
เดอะ มาสเตอร์...ฉากใหญ่ต้อนรับวูดส์
ถ้า คิม ไคลจ์สเตอร์ส เคยใช้เวทีแกรนด์สแลม “ยูเอส โอเพน” ประกาศศักดาการคืนวงการเทนนิสอย่างยิ่งใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2009
โดย...นูโน่
ถ้า คิม ไคลจ์สเตอร์ส เคยใช้เวทีแกรนด์สแลม “ยูเอส โอเพน” ประกาศศักดาการคืนวงการเทนนิสอย่างยิ่งใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2009 ศึกเมเจอร์แรกอย่าง “เดอะ มาสเตอร์ส” ปีนี้ (58 เม.ย.) ก็อาจถูกเขียนมาให้เป็นสนามทวงคืนความยิ่งใหญ่ของ ไทเกอร์ วูดส์ ราชาแห่งวงการกอล์ฟอันคลาสสิกก็เป็นได้
แม้ “พญาเสือ” ในวันนี้ อาจไม่ใช่มือ 1 โลกเหมือนเคย
อาจไม่ใช่เจ้าป่าที่ฟอร์มดุเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน
อาจไม่ฟิตเหมือนตอนอายุ 20 กว่าๆ
แต่หลายปัจจัยบ่งบอกว่า สตาร์กำลังจะกลับมาสวม “กรีน แจ็กเกต” ตัวที่ 5 ที่ออกัสตา เนชัน แนล ในวันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย.นี้
ใจมา...ฟอร์มบรรเจิด
ถึงแม้คุณจะไม่ชอบอดีตมือ 1 โลกชาวอเมริกัน (จะด้วยเหตุผลนิสัยส่วนตัว หรือการผูกขาดความยิ่งใหญ่) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือหนึ่งในยอดนักกอล์ฟพรสวรรค์ของประวัติศาสตร์
ยิ่งด้วยฟอร์มช่วงหลัง ตั้งแต่การทำ 8 อันเดอร์พาร์ในวันสุดท้าย รายการฮอนด้า คลาสสิก หรือรอบสาม คาดิลแล็ก แชมเปียนชิพ ก่อนถอนตัววันสุดท้ายเพราะบาดเจ็บขา จวบจนการยุติการรอคอยแชมป์แรกในรอบ 30 เดือนสำเร็จ ในศึกอาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล ทำให้มองข้ามเขาไม่ได้
ตรงกันข้าม กลับต้องจับตามองด้วยซ้ำ กับการเรียกฟอร์มเทพกลับมาในวัย 36 ปี
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องราวเลวร้ายที่คอยรบกวนจิตใจและสมาธิในช่วงที่ผ่านมาได้ผ่านพ้นไปแล้ว
“ผมคิดว่าตัวเองต้องการเวลา ที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนโค้ชและเจอช่วงเวลายากลำบากของชีวิต ตอนนี้ผมเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ผลงานตอนนี้นับตั้งแต่ที่ออสเตรเลีย (คว้าแชมป์ออสเตรเลียน มาสเตอร์ส 2009) ถือว่าเยี่ยมมาก เพราะมีการพัฒนาอย่างชัดเจน” วูดส์ เผยตอนจบศึกฮอนด้า คลาสสิก
ไม่ใช่แค่เจ้าตัวที่รู้สึกเช่นนั้น
“ไทเกอร์ทำได้น่าประทับใจมากๆ โดยเฉพาะการคุมระยะการพัตต์ของเขา นั่นต้องบอกว่าสุดยอดไปเลย เขากลับมาแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าเขาพัตต์ได้แบบนี้ที่ออกัสตา เขาจะชนะแน่ ไทเกอร์จบด้วยอันดับ 4 ในเดอะ มาสเตอร์ส 2 ครั้งล่าสุด ทั้งๆ ที่ต้องเสียสมาธิไปกับเรื่องราวในชีวิตส่วนตัว แต่ครั้งนี้เขาจะต้องเป็นผู้ท้าชิงอย่างแน่นอน” โคลิน มอนต์โกเมอรี กล่าว
แม้กระทั่ง แฮงก์ ฮานีย์ อดีตโค้ชคู่กรณีจากการออกหนังสือ “เดอะ บิ๊กมิส” (The Big Miss) เปิดเผยเรื่องราวตลอด 6 ปีที่ทำงานร่วมกับพญาเสือ ก็ยังเอ่ยปากว่า วูดส์ เรียกฟอร์มการพัตต์เก่าๆ กลับมาได้อีกครั้งแล้ว
