
แท็บเล็ต-สมาร์ตโฟน ขับเคลื่อนตลาดอีบุ๊ก
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
กระแสการเติบโตและการใช้งานของแท็บเล็ต ทั้งไอแพดและแอนดรอยด์จากค่ายต่างๆ และล่าสุดที่แอปเปิลเตรียมวางจำหน่ายนิว ไอแพด ในประเทศไทย ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มความร้อนแรงยิ่งขึ้น ทำให้คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องแท็บเล็ตขายในไทยปีนี้อาจจะแตะถึง 1 ล้านเครื่อง ยังไม่นับแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาที่มียอดจัดซื้อจัดจ้างอีก 1 ล้านเครื่อง และเมื่อรวมกับตลาดสมาร์ตโฟนในปีนี้ที่คาดว่าจะมีตลาดรวม 4–5 ล้านเครื่องด้วยแล้ว สรุปว่าสมาร์ตดีไวซ์จะมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มอีกกว่า 6 ล้านราย ไม่นับผู้ใช้ที่มีอยู่แล้ว ตลาดนี้จึงหอมหวานขึ้นมาในทันทีสำหรับกลุ่มนักพัฒนาแอพพลิเคชันและคอนเทนต์
หนึ่งในแอพพลิเคชันและคอนเทนต์ที่เป็นที่จับตามองว่าจะใช้จังหวะนี้เข้ารุกทำตลาดมาก คือ กลุ่มเพื่อการศึกษา ซึ่งรวมถึงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ก ที่จากเดิมมีช่องทางการอ่านจำกัด น่าจะเป็นโอกาสที่ดี แม้ว่าโมเดลในการสร้างธุรกิจจะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการขาย การโฆษณา หรือการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือแม้แต่รัฐบาลที่อาจจะเข้ามาให้การสนับสนุนนักพัฒนา
ไอเลิฟไลบรารี (ilovelibrary) เป็นหนึ่งในเว็บไซต์และโปรแกรมสร้างอีบุ๊ก ที่พยายามสร้างการรับรู้และดึงให้มีการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้กว่า 3 แสนรายแล้ว
นิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเพ่นเซิร์ฟ ผู้พัฒนาไอเลิฟไลบรารี กล่าวว่า ตลาดอีบุ๊กไทยเติบโตได้เพราะแท็บเล็ต ไอเลิฟไลบรารีจึงพัฒนาโปรแกรมนี้ให้ดาวน์โหลดฟรีไปใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ และมีหนังสือให้ดาวน์โหลดไปอ่านฟรีกว่า 1,000 ปก ที่สำคัญผู้ใช้สามารถสร้างอีบุ๊กเองจากหนังสือคอนเทนต์ได้ด้วย และทำได้ทั้งแบบสาธารณะ คือ เปิดกว้างให้ใครก็อ่านได้ หรือแบบส่วนตัวเก็บไว้อ่านคนเดียว โดยต้องยอมรับเงื่อนไขว่า โอเพ่นเซิร์ฟอาจแทรกหน้าโฆษณาในอีบุ๊กที่สร้างขึ้นได้ หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้สร้างคือผู้รับผิดชอบ ขนาดของอีบุ๊กต้องไม่เกิน 50 เมกะไบต์ และอีบุ๊กที่สร้างขึ้นอาจถูกยกเลิกโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รูปแบบนี้คือการเก็บรายได้จากหน้าโฆษณาที่แทรกไปในอีบุ๊ก
