
วงแหวนแสนอร่อย เบเกิล
เรื่อง เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ โอ บอง แปง
เพราะวิถีชีวิตซึ่งเปลี่ยนแปลงไป ทำให้หนุ่มสาวคนเมืองที่เร่งรีบฝากท้อง (อันหิวโหย) ไว้กับอาหารง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้เวลามากมายในการปรุง แต่ก็ควรมีคุณค่าทางอาหาร (อยู่บ้าง)
นั่นจึงทำให้หลายคนชื่นชอบขนมปัง ค่าที่อาหารชนิดนี้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์อันเร่งด่วนของเราได้ และหนึ่งในขวัญใจของคนรักขนมปังก็หนีไม่พ้น
“เบเกิล”ขนมปังประเภทหนึ่ง มีรูปร่างเหมือนวงแหวน ขนาดเท่าฝ่ามือที่เรียกว่า เบเกิล นั้นมีเอกลักษณ์ความอร่อยเฉพาะตัว ด้วยมาจากแป้งที่ปั้นแล้วนำไปต้ม จากนั้นจึงอบ ทำให้ได้ขนมปังผิวสีน้ำตาล เนื้อแน่น เคี้ยวสนุก กรอบนอก เหนียวนุ่มด้านใน เบเกิลเพิ่มรสชาติด้วยเมล็ดธัญพืช อย่าง ป๊อปปี้ งา ฯลฯ หรือผลไม้แห้งอย่างบลูเบอร์รี ฯลฯ รวมไปถึงลูกเกดและชีส
*ก่อนจะเป็นวงแหวนสีน้ำตาล
จากประวัติศาสตร์ที่สามารถสืบค้นได้ เบเกิล เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16 แต่ความเป็นมานั้นมีหลายตำรา บ้างก็ว่าเกิดในประเทศโปแลนด์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับสตรีมีครรภ์ บ้างก็ว่าเกิดที่เวียนนา เพื่อฉลองชัยชนะที่กษัตริย์ออสเตรียนำพากองทัพไปรบชนะตุรกี จึงทำขนมปังรูปโกลนอันเป็นสัญลักษณ์ของกีฬาขี่ม้าที่กษัตริย์โปรดปราน และเรียกว่า บูเกิล
กาลต่อๆ มาขนมปังรูปโกลนก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นก้อนกลมที่มีรูตรงกลาง และถูกเรียกว่า เบเกิล การมีอยู่ของเบเกิลแบบที่เห็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 100 ปีแล้ว รูนี้ในอดีตก็มีประโยชน์ด้วย สามารถนำขนมปังมาร้อยกับเชือกเข้าด้วยกันเป็นพวง เพื่อความสะดวกในการพกพาโยกย้าย โดยเฉพาะกับคนขายขนมปัง
เบเกิลเป็นขนมปังที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมทั้งที่อังกฤษ โดยเฉพาะเมืองที่มีชาวยิวอาศัยอยู่มาก ชาวยิวมักรับประทานเบเกิลกับครีมชีสและล็อกซ์ (แซลมอนรมควัน)
ตามความเชื่อของยิวคือ วันเสาร์เป็นวันที่ 7 ของสัปดาห์ เป็นวันซึ่งพระเจ้าทรงพักหลังจากการสร้างโลก วันนี้เป็นวันบริสุทธิ์ห้ามทำกิจกรรมใดๆ รวมทั้งการปรุงอาหาร และเมื่อถึงค่ำวันเสาร์ ชาวยิวก็มักจะทำเบเกิลซึ่งเป็นขนมปังที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วมารับประทานกัน
ปัจจุบันสูตรการทำเบเกิลนั้นก็มีหลากหลายหน้าตารสชาติจึงแตกต่างกันออกไป
*หลากวิธีอร่อยกับเบเกิล
วันนี้เบเกิลเป็นขนมปังรูปร่างคล้ายวงแหวนหรือโดนัตนี้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และกลายเป็นอาหารเช้าแสนยวนใจของหลายๆ คน
การซื้อเบเกิล กลับไปรับประทานที่บ้าน ผู้สันทัดกรณีแนะว่า ควรจะเก็บไว้ในถุงพลาสติกและปิดถุงให้สนิท จากนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง ซึ่งจะทำให้ขนมปังชนิดนี้มีชีวิตอยู่ได้นาน 2 สัปดาห์ ถ้าจะรับประทานก็เพียงแค่นำออกมาผ่าครึ่งตามขวางแล้วอุ่นในเตาอบ
