
แบบนี้ไม่แฟร์นะจ๊ะ
โดย...จาด้า
โดย...จาด้า
ในยุคที่สังคมออนไลน์กลายเป็นแหล่งโฆษณาชั้นดี จึงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าเซเลบริตีเริ่มหันมารับทรัพย์ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านทวิตเตอร์
นอกเหนือไปจากพวกดารานักร้องแล้ว ตอนนี้มีนักกีฬาความหวังโอลิมปิกของอังกฤษอยู่หลายคนที่ตั้งหน้าตั้งตาขายของกันแบบไม่มีเม้ม ตั้งแต่อาหารเช้าประเภทซีเรียล ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง ไปจนถึงรถหรูราคาหลายล้านบาท
หลังจากที่รับเงินค่าตัวก้อนโตจากการเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าประเภทต่างๆ แล้ว พวกนักกีฬาชื่อดังเหล่านี้ก็พากันทวีตหรือโพสต์ข้อความทำนอง
โอ้ว...พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก! (ต่างกันแค่ไม่มีภาพเคลื่อนไหว)
จากนั้นพวกเขาและเธอก็จะสาธยายถึงสรรพคุณอันสุดแสนวิเศษผ่านตัวอักษร ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของสินค้าก็ประหยัดค่าโฆษณาทางทีวีไปได้เยอะ แถมยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีอีกต่างหาก
ว่ากันว่านักกีฬาโอลิมปิกบางคนได้ค่าจ้างสูงถึง 5 แสนปอนด์ (ราว 25 ล้านบาท) ในการเป็นหน้าเป็นตาให้กับแบรนด์ดังต่างๆ ขณะที่คนที่ดังน้อยลงมาหน่อยก็อาจจะได้เป็นของฟรีมาใช้บวกค่าตัวที่สมเหตุสมผล
ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นแค่การโฆษณาธรรมดา แต่ว่าสำนักงานส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม (Office of Fair Traiding) ของสหราชอาณาจักร มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และได้เตือนให้เหล่าคนดังเหล่านี้ชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่าได้รับค่าจ้างหรือสิ่งของอื่นๆ จากบริษัทผู้ผลิตเป็นจำนวนเท่าไหร่
ทอม ดาลีย์ นักกระโดดน้ำ และ รีเบ็กกา อัดลิงตัน เจ้าของ 2 เหรียญทอง ว่ายน้ำโอลิมปิก เป็นหนึ่งในนักกีฬาเมืองผู้ดี ก็อุทิศหน้าทวิตเตอร์ของตัวเองโฆษณาสินค้ายี่ห้อต่างๆ เช่น รถบีเอ็มดับเบิลยู มินิคูเปอร์ อาดิดาส ช็อกโกแลตแคดบิวรี เป็นต้น
นอกจาก อัดลิงตัน และ ดาลีย์ แล้ว ค่ายรถหรูจากเยอรมนี ก็ยังมีนักกีฬาโอลิมปิกของเมืองผู้ดีอีกหลายคนที่ช่วยโฆษณาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กให้ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกที่ติดตามจะคิดยังไงกันบ้างกับการที่ขวัญใจของตัวเอง โพสต์ขายของมากกว่าเรื่องการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันเสียอีก
ที่น่าขำมากกว่า ก็คงจะเป็นในกรณีของ เจสสิกา วาร์นิช นักปั่นจักรยานวัย 21 ปี ซึ่งได้โพสต์รูปยาทาเล็บที่มียี่ห้อเหมือนกับชื่อของเธอในทวิตเตอร์
“@เจสสิกาเนลส์...ฉันเพิ่งจะคว้าแชมป์ประเภททีมสปรินต์ในศึกชิงแชมป์โลกที่กรุงลอนดอน และเราก็ได้สร้างสถิติโลกขึ้นมาใหม่ด้วย! ฉันทาเล็บด้วยผลิตภัณฑ์ของเจสสิกาเนลส์ ด้วยนะ”
ต้องยอมรับว่านักกีฬาที่จะลงแข่งในศึกโอลิมปิกพวกนี้คงโกยเงินจากค่าโฆษณาได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับนักกีฬาอาชีพดังๆ อย่างนักฟุตบอล เทนนิส หรือกอล์ฟ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ามหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาตินั้นจัดกัน 4 ปีหน
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกมีลุ้นเหรียญ “ลอนดอน เกมส์ 2012” จะขยันทวีตขายของกันไม่หยุด เพราะหากการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ พวกเขาและเธอก็จะต้องหยุดโฆษณา เพราะอาจขัดผลประโยชน์กับสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันหรือของทีมชาติได้ และเมื่อทัวร์นาเมนต์จบลง ก็คงไม่มีใครสนใจอีก
กระนั้นก็ตาม โฆษกของสำนักงานส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมก็ระบุชัดเจนว่า “การโฆษณาออนไลน์และการทำการตลาดต่างๆ โดยไม่เปิดเผยค่าจ้างนั้น ถือว่าเป็นการปิดบังความจริงตามกฎหมายการค้า”
ได้ยินแบบนี้เข้า สงสัยว่าเหล่าสตาร์ทั้งหลายคงจะต้องลดๆ การทวีตขายของกันบ้างแล้ว เพราะขืนถูกเล่นงานในทางกฎหมายขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่คุ้มค่ากับชื่อเสียงที่จะต้องเสียไป
เครดิตภาพ







