posttoday
คุณค่าของเรา ใน 1,200 คำ

คุณค่าของเรา ใน 1,200 คำ

04 เมษายน 2555

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูดีได้ไปแจกลายเซ็นที่งานสัปดาห์หนังสือไปเรียบร้อยเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ที่เป็นเวลาคุณภาพที่หนูดีรอคอย ปีหนึ่งมีโอกาสแบบนี้เพียง 1 หรือ 2 ครั้งเองค่ะ ที่จะได้พบกับแฟนหนังสือตัวเป็นๆ และได้คุยกัน อัพเดต ฮัลโหล บางคนได้เห็นกันทุกปีเลย เป็นแฟนเหนียวแน่น เห็นหน้าปั๊บก็ทักได้เลยว่า “ปีนี้ สบายดีไหมคะ”

เมื่อก่อนเวลาเห็นคนมาต่อแถวยาวๆ เยอะๆ หนูดีจะเกรงใจมาก เลยทำให้เซ็นบวกคุยต่อคนไม่นาน แต่มานั่งนึกดู แต่ละท่านที่มา ก็มีเรื่องอยากคุย อยากถามกับเรา ไหนๆ ก็ไหนๆ ให้เวลาคุณภาพกับตรงนี้ดีกว่า คุยกัน ถามกัน ถ่ายรูป และก็แฮปปี้กันทุกฝ่ายค่ะ เพราะคนที่รอในแถวก็รู้ว่า เมื่อถึงคิวเขา เราก็จะคุยแบบประณีตแบบนี้เช่นกัน เลยได้ถามไถ่อะไรกันพอสมควร ตามนิสัยนักวิจัยก็ถือว่า เซอร์เวย์เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพกันไปเลยว่า แต่ละคนอ่านหนังสือเราแล้ว เอาไปทำอะไรบ้าง และอยากอ่านอยากฟังอะไรแนวไหนต่อไป

มีน้องๆ หลายคนที่เป็นนักศึกษาหรือเรียนจบแล้ว และกำลังคิดจะเรียนต่อต่างประเทศ แถมอยากสมัครมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐเสียด้วย มีทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ข้อมูลนี้ทำเอาหนูดีดีใจและตื่นเต้นแทนเลยค่ะ เพราะจำได้ถึงตัวเองในวันที่ยังใจตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่า เราจะเข้าได้ไหม เขาจะเลือกเราไหม เราจะมีค่าพอไหม วันนี้หนูดีเองก็มีความฝันเล็กๆ ว่า อยากให้เด็กไทยสมัครไป “ไอวีลีก” เยอะๆ สมัครไปมหาวิทยาลัยกลุ่มที่สอนดีและเข้ายากกันให้มากขึ้น เพราะคนที่ไม่สมัครนั้น ไม่ใช่ไม่อยากไปนะคะ แต่หลายคนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน งงๆ และหลายคน “ไม่กล้า” เท่านั้นเองค่ะ

เอาล่ะค่ะ เข้าประเด็นกันดีกว่า เพราะวันนี้หนูดีตั้งใจจะมาคุยเรื่อง “การเขียนจดหมายแนะนำตัวที่ชนะใจคณะกรรมการ” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว

ว่าไปแล้ว นอกเหนือจากเกรดเฉลี่ยและคะแนนสอบวัดมาตรฐานแล้ว เจ้าจดหมายแนะนำตัวนี่ล่ะ ที่เรียกได้ว่า ตัดสินความเป็นความตายกันทีเดียว เหมือนที่เจ้าหน้าที่ที่ฮาร์วาร์ดพูดให้หนูดีฟังเมื่อเข้าเรียนได้แล้วว่า ที่นี่เด็กส่วนใหญ่ก็เกรด 4 มากันทั้งนั้น แต่คุณน่ะ มีอะไรเจ๋ง มีอะไรที่แปลกไปจากเด็กเกรด 4 คนอื่นๆ ล่ะ นั่นล่ะที่เราอยากเห็น เพราะฉะนั้นในจดหมายนี้เป็นที่เดียวในใบสมัครทั้งหมด ที่เราจะเปล่งประกายฉาย “ความเป็นมนุษย์” ว่าเราเป็นคนแบบไหน มีเลือดเนื้อ ลมหายใจอย่างไร เราเป็นอะไรบ้างนอกเหนือจากตัวเลขไม่กี่สิบตัวใน Transcript ที่เราส่งไป

“จดหมายแนะนำตัว” หรือ Essay นั้น เรามักไม่มีสิทธิเลือกหัวข้อค่ะ และมักมีการกำหนดจำนวนคำเอาไว้ ตรงนี้สำคัญมากนะคะ อย่ามองข้ามเด็ดขาด คือ ถ้าเขาบอก 1,200 คำ คุณต้องใช้เครื่องนับคำและพยายามอธิบายตัวเอง หรือตอบคำถามให้ได้ในพื้นที่เท่านั้น สมมติจะเกิน ก็อาจได้ 1,250-1,300 แต่อย่าเกินมาก อย่าเยิ่นเย้อ และที่สำคัญที่สุดคือ ตีคำถามเขาให้ออกว่า เขาอยากรู้อะไร และอย่าไปตอบที่เขาไม่ถามเชียวค่ะ

