
ลดคาร์บอน ง่ายแค่เพียงคลิก
สมมติว่าคุณอยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ไปเท่าไหร่ คุณจะใช้วิธีการอะไรในการตรวจสอบ
โดย...โยธิน อยู่จงดี
สมมติว่าคุณอยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ไปเท่าไหร่ คุณจะใช้วิธีการอะไรในการตรวจสอบ หากเป็นคำถามเดียวกันเมื่อ 3-4 ปีก่อน คุณอาจจะต้องเสียเงินให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้ามาตรวจสอบ แต่เวลานี้เพียงแค่เราคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ แล้วกรอกข้อมูลสินค้าที่ผลิตขึ้นตามกระบวนการที่โปรแกรมกำหนด คุณก็จะทราบถึงปริมาณการใช้คาร์บอนตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้าชิ้นนั้นแล้ว ที่สำคัญโปรแกรมนี้ฟรี และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถหาใช้งานได้บนอินเทอร์เน็ต
คู่หูลดโลกร้อน
“ปัญหาของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ คือ อยากสร้างสินค้าที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนเหมือนกับผู้ผลิตรายใหญ่ แต่การทำอย่างนั้นได้จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้คำนวณด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการคำนวณตรงนี้ออกมา ดังนั้นคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จึงช่วยกันคิดค้นโปรแกรมขึ้นมา 2 ตัว
2 โปรแกรมก็คือ SEPE (Simple Environment Program for Enterprise) สำหรับคำนวณการใช้คาร์บอนทั้งวงจรชีวิตในสินค้าเบื้องต้น และโปรแกรม CFPack (Carbon Footprint + Packaging) เป็นโปรแกรมช่วยวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพรินต์ของบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษลูกฟูก พลาสติก แก้ว และอะลูมิเนียม ให้ผู้ใช้งานได้เห็นปริมาณการใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ในเบื้องต้น และสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลือกไปใช้วัสดุต่างๆ เพื่อให้เกิดข้อเปรียบเทียบได้ว่าถ้าเปลี่ยนไปใช้วัสดุรีไซเคิลชนิดอื่นๆ จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนได้มากน้อยแค่ไหน โดยไม่ต้องเสียเวลาในการผลิตแล้วค่อยวัดผลออกมา”
ดร.กิตตินันท์ อันนานนท์ นักวิจัยหน่วยวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เผยถึงที่มาที่ไปของการสร้างโปรแกรมช่วยลดคาร์บอน
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์คืออะไร
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าวงจรชีวิตที่ว่านี้คืออะไร ผู้ใช้สินค้าส่วนใหญ่อาจมีความเข้าใจแค่เพียงการใช้คาร์บอนในสินค้าจะเกิดขึ้นได้เฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น โดยคำนวณจากการปล่อยคาร์บอนเพียงในขั้นตอนการผลิตและระหว่างการใช้งาน แต่แท้จริงแล้วยังมีขั้นตอนการขนส่งและพลังงานที่ใช้ในการรีไซเคิลจนกลับไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ต้องนับรวมอยู่ในวงจรชีวิต เริ่มจากกระบวนการใช้พลังงานในการผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง การผลิต การใช้งาน ตลอดจนถึงพลังงานในการขนส่งและพลังงานที่นำไปใช้ในรีไซเคิล ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้ในการคำนวณที่เรียกว่า คาร์บอนฟุตพรินต์ ไม่ต่างจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในสิ่งมีชีวิต
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า นี่คือการตามรอยการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางสุดท้ายของการใช้งาน และเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หลังจากสินค้านั้นได้กลับไปอยู่ในรูปแบบวัตถุดิบตั้งต้นนั่นเอง จึงไม่จำเป็นต้องใช้คำนวณกับสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เสื้อผ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน สินค้าที่ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งกล้วยทอดหนึ่งถุงก็สามารถนำมาคำนวณหาคาร์บอน์ฟุตพรินต์ได้เช่นกัน โดยดูตั้งแต่การปลูกเก็บกล้วยว่าต้องใช้พลังงานไปเท่าไหร่ พลังงานที่ใช้ในขนส่ง พลังงานที่ใช้ในการทอด และพลังงานแฝงในต้นทุนอื่นๆ
คลิกจนกว่าจะพอใจ
