posttoday

มหัศจรรย์แห่งนมโค

24 มีนาคม 2555

นมคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจกับสุขภาพ เพราะนมประกอบไปด้วยสารอาหาร

นมคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจกับสุขภาพ เพราะนมประกอบไปด้วยสารอาหาร

ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายนานัปการ แต่ในความเป็นจริงนมที่เราดื่มทุกวันนี้ จำนวนไม่น้อยไม่ใช่นมสดแท้ 100% แต่ทำมาจากนมผง ซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหารน้อยกว่านมสดหลายเท่า แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วนมโคสดมีคุณค่าทางอาหารอย่างไรบ้าง

แรกเริ่มเราขอพามาทำความรู้จักกับน้ำนมก่อน น้ำนมคือของเหลวสีขาวประกอบไปด้วยน้ำและสารอาหารทั้ง 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งน้ำนมถูกผลิตขึ้นจากต่อมน้ำนมในเต้านม พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมไปถึงมนุษย์ สารอาหารสำคัญในน้ำนมที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ แคลเซียม มีคุณประโยชน์ช่วยให้กระดูกเจริญเติบโตและมีมวลหนาแน่นขึ้น หากดื่มนมเป็นประจำตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ นอกจากจะช่วยเพิ่มส่วนสูงของร่างกายแล้ว ยังเป็นการสะสมแคลเซียมในกระดูก เมื่อเข้าสู่วัยชราจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุน และอีกหนึ่งสารอาหารสำคัญในน้ำนมนั่นก็คือ วิตามินหลากชนิด เช่น วิตามินเอ ช่วยในการทำงานของระบบสายตา วิตามินบี 1 ช่วยในการทำงานของหัวใจและระบบขับถ่าย วิตามินบี 2 ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและผิวหนัง และท้ายสุด วิตามินดี ช่วยป้องกันความผิดปกติของกล้ามเนื้อและลดไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้การนำนมโคสดไปแปรรูปเป็นโยเกิร์ต ยังเป็นการเพิ่มคุณประโยชน์ของนมอีกทางหนึ่ง เพราะโยเกิร์ตคือกระบวนการถนอมอาหารด้วยการหมักและเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลงไป เช่น โพรไบโอติก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อลำไส้ มีคุณสมบัติช่วยย่อยสลายอาหารและขับจุลินทรีย์ที่ให้โทษออกจากร่างกาย ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการปรับสมดุลลำไส้ ดังนั้นการรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยแก้ปัญหาอาการท้องผูกและอาการท้องเสียได้เป็นอย่างดี

มหัศจรรย์แห่งนมโค

 

ถึงตอนนี้เห็นแล้วว่านมมีคุณค่าและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายเพียงใด แต่รู้หรือไม่ว่าคนไทยยังดื่มนมในปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์เมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ยของคนทั้งโลก ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า คนไทยดื่มนมเพียง 14 ลิตรต่อคนต่อปี ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดื่มนมเฉลี่ยแล้ว 60 ลิตรต่อคนต่อปี ประเทศที่ครองแชมป์ดื่มนมมากที่สุดในโลก คือ คาซัคสถาน เฉลี่ยแล้วมากถึง 330 ลิตรต่อคนต่อปี รองลงมาคือ สหภาพยุโรป 300 ลิตรต่อคนต่อปี และสหรัฐอเมริกา 255 ลิตรต่อคนต่อปี แต่ใช่ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะนิยมดื่มนมเสียทีเดียว ตัวอย่างเช่นญี่ปุ่นดื่มนมเพียง 76 ลิตรต่อคนต่อปี และเกาหลีใต้ 57 ลิตรต่อคนต่อปี ทั้งนี้อัตราการดื่มนมไม่ได้กำหนดด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่ผูกติดกับวัฒนธรรมการกินแต่ละประเทศ แล้วคนทั้งโลกดื่มนมเฉลี่ยแล้วมีปริมาณเท่าไหร่ คำตอบก็คือ 103 ลิตรต่อคนต่อปี

ในปัจจุบันมีบางข้อมูลระบุว่า นมคืออาหารที่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคภูมิแพ้ ซึ่ง ผศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล นักวิชาการโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า นักธรรมชาติบำบัด นักแมคโครไบโอติกส์ และนักมังสวิรัติ คือผู้ที่จุดประเด็นเรื่องนมเป็นศัตรูต่อสุขภาพ แท้จริงแล้วนมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าให้โทษ ยกตัวอย่างจากงานวิจัยระบุว่า นมไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง ซ้ำยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้ไขมันบางชนิดในนมพร่องมันเนย ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนกรณีการ

มหัศจรรย์แห่งนมโค

แพ้นมโค สามารถแบ่งได้ 2 กรณี คือ การแพ้โปรตีนในนมโค ถือว่าเป็นโรคภูมิแพ้ แต่จะเกิดขึ้นเฉพาะในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 4 เดือนเท่านั้น และพบผู้ป่วยเพียงร้อยละ 1 ของประชากรทั้งประเทศ ประเภทต่อมาคือ แพ้น้ำตาลแล็กโทสในนมโค ไม่ถือเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ แต่เกิดจากการที่ร่างกายไม่มีน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทส ซึ่งวิธีการแก้คือ ค่อยๆ รับประทานนมจากปริมาณน้อยไปมาก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำย่อยดังกล่าว นอกจากนี้ ผศ.ดร.ประไพศรี ยังแนะนำว่าการดื่มนมในปริมาณที่เหมาะสม คือ เด็กควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว ส่วนผู้ใหญ่ดื่มนมวันละ 1 แก้ว สำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในหลอดเลือดสูงให้ดื่มนมพร่องมันเนย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องบริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปด้วย

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตน้ำนมดิบรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในอดีตที่ผ่านมาเกษตรโคนมมักจะประสบกับปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) คือผู้มีบทบาทสำคัญในการเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการวางยุทธศาสตร์ทั้ง 4 คือ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคนม การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำนม การส่งเสริมการบริโภคนมและพัฒนาผลิตภัณฑ์นม และการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรโคนมและผลิตภัณฑ์โคนม ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างของการนำยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาประยุกต์ คือ การสร้างตราผลิตภัณฑ์นมภายใต้ชื่อ  

มหัศจรรย์แห่งนมโค

“นมไทย–เดนมาร์ค” ประกอบไปด้วยนมยูเอชที นมพาสเจอไรซ์ นมเปรี้ยว โยเกิร์ตและไอศกรีมนมสด มีจุดเด่นคือผลิตจากนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ซึ่ง อ.ส.ค.เป็นผู้รับซื้อโดยตรงจากเกษตรและสหกรณ์โคนม นำมาผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย มีการควบคุมคุณภาพด้วยวิทยาศาสตร์อาหารทุกขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันโรงงานผลิตนมโคไทย–เดนมาร์ค ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก ISO 9001, HACCP, GMP, Health Work Place และ Halal จึงมั่นใจได้ว่าการดื่มนมโคไทย–เดนมาร์ค จะได้รับคุณประโยชน์จากนมโคสดแท้ 100% และที่สำคัญยังเป็นการสนับสนุนน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทยอีกด้วย

&<2288;

 

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ด่วน! ดีเซลพุ่งแรง ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท ทะลุ 50 บาท เริ่มพรุ่งนี้ทั่วประเทศ