
โซล ณ องศาเดิมในมุมมองที่แตกต่าง
หลายคนใฝ่ฝันถึงการมีประสบการณ์ท่องเที่ยวในต่างแดน ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งปลายทางยอดนิยมที่หลายคนฝันถึง
หลายคนใฝ่ฝันถึงการมีประสบการณ์ท่องเที่ยวในต่างแดน ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งปลายทางยอดนิยมที่หลายคนฝันถึง
จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยรู้จักกับประเทศเกาหลีใต้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีที่แล้ว เมื่อการเข้ามาของวัฒนธรรมเกาหลี ที่ถูกสื่อสารผ่านทางความบันเทิงรูปแบบต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์ ละคร และดารานักร้อง เข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นผู้แสวงหาความแปลกใหม่ ซึ่งก็คงไม่แปลกที่กระแสเกาหลีจะโด่งดังเป็นพลุแตกในประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาเรารับเอาวัฒนธรรมจากตะวันตกมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อมีวัฒนธรรมอื่นๆ ที่มีความแปลกใหม่เข้ามา ก็ย่อมเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ว่าเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศในเอเชีย ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความบันเทิงจากเกาหลีนั้นมีมูลค่าเม็ดเงินไหลเวียนมหาศาล จึงเกิดเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศนี้เป็นจำนวนไม่น้อย มากไปกว่านั้น กระแสเกาหลีที่ได้รับความนิยมไปในหลายประเทศ ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าในปัจจุบันกระแสเกาหลีในประเทศไทยจะยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย แต่หลายแห่งในโลกกระแสเกาหลีอาจถึงจุดอิ่มตัวไปบ้างแล้ว จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ในเมื่อกระแสเกาหลีคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครๆ ก็อยากไปเที่ยวเกาหลีเริ่มแผ่วลงไปบ้าง แต่เหตุไฉนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาหลีกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือ การมีทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ตามที สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ยังจะต้องบริหารควบคู่ไปกับการทำการตลาดและการทำประชาสัมพันธ์อีกด้วย Mrs.Woo Byeong Hee ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย เล่าให้เราฟังว่า ประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงการมีเอกลักษณ์และวัฒนธนธรรมเป็นของตัวเอง ซึ่งก็มีหลายวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกัน จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศเกาหลีใต้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นสำหรับคนไทย มาจากกระแสเกาหลี หรือ Korean Wave ซึ่งส่งผลให้ประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับคนไทย สะท้อนจากสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มียอดสูงถึง 2 แสนคนต่อปี ด้วยเหตุนี้องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย จึงตอบแทนด้วยการจัดแคมเปญ Korea Privilege Card ขึ้น เพื่อเป็นบัตรสมนาคุณที่ให้สิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ ส่วนลดจากร้านค้า แพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวเกาหลี และคอร์สเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีต่างๆ ซึ่งสมัครได้ง่ายเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนไปสมัครด้วยตัวเองที่โคเรียพลาซ่า เอสพละนาด รัชดา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ktothai.com สิทธิประโยชน์จากบัตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ร่วมกับร้านค้าที่ร่วมรายการ
ด้วยเหตุนี้เราจึงเดินทางกลับมาที่ประเทศเกาหลีใต้อีกครั้ง เพื่อไปพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศนี้แข็งแกร่งเพียงใด ด้วยการเริ่มต้นที่กรุงโซล เมืองหลวงที่มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี นับตั้งแต่สถาปนาขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์โชซอน ในปัจจุบันกรุงโซลเปรียบได้กับประตูหน้าด่านที่สำคัญ เพราะมีสนามบินนานาชาติอินชอน ซึ่งเคยได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก และไม่ไกลกันยังเป็นที่ตั้งของสนามบินกิมโพ สามารถเชื่อมต่อจากสนามบินอินชอนด้วยรถไฟฟ้า เพื่อต่อเครื่องไปยังภูมิภาคต่างๆ ในประเทศนี้ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้โซลจึงมีศักยภาพในการรองรับผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี
สถานที่แรกสุดในการมาจรดองศาในดินแดนนี้ คือ ห้างล็อตเต้เวิลด์ หนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงโซล ที่นี่เป็นที่ตั้งของสตาร์อเวนิว ซึ่งภายในจัดแสดงเรื่องราวและข้าวของเครื่องใช้ของซูเปอร์สตาร์เกาหลีที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ว่ากันว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้นั้น ถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเลยทีเดียว ซึ่งทุกวันนี้กระแสเกาหลี หรือ Korean Wave ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถบุกตลาดได้ไกลกว่าเอเชียแล้ว เพราะทุกวันนี้กระแสเกาหลีได้ไปไกลถึงยุโรป สหรัฐ และรวมไปถึงโลกอาหรับอีกด้วย สำหรับสมาชิก Korea Privilege Card แสดงบัตรจะได้ส่วนลดค่าเข้าชมถึง 25 เปอร์เซ็นต์
เป็นที่แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวหลายคนที่ได้ไปเยือนกรุงโซล การช็อปปิ้งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตามล่าหาเครื่องสำอางและสินค้าแฟชั่นต่างๆ ซึ่งมีราคาถูกกว่าที่ขายอยู่ในประเทศไทยหลายเท่า และสถานที่ที่จะต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ย่านเมียงดง ถนนคนเดินที่คร่ำหวอดกับแฟชั่นมาตั้งยุค 70 ตลอดระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรของถนนเมียงดง สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายให้เลือกซื้อหากันจนกระเป๋าแฟ่บ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้มีเป้าหมายมาเพื่อช็อปปิ้ง เราขอแนะนำให้เดินมาสุดถนนเมียงดง ก็จะพบกับโบสถ์เมียงดง หนึ่งในสถาปัตยกรรมเรอเนสซองซ์โบราณที่มีอายุเก่าแก่ถึง 114 ปี ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่มีเสน่ห์ที่สุดในกรุงโซล
วิถีชีวิตในโซลนั้น ว่ากันว่าไม่เคยหลับไหลและขับเคลื่อนไปข้างหน้าตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงสามารถสัมผัสกับบรรยากาศแสงสียามค่ำคืนของโซลได้หลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง จุดชมวิว และรวมไปถึงชมการแสดงรูปแบบต่างๆ ซึ่งเราขอแนะนำอีกหนึ่งการแสดง นั่นก็คือ Fanta Stick Show ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคณะการแสดงที่ก่อตั้งได้เพียงไม่นาน มีความโดดเด่นในการผสมผสานละครเวทีและการแสดงเพอร์คัสชัน ผ่านเรื่องราวของความรักที่อลหม่านและซาบซึ้งของหญิงสาวและชายหนุ่ม ที่ต้องพลัดพรากจากกันด้วยคำสาป เพราะทำกลองและขลุ่ยที่เทพเจ้ามอบให้หายไป ซึ่งที่นี่สมาชิกบัตร Korea Privilege Card สามารถนำมาเป็นส่วนลดค่าเข้าชมการแสดงได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
กรุงโซลคือหนึ่งในปลายทางที่โลก 360 องศา เดินทางไปบ่อยที่สุด ซึ่งการมาจรดองศาในครั้งนี้ เราได้ไปในสถานที่ที่เคยมาเยือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่พบว่าเปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งและมีสีสันไม่เคยซ้ำกันตลอด นั้นเป็นเพราะการไม่หยุดที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้จะยังคงเป็นหนึ่งปลายทางในฝันสำหรับใครหลายคน สำหรับสัปดาห์หน้า เราจะพาลงไปทางใต้สุดของประเทศนี้ ไปที่จังหวัดชอลลานัมโด รับรองว่า หากได้รู้จักและสัมผัสกับจังหวัดนี้ อาจจะตกหลุมรักมากกว่าโซลก็เป็นได้







