
กอบกุล ฟอน ฮาร์ตมัน ฮาร์เตวา ทำความรู้จักเพื่อนเดินทาง
โดย...กาญจน์ อายุ
โดย...กาญจน์ อายุ
ทุกครั้งที่คุณเดินทาง อะไรคือสิ่งที่คุณต้องพาไปด้วยทุกครั้ง
ถ้าตอบว่า “กระเป๋าเดินทาง” คงไม่ใช่คำตอบที่ยียวนอะไร เพราะมันไปด้วยกับคุณจริงๆ และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะคุณต้องมีสัมภาระในการเดินทาง ดังนั้นการหากระเป๋าเดินทางที่ดีสักใบน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ มันต้องปกป้องข้าวของของคุณได้และต้องง่ายต่อการขนย้าย
แล้ววิธีการเลือกกระเป๋าเดินทางที่ดีควรเป็นอย่างไร คุณเอ๋–กอบกุล ฟอน ฮาร์ตมัน ฮาร์เตวา ทายาทเจ้าของกระเป๋าเดินทางแบรนด์ Caggioni (คาจูนี่) จะมาบอกเล่าให้ฟัง และเพิ่มเติมด้วยเรื่องราวการท่องเที่ยวของเธอที่ส่วนใหญ่อยู่ในฟินแลนด์
ก่อนจะเป็นคาจูนี่
คุณเอ๋เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว สมัยคุณพ่อคุณแม่ของเธอเดินทางมาจากเมืองจีน ความชำนาญของชาวจีนแคระคือการทำเกษตรและทำเครื่องหนัง ทำให้ครอบครัวของเธอเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ เย็บกระเป๋าหนังขาย และขยับขยายต่อมาทำธุรกิจกระเป๋าเดินทาง หาตลาด และเริ่มส่งขึ้นห้าง แต่ในตอนนั้นยี่ห้อคาจูนี่ยังไม่เกิด จนกระทั่งเกิดปัญหาลิขสิทธิ์ ทำให้พ่อของเธอต้องหาชื่อใหม่ โดยชื่อ Caggioni เป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางจากฮ่องกง ซึ่งเป็นแบรนด์เพื่อนสนิทของคุณพ่อ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาแบรนด์คาจูนี่ก็อยู่คู่เมืองไทยมา 7 ปี
“ตั้งแต่เป็นแบรนด์คาจูนี่ ลักษณะกระเป๋าเดินทางจะโมเดิร์นขึ้น เปลี่ยนจากแต่ก่อนที่เป็นแบบคลาสสิก เรียบๆ และแลดูเป็นผู้ใหญ่ กลุ่มเป้าหมายของคาจูนี่เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 2045 ปี หรือผู้ที่มีใจยังแอตฮาร์ต (Young at Heart)”
ก่อนจะทำคาจูนี่
ก่อนที่คุณเอ๋จะมาทำธุรกิจของครอบครัว เธอได้ทำงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาก่อน เพราะอยากเปิดหูเปิดตา เปิดประสบการณ์ในงานอื่นๆ ก่อนจะกลับมาสานต่องานของครอบครัว
“เมื่อได้มาทำธุรกิจของครอบครัว จึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออะไร เพราะเราก็ต้องพัฒนาธุรกิจ คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายเช่นเดียวกัน”
ครอบครัวคุณเอ๋มีพี่น้อง 4 คน ทุกคนทำธุรกิจของครอบครัวซึ่งแยกไปทำตามความถนัดของตัวเอง คุณเอ๋ทำงานด้านการตลาด เพราะเธอจบการศึกษาด้านการตลาดมา เธอกล่าวว่าผลิตภัณฑ์ของคาจูนี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกๆ 4 เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 3 คอลเลกชันต่อปี โดยต้องดูเทรนด์แฟชั่นกระเป๋าเดินทางจากแบรนด์กระเป๋าเดินทางยักษ์ใหญ่หรือกระแสแฟชั่นตามซีซัน
ก่อนจะซื้อ
ส่วนประกอบของกระเป๋าเดินทางต้องมีคุณภาพดี คุณเอ๋อธิบายว่า กระเป๋าต้องแข็งแรง ล้อลื่น มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย และที่สำคัญคือต้องมีน้ำหนักเบา
ล้อของกระเป๋าเดินทางที่ลื่นและมีคุณภาพเยี่ยมต้องใช้ยี่ห้อฮิโนโมโตะจากประเทศญี่ปุ่น มีฟังก์ชันที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ เช่น ฟังก์ชันหนึ่งที่คาจูนี่มีคือ ช่องใส่กล้องถ่ายรูปและเครื่องสำอาง เพื่อคุณสุภาพสตรีที่รักการถ่ายรูปและรักสวยรักงาม
กระเป๋าเดินทางมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ กระเป๋าแข็งและกระเป๋าผ้า กระเป๋าแข็งคือกระเป๋าที่ด้านนอกทำจากพลาสติก ส่วนกระเป๋าผ้าก็คือกระเป๋าที่ทำจากผ้าตามชื่อ ความแตกต่างของสองประเภทนี้คือ กระเป๋าแข็งจุได้ไม่มาก แต่ป้องกันการถูกกรีดและกันกระแทกได้ดีกว่า ส่วนกระเป๋าผ้าจะจุของได้มากกว่าและมีฟังก์ชันด้านหน้ากระเป๋าได้มากกว่า
คุณเอ๋ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าคุณจะเดินทาง 7 วัน ควรใช้กระเป๋าเดินทางขนาด 26 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 6 กก. ซึ่งไม่ควรมีน้ำหนักเกินกว่านี้ เพราะถ้าน้ำหนักมาก คุณอาจต้องเสียเงินค่าน้ำหนักสัมภาระราคาแพงแก่สายการบิน
ก่อนจะไปฟินแลนด์
คุณเอ๋ชื่นชอบประเทศฟินแลนด์เป็นพิเศษ เพราะสามีของเธอเป็นคนฟินแลนด์ ดังนั้นคุณเอ๋จึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด เมืองแรกเป็นเมืองเก่า “กาลีลายอรา” เมืองที่ผลิตกรรไกรยี่ห้อฟิสก้า (Fiskars) กรรไกรที่มีด้ามจับเป็นสีส้มอย่างที่เราคุ้นเคยกัน อีกเมืองคือ “โปรโว” เมืองสไตล์คันทรี มีร้านค้าขายของเรียงรายและยังอุดมไปด้วยต้นไม้และทะเลสาบ
“ฟินแลนด์เป็นประเทศน่าอยู่ คนน้อย และมีคุณภาพชีวิตดีมาก ถ้าใครชอบธรรมชาติและชอบดูสถาปัตยกรรมสวยๆ ควรมาเที่ยวประเทศฟินแลนด์”
ส่งท้าย คุณเอ๋ได้ฝากความห่วงใยไปยังเจ้าของกระเป๋าเดินทางทุกคนว่า ไม่ว่ากระเป๋าจะแข็งแรงเพียงใด ทุกใบมีโอกาสเสี่ยงถูกขโมย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ อย่าใส่ทรัพย์สินมีค่าในกระเป๋า เพื่อป้องกันการสูญเสียตั้งแต่ต้นเหตุ
ถ้าของหายอย่าโทษกระเป๋าเดินทาง เพราะมันทำหน้าที่บรรทุกและปกป้องของภายใน ไม่ใช่ต่อกรกับหัวขโมย







