
ผู้หญิงกับการพลิกฟื้นในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
เรื่อง : รัฐพร คำหอม / ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ฮาวทูฉบับนี้ ยกให้ผู้หญิงได้เป็นนางเอกของคอลัมน์ เพื่อร่วมยินดีกับ วันสตรีสากล (8 มี.ค. ของทุกปี) ที่ได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง โดยนำผลการทำวิจัยของบริษัท เอคเซนเชอร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ การบริหารเทคโนโลยี และบริการเอาต์ซอร์ส ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงของส่วนงานต่างๆ กว่า 500 คน ทั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEOs) ประธานด้านปฏิบัติการ (COOs) ประธานด้านการเงิน (CFOs) และประธานด้านทรัพยากรมนุษย์ (CHROs) ของบริษัทธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ใน 20 ประเทศในภูมิภาคยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และละตินอเมริกา ภายใต้หัวข้อ
“เปิดมุมมองผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่มีต่อผู้นำหญิงและความสามารถในการพลิกฟื้นตัว” (Women Leaders and Resilience: Perspectives from the CSuite) ทิพรัตน์ วงศ์วัฒนะ กรรมการอาวุโส กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ (Products) บริษัทเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย บอกว่า การทำงานวิจัยครั้งนี้ตั้งใจเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลแล้ว ยังเพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านงานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอด หรือสร้างทัศนคติกับผู้หญิงที่จะก้าวขึ้นเป็นฝ่ายบริหาร และพนักงานผู้หญิงที่ต้องยอมรับว่ามีบทบาทกับโลกเศรษฐกิจปัจจุบัน ยิ่งในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจการสำรวจเรื่องผู้หญิงทำงาน ทำต่อเนื่องมา 6 ปีแล้ว โดยถ้าจะกล่าวเป็นบทสรุปกว้างๆ ผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 2 ใน 3 (หรือประมาณ 71%) ยอมรับว่าศักยภาพในการพลิกฟื้นตัวเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดว่า พนักงานคนใดควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนในการทำงาน และผู้บริหาร 53% เชื่อว่าผู้หญิงมีศักยภาพนี้มากกว่าผู้ชาย ขณะที่ผู้บริหาร 51% คิดว่าผู้ชายมีศักยภาพดังกล่าวมากกว่าผู้หญิง
ต่างรุ่นต่างความสามารถ?
ผลการสำรวจในระดับภูมิภาคแสดงให้เห็นความแตกต่างของผู้ตอบคำถาม โดยจัดอันดับพนักงานผู้หญิงออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ที่เกิดในระหว่างปี 1946
–1964 หรือรุ่นเบบี้บูม (Baby Boomers) ผู้ที่เกิดระหว่างปี 19651978 หรือรุ่นเจเนอเรชันเอกซ์ (Generation X) และผู้ที่เกิดหลังปี 1979 หรือเจเนอเรชันวาย (Generation Y) มีข้อมูลในบางเรื่องที่น่าสนใจระดับของความเชื่อมั่น จากผู้ร่วมตอบคำถาม 4 ใน 10 คน คิดเป็น 41% ในอเมริกาเหนือระบุว่า ในกลุ่มของเบบี้บูมจัดว่าเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตนเองสูง ในขณะที่ในละตินอเมริกา 45% ยุโรป 41% และเอเชียแปซิฟิก 36% ต่างก็มีความเห็นเช่นเดียวกันว่าคนในรุ่นเจเนอเรชันเอกซ์มีความเชื่อมั่นสูง
ระดับความสามารถในการผลิตผู้ร่วมตอบคำถาม 4 ใน 10 คนเช่นเดียวกับการสอบถาม ระดับของความเชื่อมั่น 41% ในอเมริกาเหนือจัดให้คนที่เกิดในยุคเบบี้บูมเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการผลิตในอันดับต้นๆ ขณะที่ผู้บริหาร 36% ในละตินอเมริกา 41% ในยุโรป และ 32% ในเอเชียแปซิฟิก จัดให้คนในเจเนอเรชันเอกซ์เป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการผลิตในอันดับต้นๆ
ความสามารถในการปรับตัว ผู้ร่วมตอบคำถามในทุกภูมิภาค ในสัดส่วน 33% ในอเมริกาเหนือ 54% ในละตินอเมริกา 41% ในยุโรป และ 35% ในเอเชียแปซิฟิก พบว่ากลุ่มคนที่เกิดในยุคเจเนอเรชันวายจะเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง
ผู้บริหารระดับสูงในแต่ละภูมิภาคยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ดังนี้
ด้านประสิทธิภาพ ผู้บริหารในอเมริกาเหนือจะให้คะแนนในด้านความเชี่ยวชาญแก่ผู้หญิง 11% และ 8% แก่ผู้ชาย ขณะที่ผู้บริหารในสัดส่วนที่มากกว่าในภูมิภาคอื่นๆ มีความเห็นว่า ผู้ชายมักจะมีความโดดเด่นในด้านนี้มากกว่าผู้หญิง โดยผู้บริหารในละตินอเมริกาให้ผู้หญิง 7% ให้ผู้ชาย 38% ในยุโรปให้ผู้หญิง 11% ให้ผู้ชาย 19% และผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิกให้ผู้หญิง 11% ขณะที่ให้ผู้ชาย 27%
ด้านความเชื่อมั่น ผู้บริหารในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกมักจะเชื่อมโยงความเชื่อมั่นในการวางตัวของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยในอเมริกาเหนือเป็นผู้หญิง 9% ผู้ชาย 26% ยุโรป ผู้หญิง 9% ผู้ชาย 39% เอเชียแปซิฟิก ผู้หญิง 16%ผู้ชาย 28% ตามลำดับ ในทางตรงกันข้าม ผู้บริหารในละตินอเมริกาจะให้ความเชื่อมั่นในผู้หญิงมากกว่า โดย 38% เป็นผู้หญิงและ 14% เป็นผู้ชาย
การทำงานเป็นทีม ผู้บริหารในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก มักจะมอบหมายงานที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนในหลายระดับให้แก่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้บริหารในอเมริกาเหนือในสัดส่วนผู้หญิงต่อผู้ชายคิดเป็น 22% ต่อ 7% ยุโรป 27% ต่อ 13% และเอเชียแปซิฟิก 27% ต่อ 15% ตามลำดับ ขณะที่ในละตินอเมริกา 18% จะเป็นผู้หญิง และ 34% เป็นผู้ชาย







