
มิราเคิล ไทยแลนด์ เยียร์ มหัศจรรย์-แหล่งท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กฤษ์ตีฆ้องงานปีมหัศจรรย์เมืองไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กฤษ์ตีฆ้องงานปีมหัศจรรย์เมืองไทย หรือ มิราเคิล ไทยแลนด์ เยียร์ ตามนโยบายของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งเป้าให้ภาคการท่องเที่ยวปั๊มรายได้ให้กับประเทศไทยจำนวน 2.2 ล้านล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า
หลังแคมเปญดังกล่าวเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแต่ต้องสะดุด เนื่องจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อสภาวะความตึงเครียดและฝันร้ายต่างๆ ได้ผ่านพ้นไป ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ททท.ได้เตรียมจัดงานใหญ่ “มิราเคิล เยียร์ ออฟ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์” ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-1 เม.ย.นี้ บริเวณอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เล่าว่า ททท.ใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท จัดงานเปิดตัวโครงการมิราเคิล เยียร์ ออฟ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เพื่อปลุกกระแสให้คนไทยรักที่จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น มีความภูมิใจในสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย รวมถึงมีความรักชาติรักประเทศไทยมากขึ้น เพราะรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้จะมีความแตกต่างด้านการนำเสนอ ซึ่งเชื่อว่าเป็นมุมมองที่คนไทยคาดไม่ถึงว่าสยามเมืองยิ้มจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ รอการเดินทางไปค้นหา ผ่านการนำเสนอแบบ 3 มิติ
ทั้งนี้ ในวันเปิดงานวันที่ 29 มี.ค. ยิ่งลักษณ์จะเป็นประธานเปิดงานดังกล่าว เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ โดยบรรยากาศการจัดงานได้แบ่งพื้นที่นำเสนอสินค้าใน 7 โซน เช่น มหัศจรรย์ใต้ฟ้าพระบารมี แบ่งเป็น 3 นิทรรศการใหญ่ ได้แก่ 1.การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2554 โดยรวบรวมโครงการหลวงที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย
2.การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2555 โดยนำโครงการศิลปาชีพ ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน และ 3.การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระชนมายุ 60 พรรษา ปี 2555 ได้นำพระราชกรณียกิจต่างๆ เช่น การเป็นเจ้าฟ้านักบินมาแสดง
นอกจากนี้ ในโซนอื่นๆ อย่างมหัศจรรย์วิถีไทย ได้จำลองตลาดน้ำ ตลาดโบราณ ตลาดดอกไม้ ให้คนไทยได้เห็นถึงทุกมุมทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของสถานที่นั้นๆ เป็นต้น
“ภายในงานจะเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ พร้อมปลุกกระแสให้คนไทยรักชาติ เห็นถึงความมหัศจรรย์ที่เมืองไทยมีทั้งธรรมชาติ หาดทรายชายทะเล ศาสตร์และศิลปะด้านต่างๆ มาสาธิตให้คนไทยได้ชมทุกมุมมองด้วย” ประกิตติ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 2 แสนคน และเกิดการต่อยอดเส้นทางแพ็กเกจทัวร์ภายหลังการจัดงาน โดย ททท.เตรียมร่วมมือกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว จัดแพ็กเกจทัวร์ เส้นทางมหัศจรรย์ด้วย เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา สามารถจัดแพ็กเกจทัวร์ตั้งแต่การเริ่มงานแกะสลัก จนกระทั่งวันแห่เทียนจริง
ประกิตติ์ กล่าวว่า ด้านตลาดต่างประเทศเตรียมใช้งบประมาณจำนวน 120 ล้านบาท โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่าน 3 ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องสั้น ได้แก่ 1.ชุดธรรมชาติหาดทราย ชายทะเลสวยงาม สะท้อนการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความชื่นชอบด้านหาดทรายสวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก 2.ชุดความเป็นไทย การถ่ายทำพระบรมมหาราชวังใหม่อีกครั้งในรอบ 40 ปี โดยนำภาพที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาดำเนินการ และ 3.ชุดสินค้าอาหารและแหล่งช็อปปิ้ง โดย ททท.เตรียมโฆษณาผ่านสถานีโทรทัศน์บีบีซี และแมกกาซีนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. ไปจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ การโหมกิจกรรมตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยในครั้งนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาไทยในปีนี้กว่า 21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10%
การคัดสรรแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ มานำเสนอในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยเปิดมุมมองให้คนไทยมองเห็นคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ และสร้างค่านิยมใหม่ให้คนไทยรักที่จะเดินทางในประเทศมากกว่าถวิลหาแพ็กเกจทัวร์เส้นทางต่างประเทศไม่มากก็น้อย ขณะที่ชาวต่างชาติจะหลงเสน่ห์ความมหัศจรรย์ไทยแลนด์ยิ่งขึ้นด้วย







