
เนวิน (จัดเต็ม)สังคยานา...ทีพีแอล
"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ถามกลางวงประชุมร่วมสโมสรไทยลีก ประเด็นที่ว่า ข้องใจ เรื่องเงินสปอนเซอร์หายไปไหน???
"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ถามกลางวงประชุมร่วมสโมสรไทยลีก ประเด็นที่ว่า ข้องใจ เรื่องเงินสปอนเซอร์หายไปไหน???
โดย...ราชันเบอร์23
ว่อนอินเทอร์เน็ต ทีเดียวสำหรับ คลิปการประชุมไทยลีกทั้ง 18 สโมสร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป เรียกว่ามีคนเข้าไปโหลดดูแยะทีเดียว ประเด็นฮอต ที่"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ถามกลางวงประชุมร่วมสโมสรไทยลีก ประเด็นที่ว่า ข้องใจ เรื่องเงินสปอนเซอร์หายไปไหน???
ทำไมไม่ถูกนำมาใช้สนับสนุนสโมสร? เพื่อช่วยกันพัฒนาลีกไทยให้เข้มแข็ง สปอนเซอร์ที่เอาป้ายมาติดอยู่ในสนาม เงินมันหายไปไหน ทำไมมันไม่กลับมาช่วยทีม มันเกิดอะไรขึ้น รายได้เหล่านี้ไปอยู่ตรงไหน เพราะบอกว่าไม่มีเงินไปจัดการลีกสำรอง หรือลีกเยาวชน
เล่นเอาดร.วิชิต แย้มบุญเรืองประธานบ.ไทยพรีเมียร์ลีกได้แต่ทำหน้าไม่รับแขก แต่ไม่ได้ตอบข้อซักถามที่"บิ๊กเน"ถาม แต่ตอบแบบเลี่ยง ๆว่า"ผมรู้เพียงแต่ได้เงิน 10 ล้านมาจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนเงินอย่างอื่นผมไม่ทราบ ต้องถามสมาคมฟุตบอลที่รับผิดชอบต่อไปนี้เป็นคำพูด ที่เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถามที่ประชุม
"ผมเป็นแชมป์ เช็คเงินรางวัลยังไม่ได้เลย ทั้งดิวิชั่นหนึ่ง ทั้งทีพีแอล นั่นแสดงว่า เงินรางวัลการแข่งขันไม่ได้จ่ายจากทีพีแอล
แต่เอาเงินจากกกท.มาจ่าย ถามว่าสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกที่บังคับให้เราติดป้ายโฆษณา..จ่ายเงินเท่าไหร่
ลิขสิทธิถ่ายทอดสด จากน้ำพักน้ำแรงของพวกเรา เท่าไหร่ และเงินเหล่านี้หายไปไหน???
ทำไมไม่เอามาช่วยส่งเสริมพัฒนาสโมสร....นี่คือคำถาม???
ถ้าดร.บอกว่าได้ 10 ล้านบาท มาบริหารจัดการ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ถูกมั๊ยครับ???
สปอนเซอร์ต่าง ๆ บริษัทอะไรเยอะแยะ เงินเหล่านี้หายไปไหน???
ทำไมมันไม่กลับมาถึงสโมสรที่แข่งขัน กลับมาเพื่อส่งเสริมทีมต่าง ๆ เหมือนพวกเราทำนาให้ทีพีแอลเกี่ยว สิ่งที่พวกเราสู้กัน
เกือบเป็นเกือบตาย เงิน10ล้าน กับถ้วยใบนึง ไม่ใช่เงินของทีพีแอล แต่เป็นเงินของกกท.และเงินสปอนเซอร์ไปไหน??
ไนกี้ โตโยต้า สยามกีฬา รวมถึงถ่ายทอดทั้งหลายแหล่ มันไปไหน ทำไมมันไม่กลับมาช่วยทีม มันเกิดอะไรขึ้น คือคำถาม???
ไม่มีเงินพอที่จะทำลีกสำรอง ผมเข้าใจว่าหลายคนต้องไปกราบไหว้ขอสปอนเซอร์ กว่าจะได้มา แลกมาสารพัดทั้งนั้น ไอ้สิ่งที่
เกิดขึ้นในสนามเรา โดยที่เราไม่รู้ว่ามันอยุ่ที่ไหน เราต้องพูดถึงกันหรือเปล่า ความจริงต้องพูอดกันหรือเปล่ามันยากลำบาก..