รูปแบบต่อมา คือ การสร้างเครือข่ายผู้ใช้อีบุ๊ก โดยโอเพ่นเซิร์ฟได้ร่วมกับโรงเรียน 130 แห่ง เข้าไปติดตั้งโปรแกรมฟรี โดยอาจารย์และนักเรียนจะสร้างสื่อการสอนเป็นอีบุ๊ก และอัพโหลดขึ้นแบ่งปันกันในเครือข่ายโรงเรียนด้วยกัน เป้าหมายของโมเดลธุรกิจนี้ คือ สร้างการดาวน์โหลดใช้งานให้ถึง 1 ล้านราย ซึ่งทั้งหมดจะใช้มาตรฐานเดียวกันในการสร้างและเปิดอ่านอีบุ๊ก รายได้สามารถเกิดจากค่าเช่าใช้เครือข่าย การพัฒนาสื่อการสอนให้กับโรงเรียนเพิ่มเติม หรือแม้แต่การแทรกโฆษณาที่เหมาะสมให้กับกลุ่มอาจารย์และนักเรียน ส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องรอแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา แต่ถ้ามีโครงการนี้มาเสริมจะช่วยให้เกิดได้เร็วขึ้น รูปแบบนี้ยังรวมถึงองค์กรต่างๆ ซื้อไปเพื่อพัฒนาอีบุ๊กภายในองค์กรใช้กันเองด้วย ซึ่งมีระบบสิทธิการอ่าน ระบบการยืมคืน
ส่วนสุดท้าย คือ การร่วมมือกับสำนักพิมพ์ โดยโอเพ่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเวอร์ชวล พับลิชชิง และมีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้กัน แต่ส่วนนี้ต้องมีการพิจารณาส่วนแบ่งรายได้ที่ชัดเจน เพราะอีบุ๊กที่มีการซื้อขายควรจะลดราคาจากปกติ 3040% แต่ปัจจุบันมีส่วนลด 1015% เท่านั้น ทำให้ปริมาณการซื้อขายอีบุ๊กยังไม่เติบโตเท่าที่ควร และยังมีเรื่องปัญหาที่ต้องแก้ไข คือ ระบบการจัดการลิขสิทธิ์ หรือดีอาร์เอ็ม ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆ และยังมีส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เมื่ออีบุ๊กไม่ใช่กระดาษจึงไม่มีการยกเว้น และลิขสิทธิ์ของตัวอักษร (Font) ที่ใช้บนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมดคือเรื่องความพร้อมของสำนักพิมพ์
ขณะที่ปัญหาในเชิงเทคนิค สำหรับแอปเปิลมีการคิดส่วนแบ่งรายได้ 30% ถือเป็นอุปสรรคในการลดราคา ส่วนแอนดรอยด์พัฒนาขึ้นมาสำหรับหลากหลายอุปกรณ์ขนาดต่างกันไป จึงเป็นเรื่องยากหากจะพัฒนาอีบุ๊กที่เหมาะสม
สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า การมี 3จี และไวไฟเกิดขึ้น ทำให้การดาวน์โหลดแอพพลิเคชันและคอนเทนต์ทำได้ง่ายขึ้น เอไอเอสจึงได้เปิดเอไอเอส บุ๊กสโตร์ เป็นเคาน์เตอร์หนังสือออนไลน์ โดยร่วมกับสำนักพิมพ์หลายแห่งให้สามารถดาวน์โหลดอีบุ๊กได้ทั้งบนไอโอเอส และแอนดรอยด์ ไม่ได้มีเฉพาะแมกกาซีน แต่ยังรวมถึงหนังสือพิมพ์รายวัน โดยมีจำนวนคนดาวน์โหลดแอพพลิเคชันนี้ไปแล้วกว่า 3 แสนดาวน์โหลด มีมูลค่าการดาวน์โหลดอีบุ๊กเฉลี่ยกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน
“สำหรับหนังสือพิมพ์มีการคิดค่าบริการเหมาจ่าย 29 บาทต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นหนังสืออีบุ๊กจะมีการลดราคา 3070% แล้วแต่กรณี เพื่อดึงดูดใจให้นักอ่านรุ่นใหม่ดาวน์โหลดและซื้ออีบุ๊กมากขึ้น” สมชัย กล่าว
มาถึงจุดนี้พอจะมองออกแล้วว่าเทคโนโลยีที่จะช่วยกระตุ้นตลาดอีบุ๊กให้แจ้งเกิดได้มาพร้อมแล้ว ทั้งความเร็วของโครงข่ายผู้ให้บริการ อุปกรณ์พกพาอย่างแท็บเล็ตที่มีให้เลือกมากมาย หรือแม้แต่โมเดลการสร้างรายได้ก็เริ่มเกิดขึ้นแล้ว จะเหลือก็เพียงการปรับตัวจากทั้งสำนักพิมพ์และผู้อ่าน ซึ่งเชื่อว่าภายใน 2 ปีจากนี้ตลาดจะเป็นรูปร่างชัดเจน







