
รร.มะกันผุดกฎแปลกห้ามกอดกันหวั่นใจแตก
ว่ากันว่า การโอบกอดกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก
ว่ากันว่า การโอบกอดกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก นอกจากจะช่วยให้ภูมิต้านทานร่างกายทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้อารมณ์ดี ลดความตึงเครียด ช่วยรักษาภาวะซึมเศร้า และทำให้สุขภาพจิตคนดีขึ้นอีกด้วย
ทว่าอย่าได้เผลอนำทฤษฎนี้ไปใช้ที่โรงเรียนประถมมาทาวัน แอเบอร์ดีน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐเชียว เพราะล่าสุดทางโรงเรียนออกตัวแรง สั่งห้ามนักเรียน “กอดกัน” ระหว่างอยู่ในโรงเรียน!
แม้การสั่งห้ามการกอดกันระหว่างวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ค่อนข้างไวไฟเรื่องเพศ เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้และมีเหตุผลพอตัว
ทว่าโรงเรียนประถมมาทาวัน แอเบอร์ดีน เคร่งในเรื่องการกอดถึงขั้นสูงสุด ด้วยการเหมารวมสั่งห้ามนักเรียนทั้งหมดราว 900 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 11-14 ปี กอดกัน ถึงแม้ว่าเป็นการกอดแบบฉันเพื่อนหรือพี่น้องเพื่อปลอบใจระหว่างทุกข์ใจหรือแสดงความยินดี ก็ถือว่าเป็นการแตะเนื้อต้องตัวกันเกินงาม
เทเลอร์ แบลค์มอร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนให้เหตุผลการสั่งห้ามในครั้งนี้ว่า การกอดถือเป็นการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างบุคคลทางร่างกายที่ไม่เหมาะสม และทางโรงเรียนต้องการโปรโมตโรงเรียนว่าเป็นสถานที่เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง ดังนั้นเด็กนักเรียนไม่ควรได้รับการอนุญาตให้ทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะสร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันการศึกษาแห่งนี้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางโรงเรียนจะไม่ได้มีบทลงโทษอย่างชัดเจนต่อเด็กนักเรียนที่ละเมิดกฎ ด้วยการพักการเรียนหรืออย่างไร ทว่าผู้อำนวยการแบลค์มอร์ขู่เลยว่า นักเรียนคนใดที่กล้าดีกอดกันให้เห็น จะต้องเจอผลลัพธ์ที่เลวร้ายอย่างแน่นอน
แทมมี ซาบาทินี ผู้ปกครองกล่าวว่า ลูกๆ ทั้งสามคนเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าทำตัวไม่ถูก เพราะจู่ๆ ก็ไม่สามารถแตะตัวเล่นกัน หรือกอดกันอย่างเคยได้
คงต้องรอดูกันว่า กฎสั่งห้ามกอดที่ว่านี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยป้องกัน “เด็กใจแตก” และโฟกัสการเรียนมากขึ้น หรือทำให้เด็กกลายเป็น “พวกขาดความอบอุ่น” หนักขึ้นไปอีกกันแน่







