posttoday
อาลัยรัก อาจารย์พิชัย วาสนาส่ง

อาลัยรัก อาจารย์พิชัย วาสนาส่ง

21 เมษายน 2555

การเล่าเรื่องอย่างเป็นลำดับขั้น เข้าใจง่ายผ่านน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ในการวิเคราะห์สถานการณ์โลกไปจนถึงเรื่องราวสารพัดของอาหารและดนตรีคลาสสิก คือเสน่ห์ที่หลายคนติดอกติดใจและติดตามการจัดรายการของอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง บุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ของประเทศไทย แต่บัดนี้ได้สิ้นเสียงลมหายใจสุดท้าย เมื่อท่านอาจารย์พิชัยจากไปอย่างสงบ ในวันที่ 8 เม.ย. 2555 ด้วยวัย 82 ปี

การเล่าเรื่องอย่างเป็นลำดับขั้น เข้าใจง่ายผ่านน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ในการวิเคราะห์สถานการณ์โลกไปจนถึงเรื่องราวสารพัดของอาหารและดนตรีคลาสสิก คือเสน่ห์ที่หลายคนติดอกติดใจและติดตามการจัดรายการของอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง บุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ของประเทศไทย แต่บัดนี้ได้สิ้นเสียงลมหายใจสุดท้าย เมื่อท่านอาจารย์พิชัยจากไปอย่างสงบ ในวันที่ 8 เม.ย. 2555 ด้วยวัย 82 ปี

อาลัยรัก อาจารย์พิชัย วาสนาส่ง

จุดเริ่มต้นเส้นทางชีวิตของอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง เริ่มขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่เลือกเรียนในคณะนี้ เพราะวิชาสถาปัตยกรรมเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะในการก้าวไปสู่การเรียนรู้วิชาในสาขาอื่นๆ ได้อย่างมากมาย มีทั้งคำนวณและศิลปะรวมกันอยู่ และนี่คือหลักการคิดพื้นฐานที่ทำให้อาจารย์พิชัยรักและหลงใหลการแสวงหาความรู้รอบด้าน

ด้วยความรู้รอบอันหลากหลายอันเกิดจากนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็ก ทำให้ช่วงชีวิตหนึ่งของอาจารย์พิชัย ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งท่านเคยเล่าให้ฟังว่า “แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากความมักใหญ่ใฝ่สูงแต่อย่างใด หากแต่ต้องการรู้ว่าแต่ละคนที่นั่นคิดเห็นกันอย่างไร เพราะต้องไม่ลืมว่าคนที่ไปอยู่ที่นั่นเป็นคนที่ถูกเลือกแล้วว่ามีความรู้ความสามารถ และการได้เข้าไปอยู่ในสังคมนั้นก็ทำให้รู้ว่าบางคนมีจุดประสงค์ซ่อนเร้นก็มี”

แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางสายการเมืองนั้น สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การต้องตัดสินใจเพื่อเลือกข้าง ซึ่งอาจารย์พิชัยเคยให้แง่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ถึงเราไม่เลือกข้าง และคิดว่าตัวเราเป็นกลาง แต่คนอื่นก็ตัดสินให้เราเลือกข้างเสียแล้ว แท้จริงแล้ว เป็นการเลือกทำสิ่งที่ควรทำ ช่วยงานคนที่กำลังทำงานเพื่อบ้านเมือง” จึงทำให้ในช่วงชีวิตหนึ่งท่านต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำถึง 8 เดือน เมื่อคราวเกิดการปฏิวัติในปี 2501 และนี่คือสิ่งที่ท่านไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น เมื่อคราวใดก็ตามที่ท่านหวนนึกถึงวันวานบนเส้นทางการเมือง ท่านมักจะพูดกับคนใกล้ชิดเสมอว่า “เป็นนายพิชัย นี่ดีที่สุดแล้ว เป็นรัฐมนตรี และเป็นตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ วันหนึ่งเมื่อไม่ได้ทำให้เขา ตำแหน่งเขาก็เอาคืน แต่เป็นนายพิชัยนั้น ไม่มีใครเอาไปได้”

ตลอด 82 ปีของอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง มีทั้งทุกข์ สุข และเศร้าคละเคล้ากันไป ซึ่งท่านเคยเปรียบว่ามันคือจังหวังของชีวิตที่มีขึ้นลงคล้ายกับจังหวะของดนตรี เมื่อพูดถึงเรื่องดนตรีแล้ว เชื่อว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนรู้จักและจดจำท่านได้เป็นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครั้งที่ท่านจัดรายการวิทยุที่มีชื่อว่า “เพลงเพลินใจ” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก พร้อมทั้งมีการสอดแทรกสถานการณ์เด่นในต่างประเทศได้อย่างลงตัว จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งรายการที่มีผู้ฟังติดตามเป็นจำนวนมากในขณะนั้น

อาลัยรัก อาจารย์พิชัย วาสนาส่ง

 