หนึ่งในผู้ที่นำเบเกิลมาให้คนไทยรู้จักอย่างกว้างขวางคือ โอ บอง แปง แนะนำว่า วิธีอร่อยกับขนมปังชนิดนี้นั้นไม่ยากเลย เราสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องปิ้งหรืออบ แต่ถ้าใครอยากปิ้งหรืออบเพื่อเพิ่มความอร่อยก็ไม่ว่ากัน บางคนรับประทานเบเกิลเปล่าๆ หรือจะทาครีมชีส เนย หรือแยม ได้ตามชอบใจ
*เมนูฟิงเกอร์ฟู้ดจากเบเกิล
อีกหนึ่งวิธีรับประทาน เบเกิล ที่หลายคนชอบใจคือ การนำไปทำแซนด์วิช ซึ่งก็กลายเป็นอาหารกลางวันหรืออาหารว่างได้อีกหนึ่งอย่าง
ในวาระที่ โอ บอง แปง เปิดตัว 4 รสชาติใหม่คือ ไวลด์บลูเบอร์รี ช็อกโกแลต โอลีฟออริกาโน และแอปเปิลครัมเบิล (ส่วนรสธรรมดา ชีส งา เมล็ดป๊อปปี้ ซินนามอนลูกเกด ดับเบิลเชดดาชีสและฮาลาปิโน โฮลวีตและหัวหอม ก็ยังมีให้เลือกอยู่เหมือนเดิม) จึงได้เชิญ คุณขาบสุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดัง มาทำแซนด์วิชจากเบเกิล ให้เราได้ไอเดียกลับไปทำที่บ้าน
คุณขาบได้ทำเมนูฟิงเกอร์ ฟู้ด ง่ายๆ ตกแต่งสวยงาม น่ารับประทาน และได้คุณค่าทางอาหารจากเบเกิล (ที่ไร้ไขมันทรานส์) เริ่มต้นกันเลย
เมนูที่ 1
แซนด์วิชเนื้อ ซอสมะเขือเทศและไวน์แดง และโอลีฟออริกาโน เบเกิล
ส่วนประกอบ
1.เบเกิลโอลีฟ ออริกาโน 1 ชิ้น
2.เนื้อย่าง 4 ชิ้น
3.เชดดาชีส 1 แผ่น
4.ซอสมะเขือเทศ ไวน์แดง (สูตรของโอบองแปง) 1/2 ช้อนโต๊ะ
5.หอมแดง 4 วง
6.ผักคอส 1 ใบ
วิธีทำ
1.ผ่าเบเกิลโอลีฟออริกาโน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน นำใส่เตาปิ้งขนมปัง ปิ้งให้เป็นสีน้ำตาลทอง
2.นำเนื้อย่างวางบนเบเกิลฝาล่างตามด้วยเชดดาชีส แล้ววางบนเนื้อ
3.ราดด้วยซอสมะเขือเทศ ไวน์แดงราด เกลี่ยซอสให้ทั่ว แล้ววางตามด้วยหอมแดง
4.วางผักคอสที่ฝาบน แล้วนำมาประกบฝาล่าง
เมนูที่ 2
แซนด์วิชทูน่า ซอสสวีตชิลลี และเซซามี เบเกิล
ส่วนประกอบ
1.เซซามี เบเกิล 1 ชิ้น
2.ทูน่า 4 ช้อนโต๊ะ
3.ซอสสวีตชิลลี (สูตรของโอบองแปง) 1 ช้อนโต๊ะ
4.แตงกวาญี่ปุ่น 5 ชิ้น
5.ผักคอส
วิธีทำ
1.ผ่าขนมปังเซซามี เบเกิล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน นำใส่เตาปิ้งขนมปัง ปิ้งให้เป็นสีน้ำตาลทอง
2.วางผักคอสที่ฝาล่าง
3.ตักทูน่าวางบนผักคอสเกลี่ยให้ทั่ว
4.ทาซอสสวีตชิลลี ราดบนทูน่า
5.วางเรียงแตงกวาญี่ปุ่นบนซอส และนำฝาเบเกิลมาประกบ
*************************
เท่านี้ก็ได้อาหารกลางวันหรืออาหารว่างไว้รับประทานกันง่ายๆ รวดเร็ว สวยงาม อร่อย แถมยังได้ภูมิอกภูมิใจว่า ฉันก็ทำอาหารเป็นนะ!!!
คุณขาบ ยังแนะอีกว่า สูตรการทำแซนด์วิชจากเบเกิลนั้นสามารถดัดแปลงทำได้หลากหลายตามใจชอบ ด้วยการเปลี่ยนส่วนผสมอย่างเนื้อหรือผักรวมทั้งซอสที่นำมาทา คนที่ชอบรสชาติแบบญี่ปุ่นอาจจะนำวาซาบิมาทาที่ตัวขนมปังก่อนประกบด้วยไส้อื่นๆ ก็ยังได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้แซนด์วิชมีรสชาติที่แตกต่างกันไปคือ รสชาติของเบเกิลที่เลือก
ถึงอย่างนั้นก็คงจะมีอีกหลายคนที่ไม่เคยเชื่อมั่นในรสฝีมือตัวเอง แม้จะเป็นการทำอาหารง่ายๆ ก็เถอะ ในขณะที่หลายคนก็เร่งรีบ (เกินไป) จนไม่มีเวลาแม้เพียง 5 นาทีสำหรับเข้าครัว ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ ไปเมียงมองหาเบเกิล ที่หอมหวนกรุ่นร้อนจากเตาที่ร้านอาหารกันเถอะ @







