
กินเย็นดับร้อน
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
ร้อนครับร้อน ร้อนๆ อย่างนี้ เราว่าไปหาอะไรเย็นๆ มากินดับร้อนกันดีกว่า
แล้วที่บอก อะไรเย็นๆ น่ะ ไม่ใช่น้ำแข็งใส ไอศกรีมเนียนนุ่ม หรือเบียร์วุ้นหรอกนะเออ แต่เป็น--“ของกินรสเย็น” นั่นต่างหาก
ของกินรสเย็น มีอะไรบ้าง ติ๊กต๊อก--ติ๊กต๊อก--ติ๊กต๊อก นึกไม่ออกใช่เปล่า?
“พริก” ไม่ใช่แน่ๆ “ดีปลี” (ผลแห้งใช้เป็นเครื่องเทศ) ก็ไม่ใช่ เพราะสองอย่างนี้มีรสร้อนอันโดดเด้ง กินแล้วก็รังแต่จะร้อนยิ่งขึ้น ชวนให้กระหายน้ำเป็นทวีคูณ
“ส้มตำปูปลาร้า” เมนูที่ใครๆ ชอบสั่งแม่ค้าแบบขอรสแซบเว่อร์ ความเผ็ดอนุบาลทำเมินใส่ ขอความเผ็ดมหาวิทยาลัย ก็ไม่เหมาะที่จะสั่งมาดับร้อน ทว่า ถ้าห้ามใจไม่ไหว ควรกินแต่น้อย อร่อยพอหอมปากหอมคอ (พูดได้แต่ทำยากมากกกกกกอ่ะ)
เมนูบ้านๆ ที่มีรสเย็นเหมาะกับการดับร้อน ว่ากันตามตำราแพทย์แผนไทย ก็เช่น “แกงขี้เหล็ก” “แกงส้มแตงโมอ่อน” “ต้มโคล้งใบมะขามอ่อน” “ยำแตงกวา” “ต้มส้มปลากระบอก” “น้ำพริกกับผักรสขม” “มะม่วงน้ำปลาหวาน” “ข้าวยำ” รวมทั้ง เมนูยอดนิยมช่วงหน้าร้อน “ข้าวแช่” (ไม่ใส่น้ำแข็ง) ล้วนเป็นของกินรสเย็น ที่จะช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายของคุณเย็นลง
แต่ๆๆๆ คงไม่ใช่ “ของหวาน” ประเภทที่น้ำตาลยังขอเรียกแม่ “ทองหยิบ” “ทองหยอด” “ฝอยทอง” หรือจำพวก “ของเชื่อม” ที่เยิ้มใสพราวไปด้วยน้ำตาล อย่าได้เผลอไผลหยิบใส่ปากจนเพลินเชียวละ เรียกว่า--ยิ่งกิน ยิ่งหวาน ยิ่งร้อน
และที่ถือเป็นของกินรสร้อน ฮิตติดลมบน ต้องยกให้ “ของทอด” “แกงกะทิ” “หมูกรอบ” “เบคอน” แล้วไหนจะเมนูโปรดของเหล่าคอเบียร์ “ขาหมูเยอรมัน” เมื่อบวกกับแอลกอฮอล์ในเบียร์ โอ้--ยิ่งกินก็ยิ่งร้อนไปใหญ่
“ทุเรียน” ก็เข้าข่ายของกินรสร้อน แต่เมื่อริจะกินทุเรียนแล้ว ก็ต้องแก้ทางกันด้วย “มังคุด” ได้ผลนักแล หรือจะลิ้มรสผลไม้เปรี้ยวจี๊ดดดดด “มะดัน” “มะยม” “มะเฟือง” ก็เหมาะกับหน้าร้อน ด้วยฤทธิ์ของมันนั้นเย็น กินแล้วรู้สึกถึงความสดชื่นชุ่มคอ (เวลาเคี้ยวไง)
ตามตำราแพทย์แผนจีนก็มีของกินรสเย็น (ของกินหยิน) ที่กินมาตั้งแต่ครั้งโบราณนู่น “ปู” “เป็ด” “ห่าน” ตลอดจนนานาผลไม้ ซึ่งหาซื้อหากินในบ้านเราไม่ยาก “กล้วย” “ส้ม” “สาลี่” “แตงโม” “สับปะรด” “มะละกอ” “ส้มโอ” กระทั่ง “น้ำมะพร้าว” ก็ยังมีรสเย็นที่จะช่วยดับร้อนได้ดี
ไม่หมดแค่นี้นะ ผักหลายชนิดก็มีรสเย็นเหมาะอย่างยิ่งที่จะทำเป็นเมนูเด็ดช่วงหน้าร้อน เพื่อลดหยาง (ร้อน) ในร่ายกาย “สาหร่ายทะเล” “มะระ” “ผักกาดขาว” “ดอกไม้จีน” “ผักบุ้ง” “หัวไช้เท้า” “หน่อไม้” “เห็ดหูหนู” “ถั่วฝักยาว” “ถั่วเหลือง” “มะเขือเทศ” “ฟัก”
ถึงอย่างนั้น ตามตำราแพทย์แผนไทยก็แนะนำเบื้องต้นให้แต่ละคนยึด “4 ธาตุเจ้าเรือน” ของตัวเองก่อน ใครธาตุอะไร ควรรู้ไว้ จะได้เป็นการกินที่สมดุล (ธาตุดิน--ควรกินอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ธาตุน้ำ--ควรกินอาหารรสเปรี้ยว หลีกเลี่ยงอาหารรสมันจัด ธาตุลม--ควรกินอาหารรสเผ็ดร้อน เลี่ยงอาหารรสหวานจัด ธาตุไฟ--ควรกินอาหารรสขม เลี่ยงอาหารรสร้อน)
อ่อนอกจากหน้าร้อนจะเหมาะกับของกินรสเย็นแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ก็มักย้ำเสมอว่า ในสำรับต้องไม่ลืมอาหารรสขมกับเมนูรสฝาดเด็ดขาด หาได้ตามรั้วตามสวน “ใบปอ” “ใบยอ” “ผักขมจีน” “ผักขมไทย” “มะระขี้นก” “มะระจีน” “ใบบัวบก” เพราะดีต่อสุขภาพ ช่วยดับร้อนไม่พอ ยังบำรุงถุงน้ำดีและเพิ่มประสิทธิภาพระบบย่อยได้ด้วย
รู้แล้วก็รีบไปหาเมนูรสเย็นมากินซะ รับรองร้อนนี้--เอาอยู่!!!







