posttoday
กระแสการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

กระแสการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

23 มีนาคม 2555

การใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmentalrelated Trade Measures) กำลังมีแนวโน้มมากขึ้น

โดย...ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

การใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmentalrelated Trade Measures) กำลังมีแนวโน้มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำหนดขึ้นโดยประเทศที่พัฒนาแล้ว ภาคธุรกิจเอกชนมีความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่มีเจตนาแอบแฝง เป็นข้อกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ออกมาอาจจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ (หนึ่ง) มาตรการแบบสมัครใจ (กึ่งบังคับ) เช่น มาตรการด้านฉลากสิ่งแวดล้อม ฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ นโยบายของห้างค้าปลีกในอังกฤษที่ตั้งเป้าหมายใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ลดการนำเข้าสินค้าอาหารที่ขนส่งทางอากาศ เป็นต้น และ (สอง) มาตรการแบบบังคับ เช่น การเก็บภาษีคาร์บอนจากภาคการบินของสหภาพยุโรป การเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้าที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสูงของออสเตรเลีย มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (Border Carbon Adjustment : BCA) กับสินค้านำเข้าจากประเทศที่ไม่มีมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดอยู่ในร่างกฎหมายพลังงานสะอาดและความมั่นคงด้านพลังงานของสหรัฐ แต่กฎหมายยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา)

อันที่จริง มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแบบเข้มงวด เช่น การห้ามค้าขาย การลงโทษโดยใช้มาตรการด้านการค้า มีกำหนดอยู่ในความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาไซเตส (การค้าพืชหรือสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์) อนุสัญญาบาเซล (ของเสียอันตรายข้ามพรมแดน) พิธีสารมอนทรีออล (สารเคมีที่มีผลต่อโอโซน) แต่หลังการจัดตั้งองค์การการค้าโลกในปี ค.ศ. 1995 การใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มลดลง จำกัดการใช้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งกับข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก และกลายเป็นข้อพิพาททางการค้า แต่ก็ยังเกิดข้อพิพาทด้านการค้าและสิ่งแวดล้อมขึ้นในหลายกรณี เช่น กรณีกุ้ง-เต่า กรณีทูน่า-โลมา กรณี GMOs เป็นต้น

กระแสการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

แรงผลักดันการใช้มาตรการด้านการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอาจมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น การผลักดันของผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ความพยายามแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของรัฐ การปฏิบัติตามพันธกรณีในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล (เช่น พันธกรณีการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่พัฒนาแล้ว) การรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของภาคธุรกิจเอกชน ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะจำแนกและชี้ชัดได้ว่ามีเหตุผลแท้จริงอย่างไร และในบางกรณีอาจมาจากหลายเหตุผลร่วมกัน

สำหรับผู้ที่มีจุดยืนสนับสนุนส่งเสริมการค้าเสรี มักจะมองว่าการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นข้อกีดกันทางการค้า มีเจตนาแอบแฝงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของตน โดยอ้างเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมมาบังหน้า มุมมองดังกล่าวอาจถูกต้องในบางกรณี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นกับดักทางความคิด คำว่า “ข้อกีดกันทางการค้า” ก็เป็นคำเรียกในความหมายเชิงลบ โดยยึดถือเรื่องเป้าหมายการค้าเสรีเป็นตัวตั้ง ทำให้มองข้ามปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่จริงในการผลิตและการค้า ไม่พยายามสำรวจตรวจสอบและหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แม้จะมีฐานคิดที่สนับสนุนการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนในทุกกรณี มีข้อวิจารณ์ตรวจสอบการใช้มาตรการดังกล่าวทั้งในแง่ประสิทธิผลต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง “ความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในขณะนี้ ข้อคำถามในประเด็นความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ใครควรเป็นผู้แบกรับต้นทุนที่เกิดขึ้น ควรนำเงินรายได้จากการเก็บภาษีคาร์บอนไปใช้อย่างไร เป็นต้น

กระแสการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

ทางเลือกในการตอบสนองและรับมือต่อการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมีได้หลากหลายแนวทาง โดยในบางกรณีอาจเลือกทำทุกแนวทางไปพร้อมกัน

(1) การคัดค้าน (Objection) หากเห็นว่ามาตรการที่ออกมาขาดเหตุผล ข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอ ไม่มีประสิทธิผลต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

(2) การเจรจาต่อรอง (Negotiation) เพื่อให้เนื้อหาสาระของมาตรการที่กำหนดขึ้นมีความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิผลต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

(3) การปรับตัว (Adaptation) เพื่อการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม การได้ประโยชน์ร่วมจากการดำเนินงาน (เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียด้านพลังงานในกระบวนการผลิตสินค้า) การรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและรักษาตลาด

(4) การใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมในเชิงรุก (Reregulation) จะสังเกตได้ว่าทางเลือกในการตอบสนอง 3 แนวทางข้างต้นเป็นลักษณะเชิงตั้งรับ ประเทศอื่นเป็นผู้กำหนดมาตรการให้เราปฏิบัติตาม ทางเลือกในข้อนี้ คือ ประเทศไทยควรเป็นผู้กำหนดใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมในเชิงรุก โดยในบางกรณีอาจผลักดันทำในระดับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลกด้านต่างๆ ที่กำลังรุนแรงขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญให้มีการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมออกมามากขึ้น ทัศนคติที่มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียง “ข้อกีดกันทางการค้า” ไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และไม่เพียงพอต่อการตอบสนองและรับมือกับเงื่อนไขแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกระดับ

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท