
จากพระธาตุเขาขุนน้ำนครศรีฯสู่ชมพูทวีปเพื่อร่วมงานจัดทำพระไตรปิฎก เป็นภาษาท้องถิ่น(ตอน ๒)
จากก้อนหินทรายในลำธารต้นน้ำที่ช่วยกันเก็บมาถวายบูชาด้วยความปีติยินดียิ่ง
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
จากก้อนหินทรายในลำธารต้นน้ำที่ช่วยกันเก็บมาถวายบูชาด้วยความปีติยินดียิ่ง จะเห็นได้ชัดจากดวงตาและใบหน้าที่เปล่งความสุขใจในการมีส่วนร่วมสร้าง... เพื่อจารึกประวัติแห่งความบริสุทธิ์ของพระธาตุเจดีย์แห่งนี้ว่า ทรายทุกเม็ด หินทุกก้อน การก่อปูนแต่งรูปล้วนสำเร็จด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์สวยงามของชาวบ้าน ตลอดจนพระสงฆ์ที่ร่วมกันสานสร้างร้อยเรียงให้เม็ดทราย ก้อนหินฯ เป็นองค์สถูปพระธาตุเจดีย์ อันควรค่าแก่การรองรับพระบรมสารีริกธาตุ และธาตุพระสงฆ์สาวก ซึ่งได้รับการถวายจากโยมฐาวรา หวั่งหลี อุบาสิกาผู้มั่นคงดำรงตนอยู่กับการประพฤติธรรม ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง จึงเชื่อมั่นได้ในพระบรมสารีริกธาตุและธาตุพระสงฆ์สาวกว่าบริสุทธิ์แท้แน่นอน ทั้งนี้ ด้วยความบริสุทธิ์สวยงามทางจิตใจของผู้น้อมถวาย เมื่อประกอบกับความสวยงามแห่งจิตใจของชาวบ้าน
ตลอดจนถึงพระสงฆ์ที่มั่นคงดำรงอยู่ในอุดมมงคลแห่งพระธรรมวินัยที่ช่วยกันก่อร่างสร้างสถูปพระธาตุเจดีย์ ความบริสุทธิ์สวยงามแห่งพระสถูปก็ย่อมปรากฏอย่างฉับพลัน พร้อมอัศจรรย์แห่งพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ... ซึ่งต้องกล่าวว่า ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างองค์สถูป โดยเฉพาะเมื่อบรรจุพระพุทธรูปจากประเทศอินเดียในแต่ละชั้น หากมีโอกาสจะค่อยเล่าสู่กันฟังถึงที่ไปที่มาของพระพุทธรูป เพื่อยังศรัทธาให้ยิ่งขึ้นในพระพุทธศาสนา จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านผู้มีส่วนร่วมได้อุทิศทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ช่วยกันสร้างพระธาตุเจดีย์ให้สำเร็จตามเจตนาอย่างจริงจัง รู้จักแบ่งปันเวลาส่วนตนมาปฏิบัติบูชา เจริญภาวนา โดยการจดจ่อจิตให้บรรจงอยู่กับเจติยะดังกล่าว... นี่คือ การเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ ที่แยบคายยิ่ง... นี่คือการเพาะบ่มโพธิศรัทธาให้เกิดขึ้นในสาธุชนผู้เกิดในยุควัตถุนิยมกำลังแก่กล้า... อาตมาจึงกล้าหาญที่จะประกาศว่า พระธาตุเจดีย์เขาขุนน้ำฯ แห่งนี้ เหมาะควรแก่การจะกล่าวได้ว่าเป็นพระธาตุที่สวยงามและบริสุทธิ์ที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่ควรแก่การได้มากระทำมหาสักการบูชา เพื่อเข้าถึงความบริสุทธิ์แห่งธรรมที่ปรากฏมีอยู่ในองค์พระธาตุเจดีย์ จึงไม่แปลกที่อาตมาได้แวะเวียนไปร่วมปฏิบัติบูชา ให้การแนะนำต่อพระสงฆ์และศาสนิกชนในการสร้างพระธาตุเจดีย์แห่งนี้
เสร็จสิ้นจากการไปช่วยร่วมสร้าง-ร่วมก่อพระธาตุเจดีย์เขาขุนน้ำ อาตมาต้องเดินทางไปประเทศอินเดีย เพื่อร่วมงานการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาท้องถิ่น (มาราตี, ฮินดี) ของชาวพุทธในชมพูทวีป (อินเดีย) โดยมีหนังสือมานิมนต์อาตมาไปร่วมงานจัดทำพระไตรปิฎกฉบับดังกล่าวในฐานะประธานที่ปรึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยปูเน (University of Pune) และสถาบัน BARTI อันเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลแห่งรัฐมหาราษฏระ สาธารณรัฐอินเดีย เป็นเจ้าของเรื่องในการดำเนินโครงการ โดยได้มีการประสานงานมายังรัฐบาลไทยทางด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) และได้มีการตอบรับในคำขอเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อหน่วยงานของรัฐบาลท้องถิ่น (มหาราษฏระ) อินเดีย ได้ประสานงานมาขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย และขอเชิญอาตมาไปเป็นประธานที่ปรึกษา จึงเป็นเหตุให้อาตมาต้องเดินทางไปร่วมงานตามหนังสือขอนิมนต์จากมหาวิทยาลัยปูเน และสถาบัน BARTI
โครงการแปลพระไตรปิฎกกลับคืนเป็นภาษาท้องถิ่นของชาวชมพูทวีป (อินเดีย) นั้น นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ของชาวพุทธในอินเดีย ที่จะดำเนินงานฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้ตั้งมั่นอีกครั้งในแผ่นดินเกิดพระพุทธศาสนา และจะเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดทำโครงการสังคายนาพระธรรมวินัยในอนาคต เพื่อการเรียนรู้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติอย่างถูกธรรม ... เพื่อประโยชน์โดยธรรมของผู้ปฏิบัติ...
จึงยินดีในการให้ความร่วมมือต่อหน่วยงานดังกล่าวของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ที่จัดทำโครงการแปลพระไตรปิฎก เพื่อจัดทำเป็นฉบับภาษาท้องถิ่นของชาวชมพูทวีปดังกล่าว ซึ่งงานนี้เกิดจากแรงผลักดันของ Mr.Ratnakar Gaikwad, Chief Secretary, Government of Maharashtra State, India ที่ได้จัดงบประมาณสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวถึง ๗๙ ล้านรูปี (ประมาณ ๕๖ ล้านบาทไทย)
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