ทำเป็นเล่นไป มีคนที่ไม่ตอบคำถามแต่ไปเขียนสิ่งที่ตัวเองอยากเขียนเยอะมาก ตรงนี้คณะกรรมการจะคัดออกแต่เนิ่นๆ ถือว่าคุณฟังคำถามไม่เป็น และที่สำคัญกว่านั้น “อย่าพิมพ์ชื่อมหาวิทยาลัยผิด” ตรงนี้คนจะคิด โอ้โห คนกล้าสมัครเข้าไอวีลีก คงไม่พิมพ์ชื่อมหาวิทยาลัยผิดมั้ง ความจริงหรือคะ มีคนพิมพ์ผิดทุกปีค่ะ เช่น จะสมัครเข้า Yale ด้วย Columbia ด้วย Harvard ด้วย แล้วขี้เกียจนะคะ เอาคำถามเขามายำรวมกัน แล้วเขียน 1 ฉบับที่มันตอบคลุมๆ หมด แล้วส่งแบบหว่านแห กะทำงานหนเดียว แต่ได้นก 3 ตัว แล้วดันพรินต์จดหมายออกมาแล้วลืมตรวจชื่อว่าส่งถูกมหาวิทยาลัยไหม อันนี้คณะกรรมการเคยเห็นชื่อมาแล้วแทบทุกมหาวิทยาลัย ก็เป็นแบบที่เขาเรียกกันว่า “Easy Giveaway” คือ คัดออกได้เลย ไม่ต้องอ่านต่อ เพราะถือว่าคุณเป็นคนไม่รอบคอบ

คำถามปีของหนูดี คือ “หากคุณได้เข้าเรียนโปรแกรมนี้ คุณจะนำความรู้ไปใช้ทำอะไร” แต่หลายๆ มหาวิทยาลัยก็จะมีคำถามต่างๆ กันไป เช่น อะไรทำให้คุณคิดว่า คุณเหมาะกับมหาวิทยาลัยนี้ (คำถามแบบนี้ล่ะ ที่เขาอยากรู้ว่า คุณตั้งใจเลือกเขาเพราะคุณศึกษาเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเขามาอย่างดี หรือแค่สมัครเผื่อฟลุก) หรือจงอธิบายสิ่งที่คุณเคยทำในชีวิตที่เป็นเรื่องสำคัญ เสี่ยง หรือ ยาก และมันมีผลกระทบอย่างไรกับชีวิตคุณในปัจจุบัน ฯลฯ

อ่านให้ขาดนะคะ และคิดก่อนเป็นอาทิตย์ๆ เลยค่ะ คิดไปขับรถไป อาบน้ำก็คิด นั่งเล่นก็คิด คิด คิด คิด จะตกตะกอน แล้วค่อยๆ ร่าง แล้วจึงพิมพ์ค่ะ ของหนูดีเองคำถามดูเหมือนง่าย แต่กินเวลาหลายเดือนค่ะ กว่าจะเสร็จและส่งเขา หนูดีให้คนอ่านแล้วตำหนิ ติชม เกือบ 10 คน เพื่อจะดูว่าสิ่งที่เราพยายามจะสื่อออกไปนั้น คนเข้าใจตรงกับเราหรือเปล่า การให้คนอื่นอ่าน ไม่ใช่การโกงนะคะ ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ห้าม เขาแค่ขอให้เราเขียนเองเท่านั้น อย่าไปจ้างคนอื่นเขียนค่ะ

สิ่งที่คณะกรรมการต้องการเห็นใน 1,2002,000 คำนั้นก็มีดังต่อไปนี้เอง ทำให้ได้ แล้วคุณจะมีโอกาสลุ้นมากขึ้น

1.เขาอยากเห็นว่า เราเป็นคนแบบไหน ทั้งในฐานะนักศึกษาและมนุษย์คนหนึ่ง

2.มันควรจะเป็นโอกาสที่เราแสดงสิ่งที่ตัวเลขเกรดไม่บอก ความน่ารัก เอาจริงเอาจัง ตลก หรือกล้าเสี่ยง ช่างวิเคราะห์ ฯลฯ

3.แม้คำถาม Prompt ของปีนั้น จะให้เราพูดถึงนวนิยาย วรรณกรรม งานละคร ฯลฯ อะไรก็ตาม แต่เราต้องโยงมาถึงตัวเรา และบุคลิกของเราให้ได้ค่ะ

4.ถ้าเขาถามว่า ทำไมจึงเลือกมหาวิทยาลัยเขา คุณต้องโยงกลับมาถึงตัวเอง และความสนใจเฉพาะตัวของคุณ

5.ไม่ว่าคำถามคืออะไร ทั้งหมดที่คณะกรรมการอยากรู้คือ “อะไรทำให้คุณน่าเลือกกว่าใบสมัครข้างๆ” และคุณเข้าไปแล้วจะทำให้มหาวิทยาลัยของเขาดีขึ้นได้อย่างไร คุณจะกลายเป็นศิษย์เก่าที่เขาภาคภูมิใจไหม

เนื้อที่หมดลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง สัปดาห์หน้าหนูดีจะเล่าถึงการเขียนอย่างละเอียด ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้เขียนบทความ หรือเรียงความในเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้ค่ะ เชื่อไหมคะว่า บทความที่คุณอ่านของหนูดีในนี้ ก็ใช้ Structure ของ statement of Purpose นั่นเอง เพราะมันเป็นโครงสร้างที่มีเสน่ห์มากๆ แล้วพบกันค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท