
บ้านแสนสงบของนายธนาคาร "วราธัช ตันติวรวงศ์"
มีโอกาสมาเยือนบ้านเดี่ยวหลังสงบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของพระราม 3
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
มีโอกาสมาเยือนบ้านเดี่ยวหลังสงบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของพระราม 3 ก็สัมผัสได้ถึงความสงบ อบอุ่น และเรียบง่าย เจ้าของบ้าน “ป๊อบวราธัช ตันติวรวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย มาคอยต้อนรับทีมงานและพาชมบ้าน พร้อมนั่งลงพูดคุยกัน
แต่เดิม “ป๊อบ วราธัช” อาศัยอยู่กับพ่อแม่ หลังจากแต่งงานแยกครอบครัวไปใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดมิเนียมโครงการหรูแหงหนึ่งย่านริมน้ำเจ้าพระยาได้ 2 ปี แต่เมื่อมีบุตรชายแล้ว ห้องชุดขนาด 110 ตารางเมตรดูแล้วเล็กเกินไป ทั้งคู่ก็กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ ระหว่างนั้นก็มองหาที่พำนักแห่งใหม่ที่เหมาะสมสำหรับทั้งตัวเองและลูกที่กำลังเติบโต
“เราไปสำรวจโครงการต่างๆ ทั้งคอนโดมิเนียมที่ใหญ่กว่าเดิม และบ้านเดี่ยวทั้งไกลและใกล้เมือง ทดสอบดูแล้วว่าการเดินทาง การใช้ชีวิตเหมาะสมไหม ต้องขับรถไกลแค่ไหน ในที่สุดก็ตกลงใจกับโครงการตรงนี้
การเลือกซื้อบ้านผมคำนึงถึงเรื่องทำเลเป็นอันดับแรก และเจ้าของโครงการตรงนี้ก็เป็นเพื่อนกับคุณพ่อพอดี จึงไว้วางใจ สเปกขนาดกว่า 60 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 550 ตารางเมตร มีสวนเล็กๆ ข้างบ้าน เหมาะเจาะ ตอนนี้ได้ราคาราวๆ 14 ล้านบาท ตกแต่งเพิ่มเติมในแบบที่เราชอบ อีกราวๆ 7 ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญครับ”
ปัจจุบันราคาประเมินพื้นที่ของบ้านหลังนี้ไม่รวมการตกแต่งพุ่งไปแตะที่ 17 ล้านบาท แบ่งเป็นห้องโถง ห้องรับประทานอาหาร ครัว ห้องนอนแขก ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูก รวม 3 ชั้น
“เราอยู่ที่นี่มาได้ปีกว่าแล้ว มันเป็นทำเลที่อยู่ระหว่างบ้านพ่อแม่ผม และพ่อแม่ภรรยา วันหยุดเสาร์อาทิตย์ สามารถเดินทางไปเยี่ยมได้อย่างสะดวก ที่สำคัญไม่ไกลจากที่ทำงานของผม ใช้เวลาเดินทาง 1520 นาทีเท่านั้น และไม่ไกลจากโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ซึ่งภรรยาไปส่งลูกทุกเช้าได้สบาย
บ้านหลังนี้ใกล้สาธารณูปโภคหลายอย่าง ทั้งห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงพยาบาล ฯลฯ ตอนเลือกผมเองก็คำนึงถึงฮวงจุ้ยเป็นสำคัญด้วย มีการแนะนำสิ่งต่างๆ จากซินแสที่สนิทกัน ปรับแก้ไปบางอย่าง และบ้านหลังนี้จะเห็นว่าเราใส่ใจเรื่องความศรัทธาด้วย เพราะผมมีเชื้อสายจีน ก็เชื่อในเรื่องเทพดิน เทพมนุษย์ และเทพสวรรค์ ก็มีพร้อมสรรพในจุดต่างๆ ของบ้าน”
