
ชีวิตรวนิยายสู่'ออลล์ ออฟ เฟม'
หากเป็นแฟนกีฬาหวดลูกสักหลาดพันธุ์แท้กันแล้ว เชื่อว่าน่าจะยังจำชื่อ เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี กันได้อย่างแน่นอน
โดย...เด็กสวนฯ
หากเป็นแฟนกีฬาหวดลูกสักหลาดพันธุ์แท้กันแล้ว เชื่อว่าน่าจะยังจำชื่อ เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี กันได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเธอเคยขึ้นครองบัลลังก์เทนนิสหญิงโลกมาแล้ว รวมทั้งยังเป็นแชมป์แกรนด์สแลม 3 สมัยด้วย
แม้อดีตนักหวดสาวมือ 1 โลกจะมีอยู่มากมายหลายคน แต่สำหรับ คาปริอาตี นั้น ต้องยอมรับว่าเธอผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย เอาเป็นว่ามีทั้งดีทั้งร้ายคละเคล้าปะปนกันมั่วไปหมด เรียกว่าชีวิตเธอเปรียบเหมือนละครเลยก็ว่าได้
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คาปริอาตี เริ่มเทิร์นโปรเมื่อเดือน มี.ค. 1990 โดยมีอายุแค่ 13 ปี 11 เดือนเท่านั้น และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เธอก็สามารถผงาดผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน” ทั้งที่เพิ่งได้ลงเล่นเป็นครั้งแรก ก่อนจะพ่ายให้กับ โมนิกา เซเลส อดีตมือ 1 โลกชาวอเมริกันอีกคน
ณ ตอนนั้น สาวน้อยเจนนิเฟอร์เป็นที่จับตามองของชาวโลกเลยทีเดียวว่า เด็กอะไรเก่งเกินวัยจริงๆ อายุแค่นี้สามารถเล่นเทนนิสหาเงินได้มากมาย ขณะที่เด็กคนอื่นในวัยเดียวกันยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่กันอยู่เลย
ยัง...ยังไม่พอ สิ่งที่การันตีถึงความเก่งกาจของ คาปริอาตี ยังไม่หมดแค่นั้น ซึ่งแม้เธอยังไม่ได้สัมผัสโทรฟีระดับแกรนด์สแลม แต่สามารถไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 1992 ที่บาร์เซโลนา, สเปน ให้กับทีมชาติสหรัฐได้สำเร็จในวัยแค่ 16 ปีเท่านั้น
แต่แล้วชีวิตของเธอก็ต้องผกผัน ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะอายุยังน้อยและต้องสำลักความสำเร็จที่พุ่งเข้าหาเธอเร็วกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่ทราบได้ โดย คาปริอาตี ดันไปขโมยของในห้างสรรพสินค้าที่ฟลอริดา และถูกจับกุมเมื่อปี 1993 ทั้งที่เพิ่งสร้างชื่อให้ชาติบ้านเกิดมาหยกๆ
“หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต” ช่างเหมาะสมกับ คาปริอาตี โดยแท้ เนื่องจากปีต่อมาเธอก็ถึงคราวตกต่ำสุดขีด เมื่อหันหน้าเข้าหายาเสพติด และก็โดนจับในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครอง ซึ่งในที่สุด คาปริอาตี ยอมเข้ารับการบำบัดอาการติดยาเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ และก็โชคดีที่สามารถหันหลังให้มันได้ แล้วกลับมามุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมในคอร์ตอีกครั้ง
ในที่สุดความสำเร็จก็กลับมาเยือนเธออีกครั้ง แถมสุดยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิมซะอีก โดย คาปริอาตี คว้าแชมป์ 2 แกรนด์สแลม (ออสเตรเลียน โอเพน, เฟรนช์ โอเพน) เมื่อปี 2001 ในวัยเบญจเพส พร้อมกับก้าวขึ้นเป็นมือ 1 โลก แถมยังได้รับรางวัล “คัมแบ็กยอดเยี่ยม” จากการแจกรางวัลของ “ลอริอุส สปอร์ตส อะวอร์ด” ที่โมนาโก ช่วงเดือน พ.ค. 2001 และปีถัดมาก็ไปป้องกันแชมป์แกรนด์สแลมแดนจิงโจ้ได้สำเร็จอีกด้วย
คาปริอาตี ตัดสินใจเลิกเล่นเทนนิสเมื่อปี 2004 เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรุมเร้า ทั้งไหล่ ข้อมือ และหลัง โดยเฉพาะข้อมือและไหล่นั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่หลายครั้ง (ล่าสุดเมื่อปี 2007) แม้เธอไม่ได้ประกาศอำลาอย่างเป็นทางการ ทว่านับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน คาปริอาตี ก็ไม่ได้ลงแข่งขันทัวร์นาเมนต์ไหนอีกเลย
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อดีตนักหวดสาวมือ 1 โลกชาวอเมริกัน ได้รับเกียรติถูกเสนอชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ “ฮอลล์ ออฟ เฟม” ของวงการเทนนิสในปีนี้ ซึ่งเท่ากับว่า คาปริอาตี ได้รับตำแหน่ง “ผู้ทรงคุณค่าของวงการเทนนิสโลก” เป็นเกียรติยศแห่งชีวิต โดยจะมีงานเลี้ยงพร้อมมอบรางวัล ณ “อินเตอร์เนชันแนล เทนนิส ฮอลล์ ออฟ เฟม” ที่นิวพอร์ต, โรด ไอส์แลนด์, สหรัฐ วันที่ 14 ก.ค.นี้
“ฉันตื่นเต้นที่รู้ว่าได้รับเลือกเข้าสู่อินเตอร์เนชันแนล เทนนิส ฮอลล์ ออฟ เฟม มันเหมือนฝันเป็นจริง เป็นสิ่งที่พิเศษมาก ฉันรักเกมนี้ (เทนนิส) และแทบไม่น่าเชื่อที่ได้รับการโหวต เทนนิสเป็นสิ่งที่ฉันหลงใหลและทุ่มเทให้กับมันตลอดชีวิตที่ผ่านมา แฟนๆ ของฉันมีความหมายมากทีเดียว โดยให้การสนับสนุนมาตลอดทั้งตอนที่ยังเล่นอยู่และเลิกแล้ว ฉันคิดถึงทุกๆ คน และจะอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป” คาปริอาตี วัย 36 กล่าว
นอกจากนี้ อดีตแชมป์แกรนด์สแลม 3 สมัย ยังทิ้งท้ายอีกว่า แทบจะคอยไม่ไหวแล้วที่จะไปที่นิวพอร์ต เพื่อพบกับแฟนๆ และร่วมฉลองกับพวกเขา ครอบครัวของเธอ โค้ชของเธอ และทุกคนในวงการเทนนิส ขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างจากก้นบึ้งของหัวใจเธอ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้







