posttoday
เรื่องฮอตๆบำบัดตัวเองหน้าร้อน

เรื่องฮอตๆบำบัดตัวเองหน้าร้อน

25 เมษายน 2555

เรื่องฮอตๆ บำบัดตัวเองหน้าร้อนฤดูร้อนปีนี้ ร้อนจริงๆ ค่ะ หนูดีรู้สึกเหมือนปีนี้ร้อนกว่าปีที่ผ่านๆ มามากมาย

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

เรื่องฮอตๆ บำบัดตัวเองหน้าร้อนฤดูร้อนปีนี้ ร้อนจริงๆ ค่ะ หนูดีรู้สึกเหมือนปีนี้ร้อนกว่าปีที่ผ่านๆ มามากมาย ไม่ทราบว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่พอมาเช็กข้อมูลในข่าว ก็พบว่าปีนี้ร้อนมากกว่าจริงๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเสียงเตือนกันมากมายว่าอย่าอยู่ในแดดบ่าย เพราะจะร้อนจัดที่สุดในรอบ 20 ปี ข่าวนี้แรงนะคะ ไม่ว่าพูดกับใคร ทุกคนรู้หมด และพากันหลบแดดกันเป็นแถว

หนูดีเองไปถ่ายทำรายการ “เปิดโลกเปิดเล่ม” ที่ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์ ที่ถนนสุรวงศ์ ก็ยังระวังตัว พาตัวเองห่างจากแดดในช่วงบ่ายเช่นกัน ของแบบนี้จิ้งจกทักเขายังให้เชื่อ นี่ทุกๆ คนรอบตัว รวมทั้งคุณแม่ด้วย ทักล่วงหน้าตั้งนาน มีหรือจะไม่กลัว

หน้าร้อนแบบนี้ หนูดีเลยขออัพเดตเรื่อง “ฮอตๆ” หรือ “ร้อนๆ” ให้แฟนคอลัมน์นะคะ อันดับแรก พลาดไม่ได้เรื่องครีมกันแดด หรือสารกันแดด เพราะหน้าร้อนแบบนี้หนูดีตัดสินใจโปะครีมกันแดด SPF 70 ทุกวัน ทั้งหน้า ลำคอ และท่อนแขน ก่อนที่จะอ่านเพิ่มเติมแล้วรู้ว่าค่า SPF นี่ไม่ใช่พลังในการกันแดดนะคะ แต่หมายถึง “ความยาวในการกันแดด” ต่างหาก ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ สมมติว่าผิวของเราสู้แสงได้ 15 นาที ก่อนที่จะเริ่มแดงหรือแสบ ถ้าเราคิดจะทา SPF 15 ก็เท่ากับว่า เราต้องเอา 15 คูณ 15 ได้ 225 นาที กว่าที่ผิวเราจะเริ่มไหม้ค่ะ ดังนั้นการที่มี SPF มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับการป้องกันมากขึ้นในห้วงเวลาหนึ่ง แต่หมายความว่า เราจะไม่ต้องทาเขาบ่อยๆ นั่นเอง ดังนั้นต่อให้เราทา SPF 130 ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไปสู้แสงแดดจัดยามเที่ยงได้สบายๆ ถ้าเราต้องการ “พลัง” ในการกันแดด เราจำเป็นต้องดูค่า PA ค่ะ ซึ่งไม่มีตัวเลขกำหนดแน่นอนในปัจจุบันมีเพียง 3 ค่า คือ PA+ PA++ และ PA+++ ถ้าอยากได้การกันสูงๆ ต้องเลือก PA+++ เท่านั้น ตรงนี้ ต้องละเอียดกันนิดหนึ่งค่ะ

สำหรับซูเปอร์โมเดล จีเซล บุนด์เชน เธอไม่ยอมทาครีมกันแดดค่ะ หาว่าเป็น “สารพิษ” ซึ่งก็มีคนแพ้ครีมกันแดดกันเยอะมากในโลกนี้ ทั้งเกิดผื่น เกิดสิว ดังนั้นสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ควรเลือกที่มีสาร Mexoryl SX ซึ่งอาจช่วยให้แพ้น้อยลง เท่าที่หนูดีอ่านฉลากหลังหลอดครีมแล้ว มีน้อยยี่ห้อที่มีส่วนผสมตัวนี้ การทาครีมจึงควรศึกษาให้ละเอียดด้วย เพราะมีสารแปลกๆ ที่เราไม่ค่อยรู้จักอยู่เต็มไปหมด ถ้าตัวไหนไม่ชัวร์ เข้า Google เลยค่ะ มีหมดทุกตัว อ่านกันเพลิน หนูดีอ่านฉลากหลังประจำ เพราะตัวเองแพ้ SLS ซึ่งเป็นสารในสบู่ทั่วไป แต่ยังนับว่าเป็นสารอันตรายอยู่ เพราะดูดซึมทางผิวหนังได้ และอาจทำให้เป็นต้อหากใช้ระยะยาว พอเรียนรู้แล้วมาพลิกดู ปรากฏว่าสบู่ยี่ห้อโปรดของตัวเอง ที่โฆษณาว่า Soap Free และ PH Balance นั้น มี SLS เต็มๆ ทำให้เลิกไว้ใจใครไปเลย ต้องพลิกอ่านละเอียดด้วยตัวเองเสมอ