เมื่อเราเข้าใจคำว่าวงจรชีวิตดีแล้ว การใช้งานโปรแกรมก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่เราเข้าไปที่เว็บไซต์ www2.mtec.or.th/sepe แล้วทำการลงทะเบียนกับทางเว็บไซต์ไม่กี่ขั้นตอน เราจะได้เข้าหน้าโปรแกรมเพื่อเลือกข้อมูลตามขั้นตอนที่โปรแกรมกำหนด ส่วนไหนที่ไม่ทราบ สามารถข้ามไปขั้นตอนต่อไปได้ เมื่อใส่ข้อมูลจนครบ เราก็จะได้ตัวเลขการใช้คาร์บอนตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้านั้นๆ หากเรามองว่ามีส่วนไหนที่สูงเกินไป สามารถลดได้เพียงกดกลับไปที่ขั้นตอนที่ต้องการและเปลี่ยนเป็นตัวเลือกอื่น เพื่อเปรียบเทียบผลที่ได้ เช่น การนำเข้าทางเครื่องบินนั้นสูงเกินไป ลองเปลี่ยนตัวเลือกเป็นทางเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่จะได้ต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า หรือดีที่สุดคือเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นจะช่วยลดการใช้คาร์บอนลงไปได้อีกเป็นต้น
สำหรับโปรแกรมอีกตัวหนึ่ง คือ CFPack สามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ www.thaigdn.net ลักษณะการใช้งานจะเป็นการใส่ตัวเลขขนาดบรรจุภัณฑ์และวัสดุที่ใช้ จากนั้นโปรแกรมจะคำนวณออกมาเป็นคาร์บอนฟุตพรินต์มาให้ ทำให้นักออกแบบสามารถคำนวณค่าการใช้คาร์บอนในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปได้เพื่อลดการใช้พลังงานสูงสุด
ดร.กิตตินันท์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมทั้งสองตัวนี้ว่า ไม่ได้เป็นโปรแกรมเพื่อการออกแบบ แต่เป็นโปรแกรมช่วยในการคำนวณการใช้คาร์บอนของผลิตภัณฑ์ทั้งรอบวงจรชีวิต ตั้งแต่การหาวัสดุที่นำมาใช้ พลังงานที่ใช้ในการขนส่ง การผลิต การส่งจำหน่ายสินค้า ไปจนถึงการนำไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ว่าใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ไปเท่าไหร่ ซึ่งโปรแกรมในลักษณะนี้มีใช้อยู่แล้วในระดับองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานที่มีการวิจัยในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพียงแต่นำเอามาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบโปรแกรมที่ใช้งานบนเว็บไซต์ให้ผู้ประกอบการได้นำมาคำนวณผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ช่วยให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกตัดสินใจใช้วัสดุทดแทนอื่นๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ดังนั้น การใช้งานจะต้องมีตัวเลือกคร่าวๆ ไว้ในใจก่อน เช่น แบบของผลิตภัณฑ์ ขนาดกว้างคูณยาว รายละเอียดการขนส่ง และการผลิตต่างๆ เพื่อให้โปรแกรมได้คำนวณการใช้คาร์บอนฟุตพรินต์ออกมาอย่างแม่นยำมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ซึ่งคงจะไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังคงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของฐานข้อมูลวัสดุและรูปแบบการผลิตต่างๆ ยังคงต้องปรับเพิ่มขึ้น หากจะให้สมบูรณ์อาจจะต้องมีการประสานกับบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ด้านนี้โดยตรง เพื่อพูดคุยกันเรื่องลิขสิทธิ์ฐานข้อมูลต่างๆ ที่นำมาใช้ในอนาคต
อนาคตของโปรแกรมลดคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“โครงการซอฟต์แวร์ประเมินความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพื่อรองรับตลาดสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco Product) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงต้องทำร่วมกับส่วนอื่นๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายที่เราคาดหวังไว้ลึกๆ คือ การได้เห็นสินค้าทุกชิ้นมีตัวเลขบอกปริมาณการใช้คาร์บอน ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ แต่การนำไปใช้งานอย่างจริงจังถึงระดับนั้นก็ต้องมีการพัฒนาฐานข้อมูลที่มีความแม่นยำมากขึ้น” ดร.กิตตินันท์ ให้ความเห็นถึงทิศทางการพัฒนาโปรแกรมในอนาคตที่ต้องใช้เงินทุนและความร่วมมือในหลายๆ ส่วนเพื่อให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโปรแกรมเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงต้องแก้ที่พฤติกรรมของพวกเราทุกคน รวมทั้งผู้ผลิตเองก็ควรใส่ใจในกระบวนการประหยัดพลังงานและหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากพวกเราพร้อมใจกัน จากเวลาที่ต้องใช้ฟื้นฟูธรรมชาตินับ 100 ปีจากนี้ก็อาจเหลือเพียงไม่กี่ถึง 20 ปีก็เป็นได้
&<2288;
&<2288;
&<2288;







