
สะพานข้ามฟาก
โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน
โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน
ความต่างระหว่างใช้เรือข้ามฝั่งกับใช้สะพานข้ามฟากอยู่ตรงที่การข้ามฝากด้วยสะพาน ไม่จำเป็นต้องข้ามพร้อมกัน ต่างคนต่างข้าม ใครจะข้ามตอนไหนก็ได้ ส่วนเรือข้ามฝั่งนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องลงเรือลำเดียวกัน เดินทางข้ามน้ำพร้อมกัน และถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน
วันนี้เราจะพูดคุยกันเรื่องนี้ครับ
“ทวาย” เป็นเมืองทางตอนใต้ของพม่า อยู่ในเขตตะนาวศรี ประกอบไปด้วย อ.ทวาย มะริด และ อ.เกาะสอง ทวายติดทะเลอันดามันในทิศตะวันตก และติดกับชายแดนไทยในทิศตะวันออก ตรงกับเมืองกาญจนบุรี
พม่ากำหนดให้เมืองทวายเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ จะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และน่าจะใหญ่ที่สุดในอาเซียน การประกาศเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษทำให้ทวายเนื้อหอมขึ้นมาทันที และทั่วโลกคาดกันว่าทวายจะเป็นเกตเวย์แห่งใหม่ในภูมิภาคนี้
โครงการของทวายนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก 3 แห่ง เป็นท่าเรือขนส่งของเหลว เช่น น้ำมัน ก๊าซ ท่าเรือสินค้า และท่าเรือที่เชื่อมกับทางรถไฟไปมณฑลยูนนานของจีน 2.โครงการก่อสร้างการนิคมรอบๆ ท่าเรือมีอยู่ด้วยกัน 6 โซน 3.โครงการตัดถนน สร้างทางรถไฟ สร้างท่อก๊าซมายังประเทศไทย โครงการนี้จะมาสู่ประเทศไทยตรงบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ระยะทางจากทวายมาสู่เมืองกาญจนบุรี 160 กิโลเมตร
โครงการทั้งหมดที่ว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยบริษัทของคนไทยได้รับสัมปทาน 75 ปี
มีผลวิจัยโครงการนี้มาให้ดูครับว่าจะส่งผลกระทบต่อพม่า ไทย และโลก อย่างไร งานวิจัยนี่ชื่อ “HIA กับการลงทุนข้ามพรมแดน : กรณีศึกษาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า” ของอาจารย์เดชรัตน์ สุขกำเนิด จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยวิเคราะห์จากสถานที่ ประเภทของอุตสาหกรรม และขนาดของอุตสาหกรรมภายในโครงการเปรียบเทียบกับนิคมมาบตาพุดของไทย
โครงการเศรษฐกิจพิเศษของทวายมีขนาดใหญ่กว่านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดของไทย 10 เท่า มีอุตสาหกรรมครบทุกชนิด ไม่ว่าโรงงานปิโตรเคมี โรงถลุงเหล็ก ก็มีอยู่ในโครงการนี้
ในโครงการของทวาย อาจารย์เดชรัตน์ ระบุว่ามี 6 ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางน้ำ กากของเสีย ผลกระทบต่อชุมชน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนดั้งเดิม และผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย
ที่น่าเป็นห่วงก็คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่มากๆ โรงไฟฟ้านี้จะปล่อย co2 ถึงปีละ 30 ล้านตัน คิดเป็น 2 เท่าของการปล่อย co2 ของประเทศพม่าทั้งประเทศในปี 2551 และจะเกิดเถ้าถ่านหินลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ 1.3 ล้านตัน ในโครงการนี้ก่อให้เกิดสารพิษที่เป็นสาเหตุการเกิดฝนกรดถึง 1 ล้านตันต่อปี จะมีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ปีละ 4.4 แสนตัน มีการใช้น้ำจืดเพื่อหล่อเลี้ยงโครงการถึงวันละ 5.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ขยะอุตสาหกรรมปีละ 7.5 แสนตัน ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 4,000 กว่าครัวเรือน
เฉพาะจุดที่ 1 ที่มีการก่อสร้างท่าเรือและเขตอุตสาหกรรมกระทบ 21 หมู่บ้าน 3,977 ครัวเรือน ประชากร 32,274 คน จุดที่ 2 ที่มีการสร้างเขื่อนกระทบ 5 หมู่บ้าน แต่จุดนี้ถ้ามีการสร้างเขื่อนขึ้นมาจะกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์มากๆ แห่งหนึ่งของโลก จุดที่ 3 ซึ่งมีการสร้างถนนมายังฝั่งไทยกระทบ 10 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 3,000 คน
ในส่วนที่มีผลกระทบต่อประเทศในเชิงนิเวศก็คือ ผืนป่าตะวันตกของไทยที่เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของไทย จะถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าในผืนป่าแห่งนี้ และแนวถนนสายใหม่จากบางใหญ่ จ.นนทบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ไปเชื่อมต่อกับถนนสายทวาย ถ้าบริหารจัดการไม่ดีถนนเส้นนี้จะขวางทางน้ำ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ได้
การลุกขึ้นมาต่อต้านของคนทวายในโครงการนี้ ทำให้รัฐบาลพม่าต้องทบทวนโครงการกันขนานใหญ่ สุดท้ายรัฐบาลพม่าประกาศยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 4,000 เมกะวัตต์ ด้วยเหตุผลที่ว่าภายในโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายบนพื้นที่ 2 แสนไร่นั้น ใช้ไฟเพื่อรองรับโครงการทั้งหมดแค่ 400 เมกะวัตต์เท่านั้น
ถ้าใครได้ตามเรื่องความเป็นไปของพม่าแล้ว จะเห็นได้ว่าพม่าเอาจริงเอาจังกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชากรของเขาเป็นอย่างมาก เพราะก่อนประกาศยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของนักลงทุนไทย พม่าก็เพิ่งจะยกเลิกการสร้างเขื่อนขนาดมหึมากั้นแม่น้ำอิรวดีของนักลงทุนชาวจีนไปเช่นเดียวกัน
การรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วนของรัฐบาลพม่า ทำให้พม่าได้รับคำชมจากนานาประเทศเป็นอย่างมาก และพม่าคงจะพัฒนานิคมทวายของพวกเขาไม่ให้ซ้ำรอยนิคมบางนิคมของประเทศเพื่อนบ้านเป็นแน่แท้
การกำหนดทิศทางในเรื่องของสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความเป็นอยู่ของประชากรของเขาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ เสมือนหนึ่งพม่าจะบอกกับคนทั้งโลก จากนี้ไปคนพม่าทั้งหมดจะใช้เรือข้ามฝั่งด้วยเรือลำเดียวกัน
ส่วนสะพานข้ามฟากที่ข้ามแบบตัวใครตัวมันนั้น พม่าบอกว่าให้เป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้านก็แล้วกัน







