posttoday

อรชุมา ดุรงค์เดช กับชีวิตที่สมดุล

13 มีนาคม 2555

แม้จะยอมรับว่าแบกคำว่า “งาน” ไว้หนักอึ้งบนสองบ่า ด้วยการนั่งแท่นเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช ทู โอ ไฮโดร

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

แม้จะยอมรับว่าแบกคำว่า “งาน” ไว้หนักอึ้งบนสองบ่า ด้วยการนั่งแท่นเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช ทู โอ ไฮโดร บริษัทผู้นำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติระดับพรีเมียม ไอซ์แลนด์สปริง จากไอซ์แลนด์ ซึ่งต่อยอดธุรกิจของครอบครัวที่เธอนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) ธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับน้ำ อาทิ ผลิตเครื่องทำน้ำดื่ม เครื่องทำน้ำกรอง รวมทั้งให้คำปรึกษาทางด้านน้ำทั้งหมด แต่รอยยิ้มและความสดใสในตัว เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช ผู้บริหารหญิงคนเก่งวัย 33 ปี ก็ไม่เลือนหาย เพราะเธอยึดหลักบาลานซ์ด้านต่างๆ ในชีวิตให้สมดุล

หลังจากคว้าปริญญาตรีด้านบัญชีการเงิน และปริญญาโทจากโอ๊กแลนด์ ยูนิเวอร์ซิตี เจ้าตัวก็เลือกออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยการไปทำงานกับองค์กรเกี่ยวกับแบงก์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ทางบ้านจะเรียกตัวให้กลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้านกระทั่งเปิดธุรกิจส่วนตัวในที่สุด งานนี้ไม่ต้องลงรายละเอียดของงาน ก็เดาได้ไม่ยากว่าสาวเฟย์กับชีวิตที่ผูกติดกับตัวเลข คงต้องเผชิญกับสารพัดความเครียดอย่างไม่ต้องบรรยาย แต่ทว่าเจ้าตัวกลับกล่าวพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า ไม่รู้สึกเครียดหรือเบื่อกับตัวเลขแม้แต่น้อย เพราะทั้งหมดเป็นสิ่งที่เจ้าตัวรักและถนัด

อรชุมา ดุรงค์เดช กับชีวิตที่สมดุล

“เวลาเราทำสิ่งที่ถนัดก็จะรู้สึกและสนุก อยู่กับตัวเลขได้ทั้งวันทั้งคืนเหมือนกับคนที่ชอบทำงานศิลปะก็สามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันทั้งคืนเป็นเรื่องปกติ เหมือนเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันเราอยู่แล้วก็ไม่ได้เครียดอะไร แต่ถ้าให้เฟย์เปลี่ยนแนวไปวาดรูปนี่ไม่แน่ใจ อาจจะเครียดได้”

แม้จะโชคดีได้ทำงานที่ตัวเองรักและถนัด แต่ถ้าถามว่าตรงกับอาชีพที่ฝันไว้หรือไม่ สาวเฟย์เริ่มไม่แน่ใจ เพราะอาชีพในฝันของ ด.ญเฟย์ นั้นไม่ชัดเจน ต่างจากน้องสาว ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช ที่มีฝันชัดเจนตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนางงาม ขณะที่เฟย์กลับปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปเหมือนเป็นการเดินทางไปหาความฝัน ทำให้เมื่อยิ่งเรียนไปเรียนไปก็เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเราถนัดอะไรชอบอะไร

“โชคดีที่คุณพ่อเฟย์จะคอยแนะนำ คอยไกด์ว่าให้เรียนทางด้านนี้นะ ซึ่งก็โชคดีว่าสิ่งที่คุณพ่อชี้แนะตรงกับที่เราชอบด้วย คุณพ่อแนะนำว่าอยากให้เรียนเกี่ยวกับการเงิน บัญชี เพราะสำคัญสำหรับการทำธุรกิจ เหมือนเป็นแกนหลักเป็นกระดูกสันหลังที่ทำให้เราไปอยู่ในองค์กรไหนก็ได้ แถมยังเอาความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เรื่องการบริการเงินให้อยู่ในภาวะสมดุล”

แม้จะงานหนักรัดตัว แต่สาวเฟย์ก็ไม่ลืมใส่ใจดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของตัวเองเพื่อสร้างความสมดุลทั้งภายในและภายนอก โดยสาวเฟย์บอกว่าวิธีดูแลตัวเองนั้นไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยาก เพียงแต่เข้าใจตัวเองในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน ชีวิตรัก ชีวิตส่วนตัว แล้วบริหารจัดการมันอย่างสมดุล

“แต่ก่อนเราก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ร่างกายหนัก เพราะบ้างานมาก กลายเป็นคนที่เครียด นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง ร่างกายผอม แห้ง เหี่ยว โทรมจนต้องไปหาหมอ ซึ่งหมอก็แนะนำให้เรากินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลัง ถามว่ารู้มั้ยก็รู้นะ แต่ที่ผ่านมาเราไม่ทำ แต่การป่วยครั้งนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนให้เราหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ทำงานเกิน 10 หรือ 12 ชั่วโมง จะต้องนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง ต้องออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 4-5 วัน พร้อมกับดูแลจิตใจควบคู่ไปด้วย นั่นคือหมั่นสำรวจตัวเองว่าอยู่ในภาวะสมดุลหรือเปล่า คือเวลาที่เฟย์รู้สึกเครียด เฟย์จะย้อนกลับมาดูด้านต่างๆ ในชีวิตว่ามีส่วนไหนไม่สมดุล อะไรมากไปอะไรน้อยไป แล้วบริหารจัดการใหม่”

สำหรับไอดอลในใจสาวเก่งนั้น ในมุมของผู้ชายสาวเฟย์ยกให้คุณพ่อเป็นบุคคลต้นแบบ ที่เธอรู้สึกขอบคุณและชื่นชมมาก เพราะคุณพ่อเป็นคนทำงานเก่ง เป็นคนสอนหลักการหลายๆ อย่างในชีวิตการทำงานให้ แต่ในแง่ของความเป็นผู้หญิง เฟย์ยกให้คุณแม่เพราะเชื่อว่าคนใกล้ตัวคือคนที่สอนเราได้ดีที่สุด ส่วนแผนการในอนาคตนั้น เฟย์ไม่ขอวาดฝันไกล แต่ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีความสุขกับปัจจุบัน


 

 

ข่าวล่าสุด

“VISION” นิทรรศการศิลปะระดับโลก 15 ศิลปินดัง บุกสยามพารากอน!