ต้องพูดคุยกัน ตรงนี้ ดร.บอกว่าไม่มีเงินที่จะจัดการแข่งขันลีกสำรอง ผมเลยตั้งคำถามรายได้ 10ล้านต่อปีที่พีแอลได้ ผมสงสัย รายได้จริง ๆ มันเท่าไหร่กันแน่ ใครเอาไหป ผลประโยชนืมันเป็นอย่างไร
..ผมสงสัย!!!โดยส่วนตัว
ผมไปดูงบดุลย์จาก กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ผมเห็นมีทีพีแอล มีรายได้ 1ล้านกว่าบาท และไอ้ที่เหลือ ไอ้สปอนเซอร์ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอด มันไม่ใช่สิทธิของทีพีแอลเหรอ??
มันยังงัย..ผมสงสัย..ผมไม่เป็นไรหรอก ผมอยู่ได้ แต่ทีมอื่นละ ทีพีแอลได้ แค่ 10 ล้าน ในการจัดการแข่งขัน ที่เราช็อค เรื่องรายได้ที่เหลือมันหายไปไหน เอาไปให้ใคร ไม่กลับมาที่ทีม ไม่พัฒนาการจัดการแข่งขัน นี่เป็นคำถาม
นี่เป็นคำพูดเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตที่"บิ๊กเน"สงสัยไม่รู้ว่าแฟนบอลไทยอยากรู้ด้วยหรือเปล่า???
เอาเป็นว่าด้วยความปราถนาดี อยากเห็นวงการฟุตบอลไทยพัฒนา แนะให้"บังยี"วรวีร์ มะกูดี ท่านนายกสมาคมฟุตบอลฯ กลับมาจากต่างประเทศแล้วเปิดโต๊ะแถลงข่าวให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า พร้อมทั้งเอางบดุลของทีพีแอลมาชี้แจงของที่ไปที่มาของเงิน...เพื่อแสดงความโปร่งใสและบริสุทธิใจที่ได้มัยครับ???
นอกจากเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แล้ว "บิ๊กเน"ยังแสดงทรรศนะหลายอย่างเรียกร้องให้ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก "ปฏิรูป" ตัวเอง ให้ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพกว่าที่เป็นอยู่ หลังจากเกิดปัญหาเดิมๆ อยู่บ่อยครั้ง จากการบริหารงานแบบ "ไทย"สไตล์ จนเคยตัว
"กรณีเมืองทองฯ กับ บีอีซี เทโรฯ ที่ผ่านมา 3 แต้ม กับ 1 แต้ม ความหมายแตกต่างกันมากในพรีเมียร์ลีก เพราะฉะนั้นความเป็นมืออาชีพมันไม่ใช่แค่แมตช์คอมฯ รับผิดชอบแบนตัวเอง 1 เดือน แล้วจบ มันต้องมีมาตรการอะไรมากกว่านี้ มันควรเป็นมืออาชีพทั้งหมด อยากให้นักบอล, สโมสร เป็นมืออาชีพ ก็เป็นหมดแล้ว ทีพีแอล ก็ต้องเป็นมืออาชีพด้วย"ประธานประสาทสายฟ้ากล่าว
รวมถึงเรื่อง คลับไลเซนซิง ลงเตะฟุตบอลรายการเอเชีย ของเอเอฟซี ที่เงียบเข้ากลีบเมฆ,โครงสร้างการถือหุ้นของ ทีพีแอล ที่ยังไม่กระจายให้สโมสรต่าง ๆ มีส่วนร่วม รวมถึงการจัดลีกสำรอง ฯลฯ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ "บิ๊กเน"พูดเป็นเรื่องจริงที่หลายทีมอยากรู้ แต่ไม่กล้วเปิดประเด็น หรือเรียกว่าภาวะ"น้ำท่วมปาก" อย่างน้อยจะช่วยกระตุ้นทีพีแอล และ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รู้ว่าแฟนบอลพร้อมที่จะรวมพลังกัน เพื่อกำจัดจุดอ่อนของวงการลูกหนังไทย







