posttoday
สุดยอดแม่ไม้บริหาร HR แบบไทย

สุดยอดแม่ไม้บริหาร HR แบบไทย

08 มีนาคม 2553

.....รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

เป็นเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผู้เขียนอยู่ในวงการบริหาร HR ในฐานะอาจารย์ นักวิจัย และที่ปรึกษา ต้องยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา องค์กรและสถาบันการศึกษาในบ้านเรา และในอีกหลายๆ ประเทศในเอเชียล้วนพึ่งพาหลักการทฤษฎี ค่านิยม และกระบวนการในการบริหาร HR จากซีกโลกตะวันตกเสียเป็นส่วนใหญ่ การ “นำเข้า” หลักบริหาร HR จากตะวันตกนั้น ผ่านช่องทางหลายช่องทางด้วยกัน เช่น ผ่านทางตำรับตำรา ผ่านทางนโยบายแบบจำลอง (Model) และกฎระเบียบของบริษัทแม่ที่อยู่ในประเทศตะวันตก และผ่านทางตัวบุคลากรคือ นักวิชาการ อาจารย์ และผู้บริหารที่ได้ไปศึกษาเล่าเรียน ดูงานในต่างประเทศ และนำหลักการนั้นมาใช้ หรือประยุกต์แล้วจึงใช้กับองค์กรในสิ่งแวดล้อมแบบไทยๆ เรา

การนำแนวคิดเรื่อง การบริหารเพื่อสร้างผลงาน (Performance Management) การสร้างสมรรถภาพหรือความสามารถ (Core Competencies) ในการทำงาน ตลอดจนเรื่องของการประเมินผลที่อิงกับหลักของ KPI (Key Performance Indicators) และการพัฒนาพนักงานความสามารถสูง (Talent Management) มาใช้กับองค์กรในบ้านเรายังประสบปัญหาบางประการที่ทำให้แนวคิดตะวันตกเหล่านี้ไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้สูงสุดตามที่ผู้บริหารคาดหวัง หนึ่งในปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถนำแบบจำลองต่างๆ เหล่านี้มาใช้ในบริบทแบบไทยได้ก็คือ เรื่องของค่านิยมและวัฒนธรรมที่ฝังรากในวิธีคิดและพฤติกรรมของบุคลากรคนไทย ทั้งนี้ผู้เขียนมิได้มุ่งหวังจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าค่านิยมไทยนั้นเป็นค่านิยมที่ไม่ดีแต่อย่างใด โดยประเด็นที่ต้องการเสนอแนะก็คือว่า หากผู้บริหารชาวต่างชาติหรือชาวไทยต้องการบริหารคนไทยให้สร้างผลงานได้ดีเลิศ จำเป็นที่ผู้บริหารเหล่านี้ควรที่จะมีความเข้าใจถึงปูมหลังความเป็นมาของชนชาติไทยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เข้าใจว่าคนไทยมีค่านิยมระบบความเชื่อ รวมทั้งมีระบบบริหารบุคลากรแบบไทยๆ ที่บรรพบุรุษของเราได้วางครรลองรูปแบบกันไว้อย่างไร และระบบบริหารที่มีมาแต่โบราณนั้นมีผลกระทบต่อความคิดและพฤติกรรมของคนไทยในสมัยปัจจุบันอย่างไร

เมื่อมีความเข้าใจถึงบริบทของคนไทยอย่างถ่องแท้แล้วผู้บริหารจึงจะสามารถคัดสรร ประยุกต์ดัดแปลงแนวคิดตะวันตกเหล่านั้นให้เหมาะสมกับคนไทย นอกเหนือไปจากนั้น บางทีผู้บริหารยังจะสามารถคิดค้นสร้างแบบจำลองการบริหาร HR ในแบบฉบับไทยๆ หรือในแบบฉบับของตนเองที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูด รักษาและพัฒนาคนไทยได้อีกด้วย ด้วยความเชื่อและมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนที่มองเห็นปัญหาของการพัฒนาระบบบริหาร HR โดยอิงแนวคิดต่างชาติมากเกินไป จึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้เขียนแต่งหนังสือ Best HR Practices in Thailand ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของอาจารย์ นิสิต นักศึกษา และนักบริหารชาวไทยและเทศที่ต้องการพัฒนาความเข้าใจและประสิทธิภาพในการบริหารบุคลากรชาวไทยให้ได้ดียิ่งขึ้น

ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี จวบจนยุครัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน โดยได้วิเคราะห์แนวคิด ค่านิยม และวัฒนธรรมไทยของแต่ละยุคสมัย เช่น ระบบบริหารแบบพ่อปกครองลูกในสมัยสุโขทัย ระบบการแบ่งงาน และแบ่งสรรกำลังคนแบบจตุสดมภ์ในสมัยอยุธยา ระบบศักดินา วางรากฐานชนชั้นทางสังคมและเศรษฐกิจ และการปฏิบัติต่อกันของคนต่างชนชั้น เช่น นายกับไพร่ ผู้สูงยศกับผู้มียศต่ำกว่า ระบบอาวุโส ระบบเล่นพรรคเล่นพวก (Nepotism) ค่านิยมเรื่องความเกรงใจ ความกตัญญูกตเวที ฯลฯ ที่ส่งผลกระทบต่อความโปร่งใส ประสิทธิภาพระบบการบริหารบุคคลในเรื่องการจัดแบ่งงาน การคัดเลือกและสรรหาบุคลากร การฝึกอบรม การประเมินผล และการให้รางวัลตอบแทน

ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้นำเสนองานวิจัยเปรียบเทียบระบบบริหาร HR ในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนให้เห็นถึงความแตกต่าง และแนวทางการบริหาร HR ของไทยในอนาคต และยังได้รวบรวมบทสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงสุด ผู้บริหาร HR ที่มีผลงานบริหาร HR ยอดเยี่ยม เช่น คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา คุณโชค บูลกุล คุณปณิธาน เศรษฐบุตร และยังมีตัวอย่างองค์กรที่ได้รับยกย่องเรื่องการบริหาร HR อย่างเช่น โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เดอะไมเนอร์ กรุ๊ป ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท