
ถึงเวลา ไกล-ไลน์ ออกโรง
2สัปดาห์ก่อน โพสต์ทูเดย์เพิ่งจะนำเสนอรายงานเรื่องเทคโนโลยี “โกลไลน์”
โดย...นูโน่
2สัปดาห์ก่อน โพสต์ทูเดย์เพิ่งจะนำเสนอรายงานเรื่องเทคโนโลยี “โกลไลน์” (GoalLine) ที่เตรียมนำมาช่วยแก้ปัญหาความผิดพลาดราคาแพงในเกมฟุตบอล แต่ยังไม่ทันจะตัดสินรอบสุดท้าย ก็มีเสียงเรียกร้องดังขึ้นจากเหยื่อรายล่าสุดในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ถูกปฏิเสธประตูในเกมบุกไปเยือนโบลตัน ทั้งที่บอลผ่านเส้นไปแล้วเป็นฟุต ก่อนจบลงด้วยการปราชัย 12 และหล่นไปอยู่โซนหนีตกชั้น
“ใครจะรู้ นี่อาจจะเป็นความผิดพลาดราคาแพงแค่ไหน? จริงๆ แล้ว มาร์ติน แอตกินสัน เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินที่ดีคนหนึ่งของเราและการทำหน้าที่ของเขาก็โอเค แต่เขาดูแย่ในวันนี้เพราะผู้ช่วย” มาร์ก ฮิวส์ กุนซือคิวพีอาร์ กล่าว
ลูกโหม่งของ ฮิลล์ ข้ามเส้นประตูไปก่อนที่ อดัม บ็อกดาน ผู้รักษาประตูโบลตัน จะปัดออกมา แต่ บ็อก โพลล็อก ผู้กำกับเส้นมองไม่เห็นและไม่ให้เป็นประตูขึ้นนำ
“พวกเขาพลาดได้ไงกับลูกโหม่งของ คลินต์ ฮิลล์ ซึ่งผ่านเส้นประตูไปแล้ว ทุกคนในสนามก็เห็นว่าเป็นประตู คุณไม่ควรดูถูกความสำคัญของประตูแรกในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในเกมเยือน มันชี้เป็นชี้ตายและจะช่วยเพิ่มความมั่นใจเป็นกอง”
ถึงแม้ประตูตีเสมอของ ฌิบริล ซิสเซ จะได้รับประโยชน์จากจังหวะล้ำหน้าเล็กน้อย แต่ ฮิวส์ ก็อ้างว่า ผู้กำกับเส้นทั้งสองคนยังผิดพลาดต่อเนื่อง ทั้งจังหวะน่าจะได้จุดโทษและแฮนด์บอล
ขณะที่ โจอี บาร์ตัน กัปตันทีมคิวพีอาร์ เผยว่า รู้สึกเหมือนไม่สบายกับความพ่ายแพ้ในเกมนี้ พร้อมเรียกร้องให้นำเทคโนโลยีโกล-ไลน์มาใช้โดยเร็ว
“คงไปตำหนิกรรมการไม่ได้ มือของพวกเขาถูกมัดไว้ ผมอยากได้เทคโนโลยีโกลไลน์ตั้งแต่ตอนนี้ รู้สึกเหมือนคนป่วย” บาร์ตัน เขียนผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว
ความพ่ายแพ้ส่งให้ คิวพีอาร์ หล่นไปอยู่อันดับ 3 จากท้ายตารางแทน โบลตัน ที่แซงนำ 1 แต้ม และต้องดิ้นหนีตายหลังจาก โทนี เฟอร์นานเดส เจ้าของคนใหม่อัดฉีดงบให้ช็อปในตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
จากความผิดพลาดครั้งนี้ ยังทำให้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) รีบออกมาแถลงการณ์แสดงจุดยืนทันทีว่า ต้องการเห็นการนำเทคโนโลยีโกลไลน์ มาใช้ให้เร็วที่สุด หลังบอร์ดสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ได้ประชุมหารือเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว
ที่ประชุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้คัดเลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้จากผู้ส่งเข้าประกวด 8 ราย เหลือ 2 ราย คือ ระบบฮอว์ก อาย (HawkEye) ของอังกฤษ และโกลเรฟ (GoalRef) ของเยอรมนี ซึ่งจะนำมาทดลองใช้จริงตั้งแต่ตอนนี้ถึงเดือน มิ.ย. ก่อนจะตัดสินใจเลือกอันใดอันหนึ่งในเดือน ก.ค.
“มันคือก้าวสำคัญสำหรับพวกเรา แต่การทดสอบความล้มเหลวก็เป็นสิ่งสำคัญ มันต้องมีความแม่นยำ มิเช่นนั้นมันจะไม่มีประโยชน์” อเล็กซ์ ฮอร์น เลขาธิการทั่วไปของเอฟเอ กล่าว
สำหรับระบบฮอว์กอาย จะใช้กล้องติดตามมุมต่างๆ เพื่อจับภาพลูกบอล เหมือนอย่างที่ใช้อยู่ในกีฬาคริกเกตระดับนานาชาติและเทนนิสแกรนด์สแลม
ส่วน โกลเรฟ จะใช้การฝังชิปในลูกบอลและฝังสายเคเบิลอยู่ใต้สนามบริเวณกรอบเขตโทษและด้านหลังโกล เพื่อเป็นเซ็นเซอร์ในการระบุว่าบอลเข้าประตูหรือไม่
ไอเอฟเอบี เผยว่า อีก 6 ระบบ ถูกคัดออกหลังการทดสอบโดยนักวิทยาศาสตร์ในสวิตเซอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม ฮิวส์ ได้ออกมาตอบโต้เอฟเอว่า จังหวะการออกมาแถลงการณ์เรื่องนี้ของเอฟเอ เหมือนการออกมาสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง เพราะรู้ดีว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากแค่ไหนสำหรับความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้
“แน่นอน เทคโนโลยีโกล-ไลน์ ควรถูกนำมาใช้ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น สิ่งที่ต้องการคือการตัดสินที่ถูกต้องในวินาทีสำคัญ หากเราไม่ดีพอจะชนะ เราจะยอมรับ แต่นี่เราทุกคนกังขากับการตัดสินใจในจังหวะสำคัญว่ามันถูกต้องแล้วหรือ!” ฮิวส์ กล่าว
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ครั้งแรกของ โพลล็อก หลังจากเคยทำให้ แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือสเปอร์ส หัวเสียมาแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. ในเกมแพ้ สโตก 12
เกมนั้น เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ กองหน้าไก่เดือยทอง ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายจากตำแหน่งไม่ล้ำหน้าชัดเจน แต่กลับถูกให้เป็นลูกล้ำหน้าโดย โพลล็อก
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า เทคโนโลยี โกลไลน์ น่าจะถูกนำมาใช้ในศึกพรีเมียร์ลีกอย่างเร็วที่สุดฤดูกาลหน้า หลังทราบผลการตัดสินวันที่ 2 ก.ค. ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ผลจากเกมนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงอยากให้เร็วยิ่งกว่านั้น
พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี!!