หน้าร้อน “จัด” นี้ หนูดีคุยกับเพื่อนๆ หลายคน พบว่ามีอีกอาการหนึ่ง นอกจากอาการร้อน แสบคันทางผิวหนังแล้ว ก็ยังมีอาการมวนท้องด้วย เป็นเหมือนอาหารเป็นพิษบ้าง แสบท้องบ้าง บางคนถึงขั้นนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทตลอดทั้งคืนเลยทีเดียว ลุกมาเข้าห้องน้ำหลายรอบ อากาศร้อนๆ แบบนี้ เชื้อโรคบางประเภทที่ไม่ค่อยเติบโตในฤดูหนาว ทำท่าจะเติบโตดีในอาหาร เลยทำให้คนเกิดอาการอาหารเป็นพิษเยอะ แม้กระทั่งร้านอาหารดีๆ ไม่ใช่อาหารแผงลอยข้างทาง ก็ทำเอาหนูดีและคุณแม่มีอาการอาหารเป็นพิษมาแล้ว จึงต้องมีวินัยกับการดูแลบำบัดด้วยโปรไบโอติกและพรีไบโอติกกันในหน้าร้อนนี้ด้วยค่ะ

หนูดีเองทุกเช้าที่ตื่นมาตอนท้องว่างๆ ก่อนทำอย่างอื่นเลย จะเดินไปที่ตู้เย็นในห้องแต่งตัว (หนูดีมีตู้เย็น 1 ตู้ ไว้แช่เครื่องสำอาง น้ำหอม และวิตามินที่ตุนเอาไว้) และหยิบขวดแบคทีเรียออกมา พร้อมกับรับประทานครั้งละ 2 เม็ด พร้อมน้ำ 1 แก้วใหญ่ ทำแบบนี้ทุกวัน รวมถึงก่อนนอน ตอนท้องว่างๆ ก็รับประทานอีก 2 เม็ด เป็นประจำจนเป็นนิสัย เพราะรู้ตัวดีว่าระหว่างวันเราไม่มีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ต่อให้รับประทาน “อาหารสุขภาพ” แค่ไหน แต่มันก็การันตีไม่ได้เสมอไปค่ะ

ในลำไส้ของเรามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อาศัยอยู่มากมาย ฝรั่งเรียกว่า “Micro Organisms” เห็นภาพชัดเชียว แต่ภาษาไทยเรียก “จุลชีวัน” หรือ “จุลินทรีย์” คำนี้ทำเอาเด็กๆ โรงเรียนวนิษางงมาหลายคนแล้วค่ะ มันคืออะไร คำตอบง่ายๆ ก็คือ ในร่างกายของเรา เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย แม้กระทั่งในรูขุมขนของขนตาเรานั้น หนูดีเคยเห็นภาพขยายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยประจำในนั้นแล้วตกใจค่ะ หน้าตาอย่างกับเอเลียน ตกใจไปก็เท่านั้น เป็นที่อยู่ของเขามาแต่ไหนแต่ไร หน้าที่ของมนุษย์เราก็คือ ทำอย่างไรให้ร่างกายนี้ที่เป็นเหมือนสวนสัตว์ขนาดใหญ่ มีสัตว์ดีๆ มาอาศัยอยู่เยอะๆ และค่อยๆ กำจัดสัตว์ไม่ดีออกไปทีละอย่าง

คุณภาพของสุขภาพของเรา ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่มี “จุลินทรีย์ดีๆ” อาศัยอยู่มากกว่าตัวที่ไม่ดีนั่นเอง

ถ้าอย่างนี้แล้วจะนำพาจุลินทรีย์ดีๆ เข้ามาอย่างไร มี 2 วิธีหลักๆ ค่ะ นั่นก็คือ วางเหยื่อล่อเขากับรับประทานตัวเขาเข้าไปเลย หนูดีเองใช้ทั้งสองวิธีเลยค่ะ เพื่อประโยชน์สูงสุด ถ้ารับประทานทั้งตัวเขา เราเรียกรับประทาน “โปรไบโอติก” แต่ถ้ารับประทานเหยื่อ หรืออาหารของเขาเข้าไป เราเรียกรับประทาน “พรีไบโอติก” ค่ะ

โปรไบโอติก นึกภาพออกง่ายๆ จำพวกนมเปรี้ยว โยเกิร์ต ผักดองญี่ปุ่น มิโซะ นัตโตะ แต่ถ้าเป็นพรีไบโอติก คนอาจงง แต่หนูดีบอก รับรองอ๋อ เช่น กล้วยต่างๆ โดยเฉพาะน้ำว้า มะเขือเทศ กระเทียม หอมใหญ่ ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ คือ ต้องเป็นอาหารที่ไม่ถูกย่อยง่ายๆ ในลำไส้เล็ก แต่ต้องไปเป็นอาหารเพาะเลี้ยงเชื้อที่เป็นมิตรในลำไส้ใหญ่ได้ เปรียบไปก็เหมือนเวลาเราเอาอาหารไปล่อนกให้มาอยู่ในสวนบ้านเราน่ะค่ะ นี่ก็ล่อสัตว์เหมือนกัน แต่สัตว์ตัวเล็กหน่อย มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเท่านั้นเอง

สัตว์เล็กๆ เหล่านี้ ถ้ามีประเภทดีๆ เยอะ ก็สามารถช่วยเรื่องการมวนท้อง ปวดท้องเพราะอาหารในหน้าร้อนได้ค่ะ ฤดูร้อนนี้ร้อนจริงๆ อย่างไรก็ดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี