
แฉครูเมืองผู้ดีติดสินบนนร.
เพราะ “ครู” ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้คู่คุณธรรม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครูจะถูกตั้งความหวังว่าจะต้องผลิตเยาวชนคุณภาพให้กับสังคม
เพราะ “ครู” ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้คู่คุณธรรม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครูจะถูกตั้งความหวังว่าจะต้องผลิตเยาวชนคุณภาพให้กับสังคม
เมื่อถูกกดดันอย่างหนักเช่นนี้ ครูหลายๆ คนจึงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความสำเร็จด้านการศึกษาของศิษย์ แม้กระทั่งพฤติกรรมสุดอื้อฉาวอย่างการติดสินบนนักเรียน!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะผลการสำรวจล่าสุดของสมาคมครูอังกฤษ เปิดเผยว่า บรรดาคุณครูเมืองผู้ดีทั้งหลายยอมแหกกฎเพื่อให้ศิษย์รักมีผลสอบและคะแนนที่ดี
ไล่เรียงตั้งแต่การให้รางวัลสุดพิเศษแก่ลูกศิษย์ อย่างการเลี้ยงพิซซา เพื่อเป็นแรงจูงใจให้นักเรียนตั้งใจอ่านหนังสือสอบมากขึ้น เพื่อที่จะได้ทำคะแนนดีๆ
หรือจะเป็นการยอมเสียเงินส่วนตัวหลายร้อยปอนด์ (ราว 1 หมื่นบาท) เพื่อเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการผู้ออกข้อสอบวัดระดับของประเทศเพื่อที่จะได้ล้วงความลับเรื่องแนวข้อสอบและเคล็ดลับการตอบคำถามเพื่อที่นักเรียนของตนนั้นจะได้คะแนนดีๆ
“ฉันยอมเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการออกข้อสอบ เพราะรู้ล่วงหน้ามาว่าที่ประชุมจะใบ้ข้อสอบ” ครูมัธยมคนหนึ่งกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้นคือ บางรายนั้นยอมเพิ่มคะแนนสอบให้กับลูกศิษย์ที่คะแนนแย่ๆ เพื่อที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็นครูที่ดี
“บางทีฉันต้องทำการบ้านให้นักเรียนด้วยซ้ำ เพราะฉันไม่มีเวลาสอนเนื้อหาให้พวกเขาทั้งหมดตามหลักสูตรที่ทางกระทรวงศึกษาวางไว้” ครูคนหนึ่งกล่าว
ทั้งนี้ แม้พฤติกรรมสุดอื้อฉาวของคุณครูเหล่านี้จะถือว่าเป็นการละเมิดจริยธรรมของการเป็นครู
ทว่าครูส่วนใหญ่มองว่าไม่มีทางเลือกอื่นเลย เพราะกำลังถูกกดดันอย่างหนักจากสังคม
ดร.แมร์รี บูสเต็ด จากสมาคมครูอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังมุ่งให้ความสนใจกับคะแนนสอบและการจัดอันดับโรงเรียนมากขึ้น ส่งผลให้ครูต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบมากขึ้น
หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ นักเรียนโรงเรียนใดมีผลสอบที่ดี ก็จะถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ได้รับรางวัลจากรัฐบาลและเป็นที่ยอมรับของสังคม
ทว่านโยบายของรัฐบาลกลับไม่ให้ความสำคัญกับวิธีการสอนและพัฒนาการของนักเรียน ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่ผลการเรียนที่ดี
ได้ยินเช่นนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนก็แอบสงสารคุณครูเมืองผู้ดีที่ต้องแบกรับแรงกดดันอันมหาศาลจนต้องงัดวิธีผิดๆ มาสอนเด็ก
ก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลเมืองผู้ดีจะตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวเสียที เพราะหากปล่อยไปเช่นนี้ แทนที่จะได้เยาวชนคุณภาพในอนาคต ก็อาจต้องเตรียมรับมือกับเจเนอเรชันใหม่ที่ไร้คุณธรรมสุดๆ ก็เป็นได้







