
แพร วัชราภัย สาวรสหวานแต่ไม่เลี่ยน
ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิต สำหรับสาวแพร วัชราภัย ลูกสาวคนสวยวัย 28 ปี ของ วีรวุฒิ วัชราภัย
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิต สำหรับสาวแพร วัชราภัย ลูกสาวคนสวยวัย 28 ปี ของ วีรวุฒิ วัชราภัย เจ้าของธุรกิจส่งออกอาหารสำเร็จรูป “ไทยช้อยส์” หลังจากโบกมือลาให้กับเอเจนซีชื่อดัง มาสู่บ้านหลังใหม่ รั้งตำแหน่งแบรนด์แมนเนเจอร์ของยูนิลีเวอร์ ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหมด ซึ่งตรงกับความชอบส่วนตัวของแพรที่เป็นคนรักสวยรักงาม และสนใจเรื่องความสวยความงามเอามากๆ
แพรเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจเบนเข็มเส้นทางชีวิตมาสู่สาวมาร์เกตติงแบบเต็มตัวว่า หลังจากทำงานด้านโฆษณาที่ตัวเองใฝ่ฝันได้ 5 ปี ได้เรียนรู้ประสบการณ์หลายอย่าง ก็มาถึงจุดที่อยากจะไปลองทำอะไรใหม่ๆ ดู ด้วยการลองขยายกรอบงานที่ตัวเองทำอยู่จากที่เน้นด้านโฆษณา ด้านการสื่อสารกับลูกค้า มาเป็นด้านการตลาดที่ไม่เพียงจะครอบคลุมเฉพาะในส่วนการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แต่ต้องลงลึกไปถึงกระบวนการจัดส่งสินค้า บรรจุภัณฑ์ การขายด้วย เป็นต้น
สำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้สาวหน้าหวานหันมาสนใจงานด้านโฆษณานั้น ไม่ต่างจากเด็กสาวทั่วไป ที่หาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เพียงแต่ไอดอลที่จุดประกายเส้นทางฝันให้กับสาวแพรในวัย 15 ปี ไม่ใช่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือไอดอลในสังคม หากแต่เป็นคาแรกเตอร์หนุ่มนักโฆษณามาดเท่ ซึ่งรับบทโดย จอนนี่ แอนโฟเน ในละครเรื่องสายรุ้ง ซึ่งสาวแพรได้มีโอกาสดูตอนไปเรียนที่อังกฤษ โดยจากจุดนี้เองทำให้สาวแพรซึ่งปิ้งในอาชีพการงานของพระเอก ตัดสินใจจะสานฝันต่อเพื่อเป็น “นักโฆษณา” ให้ได้ และในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ
ด้านความฝันในอนาคต แพรบอกว่า สักวันหนึ่งเธออาจจะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน แต่ ณ บัดนาวยังขอหาประสบการณ์จากสิ่งที่เจ้าตัวชอบ ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงามไปก่อน เพราะไม่ค่อยจะอินกับเรื่องอาหารซึ่งเป็นธุรกิจหลักของครอบครัว หรือไม่เช่นนั้นสาวแพรก็วาดฝันแบบอลังการว่า อยากจะเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจความงามแบบครบวงจร คือ มีทั้งนวดตัว ทำสปา ดูแลผม จำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหมด เรียกว่ามาที่เดียวครบ
นอกจากด้านความสวยความงามที่สาวแพรชื่นชอบเป็นพิเศษแล้ว เรื่องของแฟชั่นก็เป็นอีกหนึ่งมุมที่สาวหวานไม่ควรมองข้าม และคอยอัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพียงแต่ไม่ได้วิ่งตามกระแสไปเสียหมด แต่จะเลือกรับเฉพาะเทรนด์ที่เข้ากับตัวเองได้
“แพรมีมุมมองด้านแฟชั่นเป็นตัวเองพอสมควร ดังนั้นแพรจะไม่ตามเทรนด์ที่มาไปซะหมด อย่างตุ้มหูใหญ่ๆ ขนนกมา แพรก็ว่าสวยดี แต่มันไม่ค่อยเข้ากับแพร แพรก็ไม่ใส่ โดยส่วนตัวแพรชอบแต่งตัวแนวคลาสสิก เน้นแบบที่เรียบๆ ไม่ดูหวานเลี่ยนหรือผู้หญิ้งผู้หญิง และด้วยความที่ใครชอบบอกว่าแพรหน้าหวาน แพรก็เลยต้องพยายามเบรกความหวานนั้นด้วยการเลือกเสื้อผ้าสีจัดๆ เช่น สีแดง สีส้ม สีแสด ซึ่งเป็นสีที่แพรชอบมากอยู่แล้ว”
สำหรับเคล็ดลับในการมิกซ์แอนด์แมตช์สีสันจัดจ้านให้ดูลงตัวในชุดเดียว สาวแพรบอกว่า สามารถจับคู่สีต่างๆ มาแมตช์กันได้อย่างไม่จำกัด โดยส่วนตัวเธอมักจะนึกถึงการจับคู่สีตอนสมัยเด็กๆ ว่าเราจับคู่สีอะไรกับอะไร ซึ่งเมื่อเราแมตช์คู่สีแรงๆ เข้าด้วยกันแล้ว สาวแพรจะเลือกตัดความจัดจ้านของสีด้วยการหาแอกเซสซอรี กระเป๋า หรือรองเท้า สีครีม หรือสีดำ มาช่วยลดความแรงของชุด ให้ดูกลมกลืนมากขึ้น
ก่อนจากกันวันนี้ สาวแพรยังให้นิยามความงามเก๋ แต่ชวนคิดฝากไปถึงสาวๆ ว่า จริงๆ แล้วผู้หญิงที่จะได้ชื่อว่าเป็นคนสวยหรือไม่นั้น ในความคิดของสาวแพรอาจไม่ได้อยู่ที่หน้าตาสวยเด้ง จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปเท่านั้น หากแต่บางคนแค่มีผิวสวยใสก็ชนะเลิศแล้ว เพียงแต่คำว่ามีผิวสวย สุขภาพดีนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีผิวขาวโอโม่เท่านั้น แต่หมายถึงสาวๆ ที่มีผิวละเอียด ไร้ริ้วรอย กระจ่างใส







