้เป็นคุณตามข้อฎีกาก็ไม่เป็นเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง

ส่วนฎีกาที่ว่าพินัยกรรมเป็นเอกสารปลอม ขณะทำพินัยกรรมมิได้มีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรม และสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลล่างได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง ฎีกาของผู้คัดค้านจึงไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 219 วรรคสอง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ

พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา ปดารณี ลัดพลี กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์

นัดฟังคำพิพากษาหรือสั่งศาลฎีกา เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2555 ซึ่งมาแต่ผู้ร้อง ส่วนผู้คัดค้านไม่มา

จึงเป็นอันว่าคดีความจบ ศพหลวงปู่ผู้เข้าสู่วิมุตติภพได้รับพระราชทานเพลิงอย่างสมเกียรติ เว้นแต่ต้องใช้เมรุวัดอื่นแทนวัดพลับที่อยู่มาเกิน 70 ปี เป็นที่ทอดร่างไร้วิญญาณเท่านั้น m

(หมายเหตุ คำสั่งศาลใช้คำว่า พระญาณรังษี)

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์