
เปปเทหมดหน้าตักสยบสิงห์บลู
เปป จัดเต็มหวังอัดสิงห์บลูทะลุชิงฯ เข้าป้องแชมป์ มัตเตโอ สั่งจับตาย เมสซี
เปป จัดเต็มหวังอัดสิงห์บลูทะลุชิงฯ เข้าป้องแชมป์ มัตเตโอ สั่งจับตาย เมสซี
เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือบาร์เซโลนา ทุ่มหมดหน้าตัก ส่ง เชส ฟาเบรกาส และลิโอเนล เมสซี ทะลวงตาข่าย “เชลซี” หวังพลิกสถานการณ์เข้าไปป้องกันแชมป์ให้ได้ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่คัมป์นู วันนี้
“เราจะได้เห็นกันในวันนี้ว่าเราจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้หรือไม่ แต่ผมคิดว่าลูกทีมของผมยังคงมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้น และพยายามที่จะหาแนวทางที่ดีที่สุดของเราในเกมสู้กับ เชลซี สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะบ่งบอกสิ่งที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ เราวางแท็กติกที่ผิดพลาดในเกมที่แพ้ เรอัล มาดริด เมื่อวันเสาร์ แต่วันนี้เราส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดที่เรามี ทั้ง เชส ฟาเบรกาส และลิโอเนล เมสซี ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชนะอย่างเดียว และกำชับลูกทีมห้ามเสียประตู” กุนซือวัย 41 ปี กล่าว
ทั้งนี้ เชลซี กุมความได้เปรียบเหนือ บาร์เซโลนา หลังเปิดสแตมฟอร์ดบริดจ์ เฉือนชนะ 1-0 จากลูกยิงของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา นัดแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน เกมนี้หาก “สิงห์บลู” แค่บุกเสมอจะตีตั๋วเข้าไปชิงเจ้ายุโรปที่อัลลิอันซ์ อารีนา เยอรมนี วันที่ 19 พ.ค.นี้ทันที
นอกจากนี้ เปป ยอมรับว่า ทีมจากเกาะอังกฤษมีสภาพร่างกายที่สดกว่า เนื่องจาก เชลซี สามารถเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 8 คน
ขณะที่ โรแบร์โต ดิมัตเตโอ กุนซือเชลซี สั่งจับตาย เมสซี และจะเน้นเกมรับเป็นพิเศษ เหมือนเกมเสมอ อาร์เซนอล 0-0
“ยอมรับว่าเรามีโอกาสที่ดีที่เรามีสกอร์ตุน 1-0 แต่เล่นกับ บาร์เซโลนา ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเล่นในถิ่นคัมป์นูด้วย เราต้องให้แผงหลังหยุดเมสซีให้ได้ เราจะเน้นรับและคอยสวนกลับ โดยให้ ดร็อกบา เป็นตัวป่วน” กุนซืออิตาเลียน กล่าว
สถิติที่พบกันของทั้งสองทีม 14 ครั้ง บาร์เซโลนา ชนะ 5 แพ้ 5 และเสมอ 4 ครั้ง ซึ่งยอดทีมจากสเปนมีสถิติดีในบ้าน พวกเขาไม่แพ้ทีมใด 15 นัดในเกมแชมเปียนส์ลีก และชนะได้ถึง 13 ครั้ง
ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุน ซือซืออาร์เซนอล แนะ “สิงห์บลู” ให้กล้าๆ เปิดเกมรุกใส่ บาร์เซโลนา หากหวังโค่นแชมป์เก่า
“มันจะไม่มีค่าเลยถ้าคุณไม่คิดที่จะพยายามทำประตู เรื่องหัวจิตหัว ใจถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะล้มพวกเขา เพราะที่ผมได้เห็นมาเมื่อปีก่อนจากการที่ อาร์เซนอล ยิงประตูได้ แม้มีโชคช่วยอยู่ก็ตาม ผมรู้เลยว่าพวกเขาเกิดความเครียดมหาศาล” เวนเกอร์ กล่าว







