
ดำริการสร้างพระเจดีย์ เขาขุนน้ำคีรีวงลานสกา จ.นครศรีฯ (ตอน ๓)
เมื่อดำริจะสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าวขึ้น จึงได้มีการสร้างกุฏิถวายพร้อมศาลาและห้องน้ำ พอใช้สอยในรูปแบบของเสนาสนะป่า
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เมื่อดำริจะสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าวขึ้น จึงได้มีการสร้างกุฏิถวายพร้อมศาลาและห้องน้ำ พอใช้สอยในรูปแบบของเสนาสนะป่า ต่อมาประมาณปี ๒๕๕๑ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นอุปนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของรัฐสภา ได้เดินทางมาราชการที่นครศรีธรรมราช และมากราบเยี่ยมพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เสนาสนะป่า บนภูเขาหลวง ตรงต้นน้ำ เหนือหมู่บ้านคีรีวงดังกล่าวนี้ อันเป็นความสืบเนื่องด้วยความศรัทธาต่อพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เป็นองค์ธรรมบรรยายให้กับกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปี มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย โดยเฉพาะผู้ป่วยจากโรคร้าย (มะเร็ง) ที่อาศัยวิธีธรรมะบำบัด เพื่อการขจัดทุกข์โรคภัย
จากความสืบเนื่องในความศรัทธาดังกล่าว จึงนำมาสู่การถวายพระพุทธรูปหน้าตักกว้างประมาณ ๖๐ นิ้ว อันเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สวยงาม น่าศรัทธายิ่ง ซึ่งมีผู้ศรัทธาได้มอบถวายไว้กับพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย โดยการประสานงานของ นพ.จักรธรรม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยจึงได้มอบถวายพระพุทธรูปดังกล่าว เพื่อประดิษฐานอยู่บนเสนาสนะป่า ต้นน้ำเขา
หลวงแห่งนี้ เพื่อเป็นมงคลธรรมของแผ่นดินดังกล่าว โดยเฉพาะที่เป็นแผ่นดินรองรับพระพุทธศาสนาสืบเนื่องแก่สุวรรณภูมิมาโดยตลอด ได้แก่ นครศรีธรรมราช โดยกระทรวงสาธารณสุขและคณะศรัทธาสาธุชนได้กระทำพิธีเฉลิมฉลองสมโภชพระพุทธรูปดังกล่าว ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และอัญเชิญเข้าสู่เทือกเขาหลวง (ภูเขาบรรทัด) หมู่บ้านคีรีวง เมื่อวันที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๕๒ โดยมี วิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ในขณะนั้น มาเป็นประธานในพิธี และมีหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีคณะประชาชนมากมายมาร่วมกันอัญเชิญพระพุทธรูปดังกล่าวขึ้นบนภูเขา ซึ่งมีความอัศจรรย์อย่างยิ่งกับพลังศรัทธาที่สามารถเคลื่อนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นไปอยู่บนภูเขา และประดิษฐานบนแท่นได้อย่างสมบูรณ์ ให้เป็นที่สักการบูชาของประชาชนสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ที่คณะศรัทธาถวายนามเรียกขานบูชาว่า “หลวงพ่อต้นน้ำ”
สืบเนื่องจนถึงปัจจุบันปี ๒๕๕๕ พระสงฆ์ในสายปฏิบัติของวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยที่เป็นศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส ได้เดินทางมาพำนักปฏิบัติธรรมและจำพรรษาอย่างสืบเนื่อง ถือข้อวัตรแบบในสายพระป่าอรัญวาสี ฉันมื้อเดียว ฉันในบาตร ฉันที่นั่งเดียว อาศัยเสนาสนะป่าอยู่เพื่อการเจริญภาวนา (เป็นข้อธุดงควัตรของพระอรัญวาสี) จนเป็นที่ศรัทธาของศาสนิกชนในหมู่บ้านคีรีวง
เพื่อเป็นการฉลองสัมพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี และเพื่อเป็นการสร้างเจติยะ (พระเจดีย์) เพื่อเป็นพุทธานุสรณ์แห่งพระพุทธศาสนา ด้วยแผ่นดินมณฑลนครศรีธรรมราช เป็นดุจต้นกำเนิดของพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิแห่งนี้ ที่เป็นรากฐานของศาสนาพุทธเถรวาทลังกาวงศ์ ซึ่งต่อมาได้เจริญในอาณาจักรสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง อันให้สืบเนื่องพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส จึงได้ดำริให้มีการก่อสร้างองค์พระเจดีย์ขึ้น ณ ต้นน้ำริมธารบนภูเขาหลวง ด้านหน้าเสนาสนะป่าสวนธรรมเขาขุนน้ำรามนคร โดยพระเจดีย์ดังกล่าวนั้นจะใช้หินใช้ทรายในลำธารบนภูเขาก่อรูปขึ้นมาเป็นองค์พระเจดีย์ และมีพระสงฆ์กับคณะศรัทธาในหมู่บ้านร่วมกันขนทราย ขนหิน มาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ ใช้กำลังจากความศรัทธาช่วยกันก่อหินกับทรายดังกล่าวขึ้นเป็นรูปร่างองค์พระเจดีย์ กำกับดูแลโดยหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโสทุกขั้นตอน
ภายในรากฐานบรรจุองค์พระที่สำคัญที่ศักดิ์สิทธิ์ไว้ เพื่อการบูชาสักการะ และค่อยๆ สร้างก่อรูปองค์แห่งพระเจดีย์แต่ละส่วน ตอนกลางมีพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากนาลันทา ประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ และมีพระเจดีย์จำลององค์เล็กจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้บรรจุพระพุทธรูปองค์เล็กที่ศักดิ์สิทธิ์ และเกศาธาตุของพระอาจารย์อารยะวังโส ซึ่งปลงเกศาที่ต้นน้ำเมื่อวันที่ ๕ มี.ค. ๒๕๕๕
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







