
แขวนสตั๊ด หันใส่นวม (มั้ย)
ไม่รู้ว่าที่เยอรมนีรับสัญญาณถ่ายทอดศึกมวยไทยไฟต์ได้หรือยังไง เหล่านักเตะบุนเดสลีกา
โดย...มิวโกโตะ
ไม่รู้ว่าที่เยอรมนีรับสัญญาณถ่ายทอดศึกมวยไทยไฟต์ได้หรือยังไง เหล่านักเตะบุนเดสลีกาถึงได้คันไม้คันมืออยากจะออกอาวุธแม่ไม้มวยไทย แต่สงสัยจะลืมไปว่าตัวเองเป็นนักฟุตบอล!!!
เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้น ณ สนามซ้อมของทีม ชาลเก 04 ในเมืองเบียร์ ก่อนออกไปเยือน เอฟเซ เอาก์สบวร์ก (วันที่ 22 เม.ย.) เมื่อ เจอร์เมน โจนส์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติสหรัฐ ที่ไม่รู้นึกครึ้มอะไร จู่ๆ ก็หันมาวางมวยใส่ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ศูนย์หน้าเพื่อนร่วมทีมซะอย่างนั้น
งานนี้ได้สาวหมัดกันแค่พอหอมปากหอมคอ ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมจะวิ่งเข้ามาแยก เดือดร้อนถึง ฮอร์สท์ เฮลด์ท ผู้อำนวยการกีฬา “ราชันสีน้ำเงิน” ต้องออกมาแถลงข่าวว่าไม่มีอะไรจริงจริ๊ง ผู้เล่นเราแค่มีปัญหากันเล็กน้อยเท่านั้น (ต่อยกันเนี่ยนะเล็กน้อย???)
“โชคดีที่ไม่มีใครออกมาพร้อมกับรอยช้ำที่ตา ทุกอย่างโอเคแล้วตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องดีที่นักเตะมาชกต่อยกัน แต่ตอนนี้ปัญหาคลี่คลายลงแล้ว” ผู้อำนวยการสโมสรชาลเก กล่าว
ส่วนเรื่องบทลงโทษก็สุดแสนจะน่ารัก โดย ฮูบ สตีเวนส์ เทรนเนอร์ของทีมเพียงแค่สั่งให้ทั้งสองคนไปวิ่งรอบสนามซ้อมเพื่อให้อารมณ์เย็นลง (คุ้นๆ เหมือนบทลงโทษบ้านเราเลยแฮะ) จากนั้นก็แอบเฉลยความจริงนิดหน่อยว่านักเตะกำลังเครียดเกี่ยวกับการรักษาอันดับสามของตาราง เพื่อคว้าโควตาไปเล่นศึกฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก
ก่อนหน้านี้ไม่ถึงสัปดาห์ ฟรองก์ ริเบรี และ อาร์เยน ร็อบเบน สองซูเปอร์สตาร์ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกาก็เพิ่งฟาดปากกันไป
หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ประจำเกาะอังกฤษ กระพือข่าวว่าเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศส สวมวิญญาณนักมวยวิ่งไปชกเปรี้ยงใส่ปีกความเร็วสูงเลือดดัตช์ภายในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งในเกมที่ “เสือใต้” เปิดอลิอันซ์ อารีนา ชนะ เรอัล มาดริด 21 ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ผ่านมา
ใครที่ได้ชมเกมดังกล่าวคงจะพอทราบชนวนเหตุบ้าง ด้วยประเด็นสุดแสนคลาสสิก นั่นก็คือ “เอามานี่ ข้ายิงเอง” หรือแย่งกันซัดฟรีคิกนั่นเอง โดยทั้งสองทั้งโต้เถียง ทั้งเอาหัวถูไถกันเพื่ออาสาเตะลูกนิ่ง สุดท้าย โทนี โครส ห้องเครื่องดาวรุ่งของทีมสวมบทตาอยู่ยิงเองหน้าตาเฉย (สมน้ำหน้าแย่งกันดีนัก)
จบเกม คาร์ล ไฮน์ซ รุมเมนิกเก ประธานบริหาร และ อูลี เฮอเนส ประธานสโมสร รีบกวักมือเรียกผู้เล่นทั้งสองคนเข้ามาพูด คุย จวก ด่า เตือน และตำหนิอย่างรุนแรง รวมถึงแอบเหน็บคนปากมอมที่นำเรื่องไปกระพือ
“ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นภายในห้องแต่งตัว ก็ควรจะอยู่ในนั้น เราจะไม่ทำการวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป” รุมเมนิกเก กล่าว
โชคดีที่ผลการแข่งขันเป็นใจ ตัวแทนจากเยอรมนีเป็นผู้ชนะ ทุกอย่างจึงจบแบบแฮปปี้เอนดิง อีกทั้งหลังจาก ริเบรี กลับไปทบทวนว่าทำอะไรลงไปกับเพื่อนร่วมทีม ก็พบว่ามิตรภาพตัดกันไม่ขาด เจ้าตัวจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปขอจับมือปีกชาวดัตช์ที่ซุ้มม้านั่งสำรองในเกมบุกชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 21 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแฟนบอลและเสียงปรบมือ
อย่างไรก็ตาม ทางสโมสรเองก็ไม่ได้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ โดยจัดบทลงโทษสำหรับความใจร้อนครั้งนี้ให้กับแข้งเลือดน้ำหอมอย่างสาสมใจ ด้วยการสั่งปรับเป็นเงินถึง 5 หมื่นยูโร (ราว 2 ล้านบาท) ข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม
ปกติเล่นฟุตบอลได้รายได้มหาศาลก็ดีอยู่แล้ว กลับไปเป็นนักมวยจำเป็น จึงสมควรแล้วที่โดนปรับขนาดนี้ เพราะต่อไปนี้เหล่านักบอลใจร้อนพวกนี้จะได้รู้ว่ากีฬาที่ตัวเองเล่นมันอยู่ที่สนามหญ้า ไม่ใช่สังเวียนผ้าใบ ... อิอิ
&<2288;







