posttoday
ก้าวย่างสู่เลข 4 อย่างมีคุณภาพด้วย Integrative Medicineตอน ความปลอดภัยของการใช้เซลล์ต้นกำเนิด

ก้าวย่างสู่เลข 4 อย่างมีคุณภาพด้วย Integrative Medicineตอน ความปลอดภัยของการใช้เซลล์ต้นกำเนิด

26 เมษายน 2555

โดย พลอากาศตรี นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์

โดย พลอากาศตรี นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์


ในวงการแพทย์ที่มีการใช้เซลล์ต้นกำเนิดปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า Embryonic Stem Cell หรือ ESC ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากมีปัญหาการปนเปื้อน ความไม่เสถียรของรหัสพันธุกรรม และความเสี่ยงต่อมะเร็ง ในการทดลอง ESC ของมนุษย์ต้องนำมาเลี้ยงบน Feeder ที่นำมาจากเนื้อเยื่อของหนูทดลอง ยิ่งมีการเลี้ยงนานความผิดปกติของรหัสพันธุกรรมยิ่งสูง อันเป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดเนื้องอกเมื่อนำเซลล์นั้นไปปลูกถ่าย

การใช้ Fetal Stem Cell หรือ FSC หรือเซลล์ต้นกำเนิดของทารก ไม่ว่าจะนำมาจากทารกสัตว์หรือทารกคน ความเสี่ยงก็เกิดจากเลือดที่ติดมากับเซลล์ต้นกำเนิดของทารก จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านจากระบบภูมิต้านทานของผู้รับ Graft VS Host Disease หรือ GVHD ดังนั้นความสำคัญของการใช้เซลล์ของทารก คือเทคนิคในการเก็บต้องมีเทคนิคที่สามารถแยกออกมาได้เฉพาะเซลล์ต้นกำเนิด โดยไม่มีเซลล์เม็ดเลือดของทารกติดมาด้วย หรือถ้ามีก็ต้องมีในปริมาณที่น้อยมาก บางครั้งในการปลูกถ่ายเซลล์ประเภทนี้ แพทย์จึงมักใช้ยาสเตียรอยด์ โดยเฉพาะ Cortisone เพื่อลดปฏิกิริยาการต่อต้านของผู้รับ

แต่หากการรักษานั้นเป็นการใช้เซลล์ต้นกำเนิดของระบบประสาท ผลการบำบัดจะไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจาก Cortisone จะไปเพิ่มปริมาณ Glutamate ในร่างกาย Glutamate ในระดับสูง จะเป็นพิษกับเซลล์ต้นกำเนิดที่เป็นเซลล์ของกลุ่มระบบประสาท เซลล์เหล่านี้จะถูกทำลายลง ผลการรักษาจึงไม่เป็นไปตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามการใช้เซลล์ของทารกของสัตว์ถูกพัฒนามานานกว่า 70 ปี กรรมวิธีการเตรียม การควบคุมความสะอาด และเทคนิคในการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดได้ถูกพัฒนาขึ้นจนกล่าวได้ว่า สามารถกำจัดหรือควบคุมจนเกือบจะไม่มีปฏิกิริยาต่อผู้รับ หรือปฏิกิริยา GVHD และเป็นเทคนิคการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่ใช้กันอยู่มากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศแถบยุโรปตะวันตกและในเอเชีย

เซลล์ต้นกำเนิดอีกชนิดหนึ่งซึ่งนิยมใช้ในปัจจุบัน คือเซลล์ต้นกำเนิดที่แยกจากเลือดในสายสะดือ พบว่าเซลล์ต้นกำเนิดที่แยกจากเลือดในสายสะดือมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ ESC แต่ปลอดภัยกว่า และไม่ก่อปัญหาด้านจริยธรรม เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกจากเลือดในสายสะดือไม่มีตัวกระตุ้นภูมิต้านทาน (Surface Antigen) และไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยา GVHD ดังนั้นจึงเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้

ปัญหาก็คือ ในแต่ละครั้งที่เราแยกเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดของรกและสายสะดือ ปริมาณเซลล์ที่ได้มักจะไม่เกิน 3 แสนเซลล์ จำเป็นต้องนำมาเลี้ยงในเนื้อเยื่อเลี้ยงเชื้อเพื่อให้ได้ปริมาณของเซลล์ราว 2 ล้านเซลล์ ดั้งนั้นการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกจากเลือดในสายสะดือในการรักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับเซลล์ของระบบประสาท เช่น Stroke จึงจำเป็นต้องทำการรักษาหลายครั้ง แต่ข้อดีของการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกจากเลือดในสายสะดือ ก็คือเซลล์กลุ่มนี้สร้างและกระตุ้นการปล่อยสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (Growth Factor) และเซลล์กลุ่มนี้สามารถพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อประสาทได้โดยตรง จึงมักใช้ได้ผลเป็นอย่างดีในกรณีที่ผู้ป่วยมีการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อสมองและประสาทไขสันหลัง

โรคต่างๆ ซึ่งสามารถใช้เซลล์ต้นกำเนิดในการบำบัดรักษา เช่น Leukemia Stroke โลหิตจาง โรคหัวใจ โรคกระดูกบาง ข้ออักเสบต่างๆ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน COPD หอบหืด ทาลัสซีเมียเมเจอร์ มะเร็งเต้านม มะเร็งของไต โรคของระบบประสาทตา จอตาเสื่อม และอื่นๆ

ล้อมกรอบ + โลโก้ HydroHealth (เอาจากวันที่ 15 หรือ 22 ของเดือนที่แล้ว)

พลอากาศตรี นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์ เริ่มศึกษาและดูแลผู้ป่วยด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือกและธรรมชาติบำบัดมามากกว่า 10 ปี ปัจจุบันเป็นแพทย์ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันล้างพิษและฟื้นฟูสุขภาพแบบบูรณาการไฮโดรเฮลท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนและสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูเสื่อมของร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด กรรมการสมาคมการแพทย์คีเลชั่นแห่งประเทศไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม www.hydrohealth.co.th หรือ โทร.02-250-7800

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท