posttoday
เรียนรู้มุมมองและการทำงานสไตส์บริการญี่ปุ่น

เรียนรู้มุมมองและการทำงานสไตส์บริการญี่ปุ่น

19 มีนาคม 2555

โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

เรียนรู้มุมมองและการทำงานสไตล์ผู้บริหารญี่ปุ่น

“งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 10” ปีนี้ โปรแกรมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 มี.ค.–วันอาทิตย์ที่ 8 เม.ย. 2555 (11 วัน) สถานที่เดิมไม่เปลี่ยน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และคงไม่เปลี่ยนกับภายใต้แนวคิดมุ่งมั่น “Read for Life การอ่านคือการพัฒนาชีวิต”

สำหรับหนังสือเกี่ยวกับเรื่องงานที่น่าอ่านอีกเล่มของสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ “การบริหารสไตล์ญี่ปุ่น” ซึ่งบอกเคล็ดลับการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นให้มีความสุขและก้าวหน้าได้อย่างไร โดยอดีตผู้บริหารโตโยต้า เอกเซ็กคิวทีฟ ไวซ์ เพรสซิเดนต์ “อิมาอิ ฮิโรชิ” ที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2503 จึงมีประสบการณ์ทำงานกับคนไทยมาอย่างยาวนาน

การบริหารสไตล์ญี่ปุ่นเล่มนี้ “อิมาอิ ฮิโรชิ” เปิดเผยกลเม็ดเคล็ดลับการทำงานในญี่ปุ่นไว้อย่างละเอียดทุกแง่มุม

ใจจริงของคนไทย

“ทำงานอย่างสนุกสนาน เหมือนทำกิจกรรมในโอกาสพิเศษ” คือ มุมมองของ อิมาอิ ฮิโรชิ สังเกตนิสัยในการทำงานของคนไทย โดยปกติแล้วผู้ร่วมงานชาวไทยจะไม่ค่อยพูดและขี้เกรงใจ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวญี่ปุ่น ทำให้ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเข้าใจผิดว่าคนไทยไม่มีความสามารถในการวางแผนงานและปฏิบัติงานตามแผนที่บริษัทต้องการ ความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจมาจากคำบอกเล่าของผู้คนที่อยู่รอบๆ หรือเผอิญคนไทยไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วยตอนลงมือทำตามแผนงาน แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ผมคิดว่าผู้บริหารชาวญี่ปุ่นประเมินผู้บริหารคนไทยต่ำเกินไปมากกว่า

มีงานวิจัย 2 งานในมุมมองที่ต่างกัน มุมมองหนึ่งมองจากคนญี่ปุ่นมองคนไทยว่าไม่มีการวางแผน ไม่รักษากฎ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ร่าเริง ใจดี มองโลกในแง่ดี

เรียนรู้มุมมองและการทำงานสไตส์บริการญี่ปุ่น

 

อีกมุมมองหนึ่ง คนไทยจะชอบมองคนญี่ปุ่นว่าเข้มงวดในเรื่องเวลา มุ่งมั่นทำงาน หน้าตาไม่มีรอยยิ้ม ชอบทำงานเป็นกลุ่ม ถ้าจะให้ได้ผลดีต่อการวางแผนการดำเนินงานของบริษัท ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นน่าจะลองนำแนวทางการทำงานที่แตกต่างกันไปคุยกับคนญี่ปุ่นดูบ้าง เผื่อจะได้เข้าใจคนไทยได้ดีขึ้น

ฮิโรชิ มองถึงใจจริงของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศ หรือการเจรจาธุรกิจของแต่ละฝ่ายในบริษัทก็มักจะมีความขัดแย้งทางความรู้สึก ทั้งที่แสดงออกมาและเก็บไว้ภายใน กรณีหลังน่าจะเป็นกรณีที่ต้องให้ความสำคัญมาก สังคมไทยเป็นสังคมแห่งชนชั้นมาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงมีความเกรงใจต่อผู้อื่นอย่างมาก การทลายกำแพงสูงที่ตั้งอยู่หน้าระหว่างกันนี้ได้ ใช่ว่าจะต้องถึงกับล้มล้างวัฒนธรรมคนไทยที่มีมานานออกไป แต่คนไทยเองจะต้องตระหนักในภาระหน้าที่และมีความกระตือรือร้นที่จะพูดคุยปรึกษาหารือกันมากขึ้นอีกสักหน่อย แสดงความในใจออกมาให้คนญี่ปุ่นได้รู้บ้าง เผื่อจะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจเมืองไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

