
รำลึก ‘วันนริศ’ เชิดชูช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
สมเด็จครู และนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม
เป็นพระสมัญญานามที่บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหลายทั้งปวง รวมถึงสถาปนิก ช่างศิลปินต่างๆ ผู้เป็นศิษย์ ถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ด้วยความยกย่องชื่นชม
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นเจ้านายผู้สร้างคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ต่อประเทศไทย
พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะศิลปิน ทรงรอบรู้และทรงพระปรีชาสามารถในทางศิลปกรรมแทบทุกแขนง ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ ตลอดจนโบราณคดี ประวัติศาสตร์ วรรณคดี และอักษรศาสตร์
แม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่ปี 2490 ด้วยพระชันษา 83 ปี 10 เดือน 12 วัน และวันนี้ (28 เม.ย.) นับเป็นวันครบรอบ 149 ปี วันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นโอกาสอันดียิ่งที่เราจะมาร่วมรำลึกถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2406 พระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 62 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพรรณราย (หม่อมเจ้าหญิงพรรณราย)
ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ได้ทรงสร้างคุณูปการต่อประเทศชาติ ทั้งในงานด้านช่างและศิลปะทุกแขนง การพัฒนาเพื่อความเจริญมั่นคงของชาติ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนมากมาย
เริ่มจากบทบาทด้านราชการ พระองค์ทรงเป็นเสนาบดีหลายกระทรวง ผู้นำทางทหาร ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และรัฐบุรุษผู้ทรงพระปรีชา โดยเฉพาะตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลงานโยธาและงานก่อสร้างทั่วประเทศ
พระองค์ทรงอุตสาหะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทั้งงานช่างแผนเก่าและแผนใหม่ ทั้งวิทยาการด้านการก่อสร้าง การรถไฟ และการสื่อสารโทรคมนาคม จนได้รับพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”
บรมครูแห่งวงการศิลปะไทย
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ยังทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆ โดยเฉพาะวิจิตรศิลป์ สถาปัตยศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และวรรณศิลป์
รศ.ดร.สมคิด จิระทัศนกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ว่า ผลงานของพระองค์ท่านถือกำเนิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของยุคเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมในประเทศสยาม
“ในช่วงเวลาที่กระแสอารยธรรมตะวันตกถาโถมเข้าใส่สยาม ศิลปะของชาติมีระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมเคร่งครัด และต้องเผชิญหน้ากับการท้าทายจากอิทธิพลของศิลปะตะวันตก พระองค์ท่านทรงประยุกต์ปรับปรุงวิจิตรศิลป์ซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติไทยด้วยการศึกษาเชิงลึกถึงรากเหง้า คลี่คลายรูปแบบทางศิลปะให้มีความเป็นสากลจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อันเป็นการประกาศถึงความเป็นอารยประเทศที่มีรากฐานทางศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติใดในโลก
“ทั้งรูปทรง องค์ประกอบ การจัดผัง เช่น วัดวาอารามที่เคยแลดูสลับซับซ้อน ก็ออกแบบใหม่ให้โล่ง เรียบง่าย เพิ่มต้นไม้ น้ำ เข้ามาในงาน ให้เห็นสีสันร่มเงาธรรมชาติ พัฒนาจากแนวคิดไทยแบบเดิมมาเป็นไทยประยุกต์ เป็นกลวิธีในการออกแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ผลงานของท่านหลายชิ้นได้จุดไฟเชื้อ ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เดินตามรอย”
ผลงานอันโดดเด่นของพระองค์ท่าน มีทั้งด้านการออกแบบ อาทิ หมู่พระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งราชฤดี ประตูและกำแพงวังท่าพระ งานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกหลายแห่ง ได้แก่ วัดเบญจมบพิตร อุโบสถวัดราชาธิวาส อนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 องค์พระแม่ธรณีบีบมวยผมที่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา พระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า
ด้านจิตรกรรม ได้สร้างสรรค์ภาพเขียนสีน้ำมันประกอบพระราชพงศาวดาร แผ่นดินพระเจ้าท้ายสระครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นภาพช้างทรงพระมหาอุปราชแทงช้างพระที่นั่ง ภาพเขียนรถพระอาทิตย์ที่เพดานพระที่นั่งภานุมาศจำรูญ (พระที่นั่งบรมพิมาน) ตลอดจนงานประณีตศิลปกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะงานออกแบบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยและเหรียญที่ระลึกฝีพระหัตถ์ ธงฝีพระหัตถ์ ตาลปัตรพัดรองฝีพระหัตถ์
ด้านวรรณกรรม มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เช่น โคลงประกอบภาพจิตรกรรมภาพพระราชพงศาวดาร ลายพระหัตถ์โต้ตอบประทานบุคคลต่างๆ เช่น จดหมายเวรโต้ตอบกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลายพระหัตถ์ประทานความรู้ในลักษณะจดหมายโต้ตอบพระสารประเสริฐ และพระยาอนุมานราชธน เรื่องภาษาและประเพณี ด้านดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์ ทรงเป็นเจ้าของบทนิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงเขมรไทรโยค อันเป็นอมตะยาวนานจนถึงปัจจุบัน
ผลงานที่ทรงรังสรรค์ไว้นับเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่ช่างและศิลปินในยุคหลัง ทรงเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์มรดกศิลปกรรมไทย ส่งเสริมผู้มีความรู้ความสามารถให้เป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดมรดกงานช่างศิลป์ไทย ทำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้รับยกย่องให้เป็น “สมเด็จครู” ของช่างทั้งปวง จนต่อมาองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ลงมติยกย่องให้เป็นบุคคลของโลกเมื่อปี 2506
น้อมรำลึกวันนริศ
วันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรได้จัดงาน “วันนริศ” ประจำปี 2555 ขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่ได้ทรงมีต่อวงการศิลปวัฒนธรรมไทย ณ หอศิลป์วังท่าพระ
“งานวันนริศได้จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นปีที่ 15 แล้ว มหาวิทยาลัยศิลปากรทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบรรดาเหล่าช่าง ศิลปิน ครูอาจารย์ และนักวิชาการทางศิลปะ จัดพิธีไหว้สมเด็จครู เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถความเป็นเลิศในศิลปะการช่างหลายแขนงของพระองค์ท่านที่มีต่อศิลปวัฒนธรรมไทย” ดร.อุทัย ดุลยเกษม อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าว
นอกจากกิจกรรมน่าสนใจ ทั้งการแสดงดนตรีไทย เสวนาวิชาการ นิทรรศการภาพถ่าย นิทรรศการพระประวัติและผลงานของพระองค์ท่าน ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 5 พ.ค.แล้ว ทุกๆ วันที่ 28 เม.ย.ของทุกปี มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ ยังได้จัดงานวันนริศ ณ ตำหนักปลายเนิน ย่านคลองเตย มีการแสดงละคร การบรรเลงเพลงพระนิพนธ์ การตั้งแสดงงานฝีพระหัตถ์ รวมถึงการมอบทุนนริศรานุวัดติวงศ์แก่นักศึกษาในสาขาวิชาศิลปะทั่วประเทศอีกด้วย
ร่วมน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม และสมเด็จครูของปวงชนชาวไทย







