
แรงศรัทธา นำพาปาฏิหาริย์
1 เดือนเต็มหลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทรวงอกในลอนดอน
โดย...นูโน่
1 เดือนเต็มหลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทรวงอกในลอนดอน ฟาบริซ มูอัมบา ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พร้อมพลังศรัทธาและความหวังอีกครั้ง
“สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ ผมได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของคำภาวนา ผมเสียชีวิตไปแล้ว 78 นาที และแม้จะมีชีวิตอยู่ก็อาจจะเป็นเจ้าชายนิทรา แต่ผมก็ยังกลับมามีชีวิตและคุยกับคุณในตอนนี้” มิดฟิลด์วัย 24 ปี ของโบลตัน เปิดใจให้สัมภาษณ์ครั้งแรกด้วยน้ำตา นับตั้งแต่ล้มหมดสติและหัวใจหยุดเต้นในสนามต่อหน้าแฟนบอลนับล้านทางทีวี
ไม่เพียงแค่พลังคำสวดภาวนาจากครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเขาเองด้วย
“ในเช้าอีกวันหนึ่ง (หลังเกมดังกล่าว) ผมสวดภาวนากับพ่อและขอให้พระเจ้าคุ้มครองผม และท่านก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง”
อย่างไรก็ตาม มูอัมบา ซึ่งต้องใช้เครื่องชอร์ตหัวใจ 15 ครั้ง (2 ครั้งในสนาม และอีก 13 ครั้งบนรถพยาบาล) ต้องใช้ชีวิตโดยมีเครื่องชอร์ตหัวใจไฟฟ้าอยู่ในร่างกาย เพื่อป้องกันหากหัวใจหยุดเต้นอีก พร้อมกับแผลเป็นขนาด 3 นิ้ว บนหน้าอกด้านซ้ายไว้เตือนความทรงจำ
ห้องเครื่องโบลตัน ยืนยันว่าไม่มีอาการใดๆ บ่งบอกก่อนหัวใจหยุดเต้นและวูบกลางสนามในนาทีที่ 41 ของศึกเอฟเอ คัพ กับ สเปอร์ส เมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยหลังจากเติมเกมขึ้นไปจากการเปิดบอลของ มาร์ติน เปตรอฟ ทางริมเส้นฝั่งซ้าย และวิ่งกลับลงมาแดนกลาง ก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย แต่ไม่ใช่การวิงเวียนธรรมดา มันรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในร่างกายใครสักคน
“จากนั้นมันก็เกิดขึ้นอีก แล้วการมองเห็นก็เริ่มแย่ ผมไม่มีอาการปวดอะไร ไม่เจ็บหน้าอก จากนั้นก็เริ่มเห็นภาพซ้อน มันรู้สึกเหมือนความฝัน ไม่มีใครอยู่ใกล้ผม เมื่อเริ่มรู้สึกตรงหน้าอก” มูอัมบา ย้อนความจำถึงวินาทีชีวิต
สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ คือ เดดริก โบยาตา กองหลังเพื่อนร่วมทีม ตะโกนให้ลงไปช่วยเกมรับ แล้วเขาก็ล้มลงหัวกระแทกพื้น
“ทุกอย่างมืดสนิท ผมตายแล้ว”
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง
ไม่ใช่แค่การรอดชีวิตเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง แต่อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษชุด ยู21 ที่อพยพมาจากซาอีร์ตอนอายุ 11 ขวบ ยังใช้เวลาเพียงเดือนเดียวกลับมาเตะฟุตบอลได้อีกครั้ง แม้เป็นเพียงแค่การเล่นเบาๆ เท่านั้น
แม้วันนี้เขาไม่อาจช่วยเพื่อนร่วมทีมดิ้นหนีตกชั้นได้ แต่ก็ยังนึกถึงทีมตลอด และหวังจะได้เข้าไปเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมทีมใน 2 แมตช์สุดท้ายสักเกมหนึ่ง ซึ่งมีคิวพบกับ สเปอร์ส วันที่ 2 พ.ค. และดวลกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในอีก 4 วันถัดไป
ขณะเดียวกัน ในเรื่องร้ายๆ ก็มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เมื่อขณะที่แฟนบอลโบลตันไม่ต้องการให้เขาทำอะไรที่เสี่ยงต่อการรักษาตัวให้หายเป็นปกติ กำลังใจและมิตรภาพในเกมกีฬาจากทั่วโลก ก็เป็นแรงกระตุ้นสำหรับสโมสรให้ต่อสู้เพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไป
อดีตนักเตะเบอร์มิงแฮม ซิตี และสโมสร ได้รับข้อความกำลังใจหลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งคอยติดตามอาการของนักเตะ และร่วมดีใจเมื่อเห็นภาพ มูอัมบา ยิ้มได้ ทางทวิตเตอร์ของนักเตะ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดของแพทย์ หลังใส่เครื่องชอร์ตหัวใจไฟฟ้าไว้แล้ว สโมสรโบลตันยืนยันว่าการตัดสินใจเข้าชมเกมในบ้านจะขึ้นอยู่กับตัวนักเตะและสุขภาพ แต่แหล่งข่าวเผยว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ มูอัมบา จะเข้ามาชมเกมในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าช้าหรือเร็ว
“ทุกคนตื่นเต้นกับข่าวดีของแฟ็บ ที่ได้ออกจากโรงพยาบาล เรารู้ว่าเขายังต้องใช้เวลาอีกนานในการหายกลับมาเป็นปกติ แต่ทุกคนก็รอคอยที่จะได้เจอเขาอีกครั้ง ไม่ว่าช้าหรือเร็ว” เควิน เดวีส์ กัปตันทีมเดอะ ทรอตเตอร์ส กล่าว
ขณะที่ โอเวน คอยล์ กุนซือของทีม กล่าวว่า มันเยี่ยมมากที่ได้ยินเสียงของ มูอัมบา ดูมีความหวัง และอาการดีมาก หลังได้คุยกันเมื่อ 3 วันก่อน
ถึงวันนี้จะยังไม่ชัดเจนว่า เขาจะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้งหรือไม่ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้หากเราไม่สิ้นหวัง เพราะฉะนั้นในวันที่ท้อแท้ อย่าสิ้นหวังและศรัทธา เพราะ มูอัมบา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ปาฏิหาริย์มีจริง”