ความรู้สึกภักดีของคนไทย

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความรู้สึกต่อต้นสังกัดสูงมาก ทำให้บริษัทดำเนินการไปได้อย่างดี ส่วนคนไทยมีภาพที่ต่างจากคนญี่ปุ่น ความรู้สึกที่มีต่อบริษัทที่ตนสังกัด ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง และความเคารพผู้อาวุโสทำให้เกิดความไว้วางใจกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ดังนั้นผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจึงควรใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ด้วย การสร้างความไว้วางใจระหว่างพนักงานชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ตลอดจนการแสดงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทของพนักงานชาวไทย เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับความรุ่งเรืองของบริษัท

“ความคิดของคนไทยที่ไม่แสดงออก” คือ การตั้งข้อสังเกตอีกข้อของอดีตผู้บริหารโตโยต้ารายนี้ ฮิโรชิ บอกว่า สำหรับคนไทยที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นนั้น คนญี่ปุ่นมักจะคิดว่า “คนไทยไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนคิดอะไรอยู่” การที่พนักงานคนไทยไม่ชอบพูดแสดงความคิดเห็น อาจจะเป็นเพราะคิดว่าถ้าพูดออกไปแล้วอาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้นจึงคิดว่าไม่พูดเสียดีกว่า แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วพวกเขาอยากทราบความคิดของพนักงานคนไทยที่มีต่อบริษัท คนไทยที่ทำงานกับญี่ปุ่นควรจะแสดงความคิดในการทำงานของเขาให้คนญี่ปุ่นทราบ และจะต้องรับฟังคำแนะนำจากคนญี่ปุ่นในบางครั้งตามวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น

บริษัทญี่ปุ่นในเมืองไทยนำ 3 คำนี้มาใช้ในการทำงาน “โฮ-เร็น-โซ” ความหมายของ โฮเร็นโซ คือ รายงาน (โฮ)-ประสานงาน (เร็น)-ปรึกษา (โซ) และผลสำเร็จในงานจะแตกต่างกันมากกับตอนที่ไม่ใช้ ถ้าเป็นการทำงานตามคำสั่งหัวหน้าอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นต้องใช้ โฮ-เร็น-โซ มากนัก แต่ถ้าเป็นงานที่หัวหน้าไม่ได้สั่ง แค่พนักงานร่วมมือกันทำ โฮ-เร็น-โซ ก็จะช่วยทำให้เกิดพลังอย่างมากที่จะทำให้งานนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนไทยนั้นเคยชินกับการทำงานแบบ Top–Down ตามแบบอเมริกา แต่ โฮ-เร็น-โซ เป็นการสื่อสารแนวราบ และ Bottom-Up เป็นการทำงานที่จะต้องประสานกับหน่วยงานอื่นๆ หากผู้บริหารหรือพนักงานคนไทยไม่เรียนรู้เข้าใจก็จะเกิดผลลบต่อการทำงาน

คนไทยคล้ายกับคนญี่ปุ่นอย่างหนึ่งในเรื่องจิตสำนึกชนชั้นและพฤติกรรมของคนไทยที่ว่า “การแสดงพฤติกรรมที่ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ” จะถูกอีกฝ่ายหนึ่งดูถูก หรือให้พูดตรงไปตรงมาอย่างหนึ่งก็คือ ความรู้สึกของคนไทยในการมองพิจารณาผู้อื่น มักดูว่าเขามีฐานะทางสังคมเหนือหรือด้อยกว่าตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความร่ำรวย เรื่องวุฒิการศึกษา หรือมาจากครอบครัวที่ดีหรือไม่ดี เป็นต้น

ใครที่ตั้งเป้าหมายอยากทำงานในบริษัทญี่ปุ่น หนังสือเล่มนี้จะทำให้เข้าใจการบริหารและวัฒนธรรมการทำงานของชาวญี่ปุ่น แล้วถ้าคุณมีโอกาส “รู้เขารู้เรา” ก็จะสร้างความสุขในการทำงานร่วมกันระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท