
บ้านใหม่ใต้ปีกมังกร ความหวังครั้งใหม่ของรัฐภาคย์
แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ติดตามผลงานและให้กำลังใจมาตลอด สำหรับ “เจ้าฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์
โดย...ราชันเบอร์ 23
แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ติดตามผลงานและให้กำลังใจมาตลอด สำหรับ “เจ้าฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหน้าตี๋จากชลบุรี ที่ผ่านช่วงเลวร้ายของชีวิตมามากมาย แต่ปีนี้ผู้สันทัดกรณีให้จับตาเป็นพิเศษ เพราะปีนี้อาจจะเป็นฟ้าหลังฝนของเจ้าของฉายา “เจ้าลิงน้อย”
เมื่อย้ายบ้านใหม่ จากสต็อปแอนด์โก (แซ็ก) ประเทศสเปน มาสู่ชายคาของเกรซินี ต้นสังกัดใหม่สัญชาติอิตาลี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นค่ายที่มาตรฐานสูงและเป็นทีมที่ดีที่สุดของโลกเวลานี้ หลังจากเคยพัฒนารถให้กับ โทนี เอเลียส นักบิดสแปนิช คว้าแชมป์โลกรุ่นโมโตทู มาแล้วในปี 2010
รถดี ทีมงานเยี่ยม ที่เหลือคือ ตัวเอง นี่เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจของนักบิดวัย 24 ปี
ฟีม เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคว้าอันดับ 14 ในการเทสต์ปรีซีซัน ซึ่งตรงกับเบอร์ของตัวเอง โดยผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดทั้ง 3 ครั้ง คือ โทมัส ลูธี นักบิดสวิตเซอร์แลนด์ จากอินเตอร์เวตเทน ซึ่งทำเวลาในการเทสต์ครั้งล่าสุดได้ที่ 2 นาที 0.479 วินาที
รัฐภาคย์ ขยับทำเวลาได้ดีขึ้นจากการเทสต์ครั้งแรกที่รั้งอันดับ 27 และครั้งที่ 2 ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 21 ตามหลังผู้นำอยู่ 1.828 วินาที โดยในการเทสต์ครั้งที่ 3 นักบิดหนุ่มไทยขยับทำเวลาได้ดีขึ้นอีกครั้ง ด้วยการรั้งอันดับ 14 ตามหลังหัวแถว 1.499 วินาที ทำเวลาได้ 2 นาที 1.978 วินาที
นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในโมโตทู ยอมรับว่า ยังมีปัญหาอยู่เล็กน้อยในส่วนของเฟรม ที่ปีนี้ในทีมเกรซินีเองก็มีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง ปัญหาตอนนี้คือมีทั้งช่วงเข้าและออกโค้ง ที่ยังมีอาการสไลด์ตอนเข้าทำให้เลี้ยวช้า ส่วนตอนออกโค้งมีอาการสไลด์ค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งตรงนี้ทาง โมริวากิ ทราบดีและรับปากว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ก่อนวันแข่งจริง
“ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเทสต์ ที่สำคัญผมมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งได้ประโยชน์มาจากตอนบวชพระ สมาธิเป็นสิ่งสำคัญ และหากสภาพร่างกายผม 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าไม่น่าจะทำให้พี่น้องชาวไทยผิดหวัง ผลงานน่าจะดีกว่าทุกครั้ง” ฟีม กล่าวหลังเทสต์รถที่กาตาร์ ซึ่งเคยคว้าอันดับ 8 เมื่อปี 2009 สมัยที่ลงแข่งขันรุ่น 250 ซีซี
แม้กระทั่ง ฟาอุสโต เกรซินี ทีมบอส ร่างเล็กชาวอิตาเลียนเองก็เชื่อมั่นในตัวหนุ่มไทย
“จากเวลาที่เรายังห่างจากนักบิดกลุ่มหน้าพอสมควร แสดงให้เห็นว่าเฟรมใหม่ก็ถือว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุง แต่ผมก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ประกอบกับผมเคยเห็นฝีมือของรัฐภาคย์แล้ว ทำให้ผมมั่นใจขึ้น สมัยที่เขาแข่งรุ่น 250 ซีซี ซึ่งจากประสบการณ์ในสนามแห่งนี้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเขาจะไม่ทำให้ทีมงานผิดหวัง” เจ้าของทีมชาวอิตาเลียน เผย
สิ่งที่ทำให้ รัฐภาคย์ มีความมั่นใจขึ้น นอกเหนือจากทีมงานแล้ว ปีนี้เป็นปีที่อายุครบ 24 ปี และก็เกิดปีมังกร จึงหวังจะเป็นปีเฮงของตัวเอง
“ผมว่าน่าจะถึงเวลาของผมสักที ผมเกิดปีมะโรงแปลว่างูใหญ่ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นปีมังกร ผมจึงช่วยออกแบบลวดลายบนหมวกกันน็อกให้มีรูปมังกรทอง พร้อมกับมีโลโก้หมายเลขประจำตัวเบอร์ 14 อยู่ที่หัวของมังกร มันอาจจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น” ฟีม เผย
ด้าน ชยานนท์ ภูมิพานิชย์ ผู้ออกแบบลวดลายหมวกกันน็อกและโลโก้ประจำตัว “เจ้าลิงน้อย” มาตลอด 5 ฤดูกาลในเวิลด์จีพี เผยว่า ฟีมต้องการที่จะให้ลวดลายในหมวกกันน็อกใบใหม่มีความทรงพลังและแข็งแกร่ง ประกอบกับที่ปีนี้ซึ่งเป็นปีมังกรทอง เป็นปีเกิดของเขาพอดี ทำให้การออกแบบมีแนวคิดที่ชัดเจน และลงตัวที่ลวดลายดังกล่าว
สำหรับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2012 ทั้งรุ่นโมโตทรี โมโตทู และโมโตจีพี มีคิวออกสตาร์ตสนามแรกกันที่สนามโลไซอัล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ จะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในช่วงดึกของคืนวันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.นี้ ตามเวลาประเทศไทย คือ 24.20 น.
หากดูจากรายชื่อนักบิดในรุ่นโมโตทูประจำฤดูกาลนี้ ที่มีนักบิดระดับแชมป์โลกลงประจำการบนกริดสตาร์ต ต้องบอกว่าฝีไม้ลายมือแต่ละพระหน่อล้วนแต่พระกาฬทั้งสิ้น ทั้ง มาร์ก มาร์เกซ โจทย์เก่าของฟีม และอันเดรีย เอียนโนเน นักบิดชาวอิตาลี
โดยเฉพาะ มาร์เกซ นักบิดแดนกระทิงดุ สังกัด คาตาลุนญา เรปโซล ยังคงใช้รถแข่งเฟรมซูเตอร์และเครื่องยนต์ฮอนด้า 600 ซีซี ตามกติกาของโมโตทูต่อไป โดยตั้งเป้าที่จะต้องคว้าแชมป์โลกให้ได้สถานเดียว
“เป้าหมายเดียวของผมในปีนี้คือการคว้าแชมป์โมโตทูมาครองให้ได้ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่ามีคู่แข่งไม่น้อยในรุ่นนี้ที่อยู่ในกลุ่มหัวแถว ผมและทีมงานจำเป็นต้องเน้นในการแข่งขันแบบสนามต่อสนามเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะคิดถึงตำแหน่งแชมป์ประจำปี” นักบิดดาวรุ่งชาวสแปนิช เผย
แม้ ฟีม จะได้ย้ายมาร่วมชายคาบิ๊กทีมอย่างเกรซินี ทว่าหากยังไม่สามารถยกระดับงานของตัวเองให้เข้าเป้าด้วยการติดกลุ่มท็อป 10 ได้เมื่อจบฤดูกาล
บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการ ล่าฝันในเวิลด์ จีพี ของ “เจ้าลิงน้อย”







