
สี่แยกอัจฉริยะลดอุบัติเหตุ
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้ ปีเตอร์ สโตน รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทกซัสในสหรัฐ เชื่อมั่นว่าในอนาคตข้างหน้ารถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนขับอีกต่อไป
หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่า รถยนต์จะทำงานเสมือนหุ่นยนต์ควบตำแหน่งพาหนะที่พามนุษย์ไปไหนมาไหนด้วยกันแทน
แน่นอนว่าแนวคิดดังกล่าวของ สโตน เริ่มมีค่ายรถยนต์ทดลองทำแล้ว เพียงแต่ยังอยู่ในขั้นที่ต้องปรับปรุงพัฒนาต่อยอดกันต่อไป
ทว่า งานนี้ก็เพียงพอที่จะผลักดันให้รองศาสตราจารย์สโตน คิดข้ามล่วงหน้าเผื่อไปอีกขั้น โดยการออกแบบระบบสัญญาณสี่แยกจราจรอัจฉริยะ ที่ไม่ต้องอาศัยไฟสัญญาณใดๆ บ่งบอกอีกต่อไป
แต่จะอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมสั่งการและคอยส่งสัญญาณโดยตรงไปที่รถยนต์แต่ละคันที่กำลังจะแล่นผ่านสี่แยกในระยะ 100 หลา ให้รู้ว่าสมควรที่จะชะลอ จอด หรือวิ่งต่อไปดี
“เมื่ออยู่ในระยะขอบเขตของสี่แยก ระบบคอมพิวเตอร์จะส่งสัญญาณไร้สายดีเอสอาร์ซี ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบดังกล่าวจะทำงานร่วมกับระบบสำรอง ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถจะอยู่ในระยะห่างที่ไม่ใกล้จนทำให้ชนกัน” สโตน กล่าว
สำหรับที่มาของระบบสี่แยกอัจฉริยะนี้ เกิดขึ้นจากความต้องการของ สโตน ที่จะเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า ในแต่ละวันประชากรจำนวน 3,500 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่ง 1 ใน 4 ของอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณสี่แยกเป็นหลัก และ 95% ของอุบัติเหตุมาจากความผิดพลาดโดยมนุษย์
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องน่าเศร้าตามท้องถนนทวีจำนวนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สโตน จึงเริ่มคิดถึงระบบสัญญาณไฟจราจรที่จะช่วยควบคุมการตัดสินใจที่ผิดพลาดของมนุษย์
สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือว่า ในเมื่ออีกหน่อยคนก็ไม่ต้องขับรถอยู่แล้ว ก็น่าจะมีสัญญาณไฟจราจรที่จะคุยกับรถโดยตรง เพื่อช่วยบอกให้รู้ว่าจะแล่นผ่านสี่แยกนี้ให้ปลอดภัยได้อย่างไร
นอกจากนี้ สโตน ยังได้มุ่งพัฒนาระบบจราจรดังกล่าวให้ล้ำหน้าไปถึงขั้นที่รถแต่ละคันไม่จำเป็นต้องทำให้รถหยุดวิ่งจนกว่าจะถึงจุดหมายที่วางไว้ หรือก็คือสามารถรับสัญญาณและคำนวณระยะห่างระหว่างรถจนรู้ชัดว่าควรจะลดเพิ่มความเร็วรถตรงไหน
แว่วว่า หากงานนี้สำเร็จจะช่วยให้ผู้ใช้ถนนทั่วโลกประหยัดทั้งเวลาและน้ำมันเลยทีเดียว