“ผมไม่สามารถคาดเดาจังหวะพัตต์ของนักกอล์ฟแต่ละคนได้ นับตั้งแต่ปี 2005 ไทเกอร์มักพัตต์ได้ไม่ค่อยดีที่สนามออกัสตา ซึ่งในบางครั้งต้องพัตต์ถึง 3 ครั้ง แต่ฟอร์มในตอนนี้ดีขึ้นมาก ดังนั้นผมคงจะแปลกใจและช็อกมากหากใครจะบอกว่าเขาไม่มีโอกาสชนะ เดอะ มาสเตอร์ส” ฮานีย์ กล่าว
สนามเข้าทาง...สถิติเป็นเลิศ
ครั้งหนึ่ง แกรี เพลเยอร์ ตำนานนักกอล์ฟชาวแอฟริกาใต้ เคยกล่าวว่า ถ้าจะมีสนามกอล์ฟไหนสักแห่งในสวรรค์ มันคงจะเป็นเหมือนออกัสตา เนชันแนล ที่ใช้แข่งเดอะ มาสเตอร์ส แห่งนี้
แต่สำหรับ วูดส์ แล้ว นี่เป็นสนามพาร์ 72 ที่เข้ากับสไตล์เกมสั้นของเขาอย่างยิ่ง
“หวังว่าทุกอย่างจะลงตัวใน 1 สัปดาห์ ผมเข้าใจว่าควรเล่นอย่างไรที่ออกัสตา ไม่สำคัญว่าแผนการเล่นจะเป็นอย่างไร” แชมป์เมเจอร์ 14 สมัย กล่าว
การันตีได้จากผลงานและสถิติที่ผ่านมา
ปี 1997 วูดส์ เข้าร่วมการแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟฮอตสุดในโปรรุ่นใหม่ และคว้าแชมป์เมเจอร์แรกด้วยชัยชนะ 12 สโตรก ซึ่งครองสถิติทิ้งห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกับกลายเป็นแชมป์ศึกมาสเตอร์สอายุน้อยที่สุดด้วยวัย 21 ปี 3 เดือน กับอีก 14 วัน
4 ปีต่อมา โปรลูกครึ่งไทยอเมริกัน กลับมาคว้าแจ็กเกตเขียวตัวที่ 2 ได้สำเร็จ และป้องกันแชมป์ในปี 2002 ก่อนจะฉลองชัยสมัย 4 ในปี 2005 แม้กระทั่ง 2 ปีล่าสุด ที่มีปัญหาข่าวฉาวกวนใจ บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บและการปรับสวิง ก็ยังจบในอันดับ 4 ทั้งสองปีเหมือนอย่างที่ มอนตี ว่าไว้
นอกจากนี้ วูดส์ ยังมีสถิติจบท็อป 5 รายการนี้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก แจ็ก นิคลอส (15) ที่จำนวน 10 ครั้ง และเป็นเจ้าของสถิติสกอร์ต่ำสุดหลังจบ 56 หลุม (201) และ 72 หลุม (270)
“ผมยังต้องปรับอะไรอีกบางอย่าง แต่ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เราทำสำเร็จ มันดีมากๆ” วูดส์ กล่าวถึงการคว้าแชมป์ก่อนลุยมาส เตอร์ส
บ่อนเห็นพ้องยกเต็งหนึ่ง
ด้วยฟอร์มล่าสุดบวกกับความมั่นใจหลังคว้าแชมป์และสถิติที่ผ่านมา ทำให้บ่อนพนันถูกกฎหมายทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต้องเลื่อนชั้น วูดส์ เป็น “เต็งจ๋า” คว้าแชมป์ แทน รอรี แม็คอิลรอย แชมป์ยูเอส โอเพน และมือ 2 โลกจากไอร์แลนด์เหนือในบัดดล
“ไทเกอร์กลับสู่ฟอร์มลุ้นแชมป์ และเขาน่าจะออกสตาร์ต เดอะ มาสเตอร์ส ในฐานะเต็งจ๋า มันน่าจะเป็น ไทเกอร์ ที่ทำแต้มทิ้ง รอรี และคนอื่นๆ” รูเพิร์ต อดัมส์ โฆษกของวิลเลียมส์ ฮิลส์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมาย กล่าว
ขณะที่ตัวเต็งรองลงมาได้แก่ ฟิล มิกเคลสัน อดีตแชมป์ 3 สมัยชาวอเมริกัน, ลุค โดนัลด์ โปรมือ 1 โลกจากอังกฤษ, ลี เวสต์วูด มือ 3 โลกจากอังกฤษ, ชาร์ล ชวาร์ตเซล แชมป์เก่าจากแอฟริกาใต้
แต่ว่ากันว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แล้วบ่อยครั้งปากกาเซียนก็หักระนาว เพราะฉะนั้นตำแหน่ง “เต็งแชมป์” ก็เป็นแค่การคาดเดา ที่สำคัญ เต็ง 2-6 ข้างบน ก็ล้วนเป็นคู่แข่งไม่ธรรมดา และมีโอกาสสกัดดาวรุ่งไม่น้อยเช่นกัน
ใครๆ ก็หมายปองแจ็กเกตเขียว
ในวันแข่ง วูดส์ อาจจะฟอร์มเข้าฝักอย่างที่คาดหวังก็จริง แต่ตัวแปรลุ้นแชมป์ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นของเขาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับผลงานคู่แข่งด้วย และนั่นคือขวากหนามสำคัญและมองข้ามไม่ได้ เพราะทุกคนที่เข้าร่วมแข่งขันก็หวังอยากได้สวมแจ็กเกตเขียวด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ท้าชิงแถวหน้า
“ผมพร้อมจะทำทุกอย่างที่ถูกต้อง และช่วยให้คว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 2 สิ่งที่ผมต้องการจะทำ คือ การนำตัวเองเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้นอีกครั้ง รอดูว่าผมจะจัดการมันได้ดีกว่า และพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้หรือไม่” แม็คอิลรอย กล่าวถึงเป้าหมายลุ้นแชมป์เมเจอร์ต่อจากยูเอส โอเพน 2011
แม้ มิกเคลสัน จะย่างเข้าวัย 42 และมีโรคไขข้อกระดูกอักเสบรบกวน รวมทั้งฟอร์มไม่ดีนักในระยะหลัง แต่ผลงานในเพ็บเบิล บีช ปีนี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่ามองข้ามเขาไม่ได้เลย หลังจากพลิกสถานการณ์ในวันสุดท้ายกลับมาคว้าแชมป์ จนกลายเป็นนักกอล์ฟคนที่ 9 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์พีจีเอ ทัวร์ ถึง 40 รายการ
ที่สำคัญ เรื่องการพัตต์ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาในสนามแห่งนี้ “บิ๊กฟิล” ไม่เป็นสองรองใคร
ขณะที่สองโปรอังกฤษอย่าง โดนัลด์ และ เวสต์วูด แม้จะไม่เคยผ่านประสบการณ์คว้าแชมป์เมเจอร์มาก่อน แต่ด้วยฟอร์มในปัจจุบันบวกกับแรงกระตุ้นในการคว้าแชมป์เมเจอร์สมัยแรกมาประดับบารมี ก็ยิ่งประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะมือ 1 โลก ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกที่ทำเงินสูงสุดทั้งในอเมริกาและยุโรปเมื่อปีที่แล้ว
ด้าน ชวาร์ตเซล ก็เตรียมตัวมาพร้อมรับมือกับบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ในการจัดการกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นในฐานะ “แชมป์เก่า”
“ความท้าทายที่ใหญ่สุดในปีนี้ คือ การมีสายตาจับจ้องมากขึ้น เพราะคนต้องการดูว่าผมยังจะสามารถลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่กังวล ผมพร้อมจะลงสนามไปด้วยความคิดเหมือนเป็นทัวร์นาเมนต์ใหม่ทัวร์นาเมนต์หนึ่ง และทำให้ดีที่สุด” ชวาร์ตเซล กล่าว พร้อมเผยว่าได้ฝึกซ้อมการพัตต์บนกรีนเร็วมาเป็นอย่างดี
แต่ว่ากันว่า ถ้าวูดส์ระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาแล้ว ก็ยากที่ใครจะเอาชนะได้ เหมือนอย่างที่ ฮานีย์ คิดว่าเพื่อนเก่าคนนี้มีโอกาสดีที่จะทำลายสถิติของ “หมีทอง” แจ็ก นิคลอส เจ้าของสถิติแชมป์เมเจอร์มากที่สุดตลอดกาล 18 สมัย และนี่อาจเป็นโอกาสที่จะขยับเข้าใกล้ไปอีกสเต็ปหนึ่ง
จนอดคิดไม่ได้ว่า เดอะ มาสเตอร์ส 2012 อาจเป็นเวทีต้อนรับ “สตาร์คัมแบ็ก” อย่างยิ่งใหญ่ด้วยตำแหน่งแชมป์เมเจอร์สมัยที่ 15







