
อนุรักษ์ป่าชายเลน ความท้าทายแห่งทศวรรษ
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ผู้เขียนเพิ่งทราบว่า เมื่อวานนี้ (12 เม.ย.) คือวันป่าชายเลนไทย เชื่อว่าคงเหมือนกับหลายๆ คนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า วันป่าชายเลนนี้มีในโลก ไม่แค่ไม่รู้วันเวลา ไม่รู้ถึงคุณค่าและความยิ่งใหญ่ของป่าชายเลนก็เชื่อว่าเยอะ วันป่าชายเลนที่ผ่านมาจึงบุกไปกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขออนุญาตจับเข่าคุยกับอธิบดีกรมฯ บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ถึงสถานการณ์ล่าสุด ปัญหา และอนาคตของป่าชายเลน อ้อ! สำหรับคนที่ไม่รู้ อนาคตของป่าชายเลน...เพราะนี่คือ อนาคตของมนุษย์ด้วย
แนวรบชายฝั่ง
เกาะเกี่ยวเกลียวลมคลื่น คือป่าเลนที่ยืนเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ ผ่านฤดูกาลแห่งยุคสมัยที่ยืนหยัดการต่อสู้มานานนับ แต่ทำไมเมื่อถึงสมัยของเรา แนวกำแพงจึงสั่นคลอนถึงขั้นวิกฤต บุญชอบ เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ป่าชายเลนว่า จากการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี 2552 ป่าชายเลนประเทศไทยเหลือจำนวน 1.52 ล้านไร่ เปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งมีการกำหนดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2504 จำนวน 2.3 ล้านไร่ ภายใน 50 ปี หายไป 7.8 แสนไร่ น่าใจหายไหม?
ตัวเลขน่ากลัวขึ้นไปอีก เมื่อบุญชอบเล่าว่า ในปี 2530 มีมติคณะรัฐมนตรีให้กรมป่าไม้สำรวจพื้นที่ป่าชายเลน คราวนี้เป็นการจำแนกพื้นที่ป่าตามคำนิยามที่กำหนดให้ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ ระบบนิเวศที่สภาพแวดล้อมเป็นดินเลนน้ำกร่อย ขึ้นอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ชายฝั่งทะเลหรืออ่าว ซึ่งเป็นบริเวณที่มีระดับน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงที่มีน้ำทะเลขึ้นสูงสุด (Mangrove Forest; Schimper,1930) คราวนี้หายไป 1.18 ล้านไร่!
“ปี 2530 ขอบเขตของป่าชายเลนมีการนิยามที่ชัดเจนขึ้น ในตอนนั้นเราสำรวจได้ 2.7 ล้านไร่ เทียบกับสำรวจเมื่อปีล่าสุด 1.52 ล้านไร่ เท่ากับหายไปกว่าล้านไร่” บุญชอบ เล่า การลดลงอย่างมากของพื้นที่ป่า ก็เพราะมีการรุกที่ป่า นโยบายรัฐแต่เดิมไม่ได้มองว่าป่าชายเลนเป็นป่า แต่มองเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2504-2532 มีการใช้ประโยชน์จากไม้ชายเลนเพื่อการเผาถ่าน ต่อมาในปี 2533-2540 รัฐก็ให้สัมปทานอีก เพื่อใช้ประโยชน์เป็นนากุ้ง
ปัจจุบันตัวเลขการบุกรุกยังมีอยู่บ้าง 300-400 ไร่ต่อปี แม้ไม่มากเหมือนก่อน แต่ความจริงก็คือ ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่การบุกรุกในอดีต ผู้ครอบครองนำที่ดินไปออกเอกสารสิทธิ ป่าชายเลนที่ออกโฉนดให้ชาวบ้าน เดี๋ยวนี้หมดสภาพเป็นนากุ้งร้าง บางที่กลายเป็นทะเล โครงสร้างและสภาพป่าเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน
ห่วงโซ่แห่งการเกื้อกูล
“ป่าชายเลนมีองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของชายฝั่งทะเล เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาล ทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เล่า