“เรื่องของอาหารการกิน เป็นเรื่องใหญ่ที่ติดมากับอารยธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งโดยเหตุผลก็น่าเป็นอย่างนั้น อาหารการกินเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพของเราโดยตรง การกินจึงมีส่วนเกี่ยวพันกับสุขภาพร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน การได้กินอาหารที่มีรสชาติถูกปาก มีความนุ่มนวล ไม่หยาบกระด้าง มีความกรอบเมื่อควรกรอบ มีความหนืดเมื่อควรหนืด มีกลิ่นชวนกิน สิ่งเหล่านี้มีความเร้นลับที่มีอยู่ในครัวทั้งสิ้น” นี่คือเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือที่มีชื่อว่า “ข้างครัว” หนึ่งในหนังสือที่เขียนโดยอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง ซึ่งภายในหนังสือเล่มนี้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวศาสตร์และศิลป์ของอาหารได้อย่างน่าสนใจจนต้องมีการพิมพ์เพิ่ม ในช่วงเวลาหนึ่งเราได้มีโอกาสทำรายการอาหารร่วมกับท่านในรายการที่มีชื่อว่า “เต็มอิ่ม 360 องศา” ตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงาน เราเห็นถึงความสุขและรอยยิ้มของท่านปรากฏทุกครั้งที่ท่านได้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร สิ่งที่ท่านมักจะเน้นย้ำในรายการเสมอก็คือ “การกินอาการ ไม่เพียงแค่กินเก่งเท่านั้น หากแต่ว่าจะต้องกินให้เป็นอีกด้วย รู้ว่าอะไรกินแล้วมีประโยชน์ ต้องกินในช่วงฤดูกาลไหนถึงจะอร่อย และตรงส่วนไหนที่ควรจะกิน” ซึ่งองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมาจากพรสวรรค์และพรแสวงอันเกิดจากอ่านและค้นคว้าหาความรู้เรื่องอาหารของท่านอยู่เสมอ

บทบาทสำคัญที่สุดในชีวิตของอาจารย์พิชัย วาสนาส่ง คือ การทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชน ครั้งหนึ่งเราเคยถามท่านว่า เคยทำรายการอะไรมาบ้าง อาจารย์พิชัย เล่าให้ฟังว่า การทำงานด้านสื่อสารมวลชนของท่านนั้น เรียกได้ว่าผ่านมาเกือบจะครบทุกแขนงของงานด้านนี้ เริ่มตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายศิลปกรรม ไปจนถึงตำแหน่งผู้รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ แต่สิ่งที่ผู้คนจดจำท่านได้มากที่สุด ก็เห็นจะเป็นการทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพบโลก ซึ่งเป็นรายการวิเคราะห์สถานการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งต่อมาอาจารย์พิชัยก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของนักทำสารคดี รายการบันเทิง รายการวิเคราะห์ข่าว และรวมไปถึงรายการโลก 360 องศาอีกด้วย บทบาทของการเป็นสื่อมวลชนของอาจารย์พิชัยนั้น ได้รับการยอมรับและเชิดชูจากบุคคลในวงการ ซึ่งตลอดชีวิตการทำงานหลักปรัชญาที่ท่านมักจะเน้นย้ำให้กับคนในแวดวงสื่อสารมวลชนตระหนักถึงอยู่เสมอ นั่นก็คือ การนำเสนอความจริงบนพื้นฐานของมโนธรรมและจริยธรรม และสำหรับผู้บริโภคสื่อท่านก็ยังได้ให้ข้อคิดว่า ต้องยึดหลักกาลามสูตร คือ ไม่เชื่อตามที่ฟังหรือถือสืบต่อกันมา ต้องพินิจพิเคราะห์ด้วยเหตุและผลอย่างรอบด้านเสียก่อนแล้วค่อยเชื่อตาม

จวบจนบั้นปลายของชีวิต ภาพที่คนส่วนใหญ่ยังคงคุ้นเคยเกี่ยวกับอาจารย์พิชัย นั่นก็คือ การไม่หยุดที่จะทำหน้าที่บทบาทการเป็นสื่อมวลชน เคยมีคนถามท่านว่า ไม่เหนื่อยบ้างหรือ อายุเยอะขนาดนี้แล้ว อาจารย์พิชัยยิ้มและตอบว่า “การที่ผมทุ่มเทชีวิตให้กับเรื่องที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม คนที่ติดตามรายการนี้แล้วเอาไปใช้ต่อยอดกับการงานของเขาได้ เท่านี้ชีวิตผมก็มีความสุขแล้ว”

ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไม่ได้มีโอกาสเห็นท่านหรือได้ฟังน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ในการวิเคราะห์หรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แล้ว แต่เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการได้มีโอกาสหยิบยกบางแง่มุมหนึ่งในชีวิตของท่านมานำเสนอนั้น จะเป็นประโยชน์และเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิต ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำหน้าที่สื่อมวลชน ในวันที่ร่างของท่านสงบนิ่งและค่อยๆ เสื่อมไปตามวัฏจักรแห่งสังขาร แต่วิชาชีวิตที่ท่านได้มอบไว้จะไม่สูญสลายหากมีการสืบต่อ 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท