
อริสรา ธนาปกิจ สอนด้วยไอที
เราไม่อาจห้ามเด็กๆ ไม่ให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เฟซบุ๊กได้ แต่เราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในการเรียนการสอนให้เข้าถึงพวกเขาได้ทุกที่ทุกเวลา
โดย...โยธิน อยู่จงดี /ภาพ ณัฏฐิติ อำไพวรรณ
“เราไม่อาจห้ามเด็กๆ ไม่ให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เฟซบุ๊กได้ แต่เราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในการเรียนการสอนให้เข้าถึงพวกเขาได้ทุกที่ทุกเวลา” ครูพี่แนน-อริสรา ธนาปกิจ หัวหน้าทีมเอ็ดยูเทนเนอร์และรองผู้อำนวยการ เอ็นคอนเซ็ปต์ อี อะคาเดมี บอกถึงใจความสำคัญในการเรียนการสอนยุคใหม่ที่เด็กๆ สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ทุกที่ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ และในวงการศึกษาสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างหลากหลาย
ปัจจุบัน ครูพี่แนนจัดเป็นคุณครูรุ่นใหม่ที่เข้าถึงเด็กๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ วันนี้ครูพี่แนนมีเด็กๆ ติดตามข้อคิดดีๆ จากครูพี่แนนมากกว่า 1.2 หมื่นคน มากกว่าดารา นักร้อง บางคนเสียอีก และเกือบทุกๆ วันจะมีเด็กๆ มาตั้งคำถามทั้งเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ และปรึกษาปัญหาชีวิตในวัยที่พวกเขาไม่เข้าใจ
“เทคโนโลยีอย่างโซเชียลเน็ตเวิร์ก เราจะให้เขาเลิกเล่นเหรอ ก็คงไม่ได้ แต่เราจะทำอย่างไรให้เขาสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ผ่านช่องทางเหล่านี้ คือแทนที่เราจะห้าม สู้เราเรียนรู้ว่าเขาใช้เวลาอยู่ที่ไหนและเอาความรู้ไปใส่ไว้ตรงนั้นจะดีกว่า
เราอย่ากลัวการใช้เทคโนโลยีกับเด็กๆ แต่เราควรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ พูดคุยกับพวกเขาได้ทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องเฉพาะเรื่องเรียน เรื่องความรัก ครอบครัว เพื่อน เราคุยกับพวกเขาได้หมด ดีกว่าปล่อยให้เด็กปรึกษาปัญหากันเองและแก้ไขกันไม่ถูกทาง เขาถามมาเราก็ตอบกลับไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงนี้เป็นทางออกเรื่องเทคโนโลยีที่ดีกว่าไหม” ครูพี่แนน เล่าถึงการใช้โซเชียลมีเดียในการสอนและพูดคุยกับเด็กผ่านทาง www.facebook.com/krupnan และทวิตเตอร์ @krupnan ซึ่งได้ผลเกินความคาดหมายอย่างมาก
ส่วนตัว ครอบครัว และงาน
อีกด้านหนึ่งครูพี่แนนแบ่งการใช้ชีวิตออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนตัว ครอบครัว และเรื่องงาน ครูคนสวยบอกเล่าถึงชีวิตการทำงานก่อนหน้านี้ว่า ชีวิตมีแต่งานทุกอย่างจนกินเวลาชีวิตอื่นๆ ไปหมด พอถึงวันหนึ่งที่เราป่วยเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหวกับการทำงานหนักมาตลอด จึงเริ่มคิดได้ว่าเราควรจะหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น ถ้าเรารักตัวเองไม่เป็น แล้วเราจะรักคนอื่นได้อย่างไร หน้าที่เราอาจจะบกพร่องไป ยิ่งเรื่องครอบครัวโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่เราเป็นอะไรไปแล้วเราไม่รู้สึกเสียดายที่อยากใช้เวลาดูแลพวกท่านบ้างหรือ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ครูพี่แนนเริ่มแบ่งเวลาให้กับครอบครัวและเวลาส่วนตัวมากขึ้น
“แรกๆ เราอาจจะคิดว่าหากให้เวลากับงานน้อยลงแล้วประสิทธิภาพในการทำงานจะตกลงไปด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริงการที่เราได้แบ่งเวลาให้กับครอบครัวให้กับการพักผ่อนได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองรักและชอบ จะทำให้เราสมองปลอดโปร่งมีความคิดในเรื่องการทำงานที่ดีขึ้น สำหรับคนที่บ้างานจริงๆ เรื่องการทำงานจะอยู่ในสายเลือด ถ้าได้เดินทางทำกิจกรรรมอื่นๆ เช่น การนั่งสมาธิหรือปฏิบัติธรรม บางทีจะมีไอเดียเรื่องงานแวบเข้ามาในสมองเองโดยอัตโนมัติ ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก” ครูพี่แนน เผยถึงเคล็ดลับการทำงานที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้จากการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ทุกที่ ทุกเวลา
เมื่อครอบครัวและชีวิตส่วนตัวดำเนินไปด้วยดี การทำงานก็ย่อมดีตาม ครูพี่แนนเผยเคล็ดลับในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพว่า ต้องทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเดินทาง ใช้เวลาอยู่ในรถตู้เดินทางเป็นครูสอนและวิทยากร เวลาประชุมต้องใช้ระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ แชตกรุ๊ป หรือแทบทุกช่องทางที่สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะเรื่องของอีเมล ซึ่งต้องใช้เวลาตอบรับจัดการอีเมลค่อนข้างเยอะมาก วันวันนึงจะมีอีเมลเข้ามาประมาณ 4 ร้อยกว่าฉบับ ดังนั้นเราต้องมีวิธีการบริหารการจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีที่ดีด้วย จึงทำให้การใช้เทคโนโลยีในการทำงานถูกบริหารควบคู่ไปกับเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
จงอย่ากลัวเทคโนโลยีเพราะเทคโนโลยีอยู่ที่คนใช้ ใช้ในทางสร้างสรรค์ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล แต่หากใช้ไม่ถูกทางก็มีแต่ทำร้ายและทำลายสังคม จึงอยู่ที่ว่าเราจะมองเทคโนโลยีในแง่ใด