นอกจากนั้น ความชอบส่วนตัวของ ป๊อบ วราธัช ยังสะท้อนชัดเจนจากชิ้นของสะสมและตกแต่งของเขาแต่ละมุม ทั้งผลงานภาพเขียน ภาพเทคนิคพิเศษ ตลอดจนประติมากรรมหลากรูปร่างและมากความหมาย
“เมื่อก่อนผมชอบที่จะเป็นคนทำงานศิลปะด้านเทคนิคพิเศษ เพิ่มมูลค่าชิ้นงานต่างๆ เพราะไม่ถนัดเรื่องการวาด พอมีบ้านของครอบครัว ชิ้นงานของศิลปินอาวุโสและมีชื่อหลายท่านก็มาจากเพื่อนพี่น้องบ้าง จากการสะสมเองบ้าง” ระหว่างที่เล่าเขาก็พาชมผลงานของอาจารย์สมชาย เถาทอง ประหยัด พงษ์ดำ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และพิชัย นิรันดร์ “นอกจากนั้นชิ้นสำคัญอันหนึ่งคือ ประติมากรรมลูกโลกกับนก 7 ตัว ที่ทำเป็นที่ระลึกทางเสรีภาพช่วงสงครามเย็น มีเพียง 3,000 ชิ้นในโลก ที่คุณพ่อคุณแม่ให้มาไว้ที่นี่
โดยปกติการดูแลบ้านเป็นหน้าที่ของภรรยา หลังตื่นนอนกินมื้อเช้ากันเสร็จ ผมก็ออกไปออฟฟิศธนาคารกสิกรไทย ส่วนภรรยาก็ออกไปส่งลูกที่โรงเรียนและกลับมาดูแลความเรียบร้อยในบ้าน พอช่วงสายๆ เขาก็ไปช่วยงานที่ออฟฟิศคุณพ่อของเขา ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับห้องเย็นและปลาป่น จากนั้นก็ไปรับลูกตอนเย็น กลับมาเจอกันที่บ้าน
วันศุกร์เขาก็มีเรียนดนตรี วันเสาร์มีติวภาษาอังกฤษ จีน และวิชาเสริมทักษะพิเศษเพิ่มที่โรงเรียน จากนั้นช่วงเย็นก็ไปเรียนคณิตศาสตร์ แล้วผมก็พาเขาไปว่ายน้ำด้วยกัน ส่วนวันอาทิตย์ก็พากันไปวัด บางทีก็วัดไทย บางทีก็วัดจีน และเราจะกินข้าวนอกบ้านกันในช่วงวันศุกร์อาทิตย์ แล้วแต่โอกาสครับ
ผมพยายามจะบาลานซ์เวลาทำงานกับครอบครัวให้ดีที่สุด ถึงบ้านเวลา 18.0018.30 น. กินข้าวเย็นด้วยกัน ลูกก็นั่งทำการบ้าน หรือซ้อมอีเล็กโทน หรืออาจจะพักผ่อนดูรายการทีวี การ์ตูน หรือซีรีส์เกาหลี แล้วแต่ช่วง บางทีวันธรรมดาถ้ามีงานพิเศษต้องไป อย่างงานศพ งานแต่ง หรืองานสำคัญอื่นๆ ก็ไปตามวาระ แต่บ้านเราไม่ค่อยมีโอกาสได้รับแขกเท่าไร เนื่องจากไม่ได้ทำกับข้าวกันเอง มีแต่แม่บ้าน มีเตาบาร์บีคิวอยู่อันหนึ่งที่สวน ซื้อมาวางตากแดดตากฝนจนเสียไปแล้ว (หัวเราะ) แต่อาจจะมีบ้างที่ไปเยี่ยมบ้านคนอื่น
สำหรับผมแล้ว ‘บ้าน’ คือสถานที่อยู่แล้วมีความสุข ที่รวมตัวของครอบครัว มีความสงบ และเป็นไปตามฝันของเรา ถ้าใครจะมีบ้านสักหลังเพื่อครอบครัว อย่าลืมที่จะใส่ใจในความต้องการของกันและกันในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่การเลือกซื้อ ไปจนช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันครับ”