ประโยชน์ของป่าชายเลนมีตั้งแต่การรักษาสมดุลของนิเวศชายฝั่ง รักษาสมดุลของธาตุอาหาร ซึ่งมีผลต่อความสมบูรณ์ของน้ำทะเลชายฝั่ง ส่งผลต่อเนื่องถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง เป็นแหล่งพลังงาน เป็นแหล่งพืชผักสมุนไพร เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นที่หลบภัยและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด
รากไม้ในป่าชายเลนที่โก่งกางงอกออกเหนือพื้นดินทำหน้าที่คล้ายตะแกรงธรรมชาติ ดักกรองสิ่งปฏิกูล สารมลพิษจากบนบกไม่ให้ไหลสู่ทะเล โลหะหนักหลายชนิดถูกดักกรองไว้ ที่สำคัญรากของต้นไม้ในกลุ่มป่าโกงกางนี้ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และบรรเทาความเร็วจากกระแสน้ำลง สึนามิที่เกิดขึ้นกับไทยเมื่อ 7 ปีก่อน คือความน่าทึ่งของบทพิสูจน์
เพราะจากการสำรวจความเสียหายหลังคลื่นยักษ์ถล่ม จุดที่ไม่มีป่าชายเลนป้องกัน ถูกมหาภัยพิบัติซัดทำลายเข้ามาในแผ่นดินตั้งแต่ 1-2 กิโลเมตรเป็นอย่างต่ำ เปรียบเทียบกับพื้นที่หลังแนวป่าชายเลน สึนามิซัดเข้ามาได้เพียง 40 เมตรจากชายฝั่ง เรือประมงมากมายถูกซัดขึ้นไปกองบนยอดไม้ แต่ไม่เลยเข้าไปในแผ่นดิน พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าไร้แนวตั้งสกัดของป่าแล้ว ความเสียหายอาจมากกว่าที่เกิดขึ้น
ความท้าทายแห่งทศวรรษ
สำหรับการปลูกป่าของภาคเอกชน กรีนซีเอสอาร์สุดฮิตในขณะนี้ ในบางมุมถูกมองว่า ไม่จริงจัง ไม่ตรงจุด เป็นแฟชั่นและเพิ่มปัญหา หากบุญชอบ กล่าวว่า กรมมองในมุมที่ดี เพราะหมายถึงการตื่นตัวของประชาชน ตัวเลขในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาคือ 966 ไร่ ถือว่ายังห่างไกลจากเป้าหมายแผนแม่บท แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่กำหนดให้ขยายพื้นที่ป่าชายเลนให้ได้ 1.7 ล้านไร่ ภายในปี 2560
“เราต้องการการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนอีกมาก จะให้ดีขอให้ประสานเข้ามาที่กรม เราพร้อมที่จะสนับสนุน ทั้งเรื่องกล้าไม้ ข้อมูล และการอำนวยความสะดวก” บุญชอบ กล่าว
นอกจากนี้ คือโครงการรณรงค์การปลูกป่าชายเลนในพื้นที่กรรมสิทธิ์ พื้นที่นำร่อง 5,000 ไร่ กำหนดเริ่มต้นในปี 2556 โดยกรมจะขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ป่าชายเลน เข้าปรับปรุงสภาพป่า กำหนดอัตรา 3,930 บาทต่อไร่ แม้จะเล็กน้อย และไม่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่กับการธำรงไว้ซึ่งทรัพยากร วิถีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ของป่า ก็เชื่อว่าประชาชนจะเห็นประโยชน์
มองจากเป้าหมายของแผนแม่บท หมายถึงภาระหนักของกรมที่ต้องตะลุยให้ได้ตามเป้า 1.8 แสนไร่ ภายใน 5 ปี จะเป็นไปได้หรือไม่ บุญชอบ กล่าวว่า นี่คือความท้าทายของคนทั้งชาติ ป่าชายเลนจะต้องฟื้นกลับมาให้ทันกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ สำคัญกว่านั้นต้องรีบฟื้นกลับมาให้ทันต่อการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งทวีความรุนแรงจากวิกฤตโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตามความคิดของเขาแล้ว ธรรมชาติเท่านั้นที่จะรับมือกับธรรมชาติด้วยกันได้ดีที่สุด
“ป่าเลนล่ม มนุษย์ก็อยู่ยาก ภัยพิบัติระดับโลกอย่างสึนามิ คนไทยไม่เคยเห็นก็ได้เห็น สึนามิลูกต่อไป อะไรที่จะเกิดขึ้นกับเราอีก การฟื้นป่าชายเลนจึงถือเป็นภารกิจแห่งทศวรรษ เป็นความเร่งด่วน ต้องให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก สุดท้ายแล้วผมคิดว่า เราก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อยู่รอดร่วมกัน”







