
ประชาสัมพันธ์หลับอยู่ที่ไหน
ขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังมีความสุขและได้อยู่กับครอบครัวในเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ของไทย
โดย...นูโน่
ขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังมีความสุขและได้อยู่กับครอบครัวในเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ของไทย ขุนพลโต๊ะเล็กทีมชาติไทยยังต้องทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งเช้าเย็น
“ผมรู้ดีว่าช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของคนไทย แต่นักเตะเสียสละเพื่อชาติแล้ว จึงไม่ได้หยุดซ้อมแต่อย่างใด” วิกเตอร์ เฮอร์แมน กุนซือทีมชาติไทยชาวดัตช์ กล่าว
นั่นเพราะแข้งโต๊ะเล็กไทยต้องเตรียมความพร้อมสำหรับลงเตะอุ่นเครื่องกับ เติร์กเมนิสถาน วันนี้ ก่อนจะสู้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ วันที่ 1927 เม.ย. ที่โรงยิมฯ ชาญชัย อะเคเดียม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
อีกเพียง 5 วันเท่านั้น!!
แต่ข่าวประชาสัมพันธ์กลับเงียบเสียเหลือเกิน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นเกมนานาชาติ
แม้จะเป็นทัวร์นาเมนต์แค่ระดับอาเซียน แต่นักเตะทุกคนก็ต้องการกำลังใจ โดยเฉพาะการได้ลงเล่นในบ้าน และมีโอกาสสร้างความสุขให้แฟนบอล ในชั่วโมงที่ผิดหวังกับทีมฟุตบอลชุดใหญ่
ยิ่งสะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพราะแค่เรื่องการประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่น่าจะยากเกินความสามารถในการบอกกล่าวเล่าแจ้งให้คนที่สนใจได้รับรู้อย่างทั่วถึงยังเป็นจุดอ่อน
เพราะขนาดรายการยิ่งใหญ่อย่าง ฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 หรือฟีฟ่า ฟุตซอล เวิลด์คัพ 2012 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในอีก 7 เดือนข้างหน้า ก็ยังเงียบสนิท
แม้การเดินทางมาตรวจสอบความพร้อมล่าสุดของตัวแทนของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งประกอบด้วย ไฮเม ซาร์ซา ซีเนียร์ ผู้จัดการฝ่ายฟุตซอล บีช ซอคเกอร์ และการแข่งขันนานาชาติ, คริสตินา โฮลเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมและการตลาด, แมรีแอนน์ สมิธ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานและจัดการแข่งขัน และคอนสแตนติน ฝ่ายจัดการแข่งขัน จะพอใจความคืบหน้าในการสร้างและปรับปรุงสนามทั้ง 4 แห่ง แต่ก็เอ่ยปากแนะให้เร่งโปรโมตมากกว่านี้
เพราะที่เป็นอยู่ การประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ ยังอ่อนเกินไปสำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับนี้
แม้จะมีแผนจัดงานเปิดตัวลูกฟุตบอลยักษ์ของ อาดิดาส ผู้สนับสนุนฟีฟ่าอย่างเป็นทางการที่ กทม. และนครราชสีมา ภายในเดือน ก.ค. รวมทั้งจัดกิจกรรมนำถ้วยฟุตซอล เวิลด์คัพ ตระเวนไปตามหัวเมือง 7 แห่ง ให้ครบทั้ง 4 ภาคของเมืองไทย และจัดแฟนโซนในใจกลาง กทม.ตลอดการแข่งขันวันที่ 118 พ.ย. อยู่ในโปรแกรม แต่อย่างน้อยข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศควรจะพร้อมมากกว่านี้
แต่จากการค้นหาข้อมูลเบื้องต้นล่าสุด แม้แต่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่จะเข้าไปดูข้อมูลการแข่งขันก็ยังไม่มีปรากฏ เจอเพียงลิงก์ของเว็บไซต์ฟีฟ่าและเฟซบุ๊ก www. facebook.com/Futsal World Cup 2012 ที่มีข้อมูลน้อยมาก
ทั้งที่ปกติทัวร์นาเมนต์ระดับชิงแชมป์โลกควรจะมีเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลล่วงหน้าเป็นปี
แค่โลโก้กับตัวมาสคอต เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยยังนึกภาพไม่ออก และไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าเป็นตัวอะไร นอกจากสนามจัดการแข่งขันทั้ง 4 แห่ง คือ สนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า หนองจอก, อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก, อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติปทุมวัน และยิมเนเซียมภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ทั้งๆ ที่งบดำเนินการก็น่าจะมีการจัดสรรไว้อยู่แล้ว
ทั้งๆ เป็นโอกาสดีที่หาไม่ได้บ่อยๆ สำหรับแฟนกีฬาชาวไทย
ทั้งๆ เป็นชื่อเสียงและโอกาสนำรายได้เข้าสู่ประเทศ
แต่ถ้ายังมีการบริหารจัดการแย่ยิ่งกว่ามือสมัครเล่นแบบนี้ บอกได้เลยว่าบอลไทยคงยังห่างไกล “ความสำเร็จ” และ “การพัฒนา” รวมทั้ง “วิกฤตความศรัทธา” ก็จะกลับมาอีกครั้ง
เพราะต่อให้นักเตะเก่งแค่ไหน ถ้าการบริหารจัดการยังไม่ใช่มืออาชีพ ก็ยากที่จะเดินไปสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ เหมือนอย่างที่มักได้ยินกันอยู่บ่อยครั้งว่า
“เก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ความสำเร็จต้องมาคู่กับความพร้อมด้วย”







