posttoday
3 ยอดขุนพล แผ่นดินเดือด (1)

3 ยอดขุนพล แผ่นดินเดือด (1)

11 มีนาคม 2555

พักจากเรื่องสมัยใหม่ มาฟังเรื่องราวของแดนอาทิตย์อุทัยในอดีตกันเสียหน่อยนะครับ

พักจากเรื่องสมัยใหม่ มาฟังเรื่องราวของแดนอาทิตย์อุทัยในอดีตกันเสียหน่อยนะครับ ผมขอพาพวกเราย้อนกลับไปสัก 450 ปี ในช่วงปีศักราชเทมมง! ถึงช่วงปีศักราชเอโรคุ"อันถือว่าเป็นปลายยุคการปกครองของสำนักมุโรมะจิ

ด้วยสงครามกลางเมืองที่ต่อเนื่องมายาวนาน ทำให้เสถียรภาพความมั่นคงของการปกครองของโชกุนเสื่อมอำนาจลงอย่างมาก ซ้ำร้ายการบริหารประเทศยังถูกควบคุมโดยพวกหวังแต่ประโยชน์มุ่งเลี้ยงพวกพ้องตน เช่น พวกกลุ่มมิโยชิ 3 คน ส่งผลให้เจ้าแคว้นหัวเมืองใหญ่น้อยมีท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อศูนย์กลางอำนาจ เกิดการแย่งชิงพื้นที่ทำกินจากแว่นแคว้นใกล้เคียง เป็นสงครามลุกลามไปทั่วทุกหัวระแหงแขวงเมือง ไพร่ ข้า ชาวนา พ่อค้า ต่างก็เดือดร้อนอัตคัดขัดสนอดๆ อยากๆ เป็นช่วงแห่งมิคสัญญีกาลโดยแท้

ปีเทมมงที่ 3 ตรงกับปี ค.ศ. 1534 ที่ปราสาทนาโกยะ ทารกน้อยคิจิโฮชิได้ถือกำเนิดขึ้นในตำแหน่งทายาทแห่งแคว้นโอวาริ'ตามตำนานเล่าว่า คิจิโฮชิเป็นเด็กที่แข็งแรงมาก อีกทั้งยังเป็นเด็กที่กินจุมาก ถึงขนาดต้องใช้แม่นมถึง 3 คน คอยผลัดเวรกันป้อนนมให้ทัน จึงจะเพียงพอกับความต้องการของทารกน้อย

วันคืนผ่านไป ด้วยการเลี้ยงดูทนุถนอมมาเป็นอย่างดี คิจิโฮชิเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม แต่ก็มีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากชนชั้นนักรบชั้นสูงทั่วไป คือ ถึงแม้จะเป็นถึงผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าแคว้น แต่ก็ชอบคลุกคลีตีโมงกับพวกชาวบ้านอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว มีความแก่นแก้วจนบางครั้งก็สร้างเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับท่านเจ้าแคว้นอยู่บ่อยๆ ถึงขนาดได้รับฉายานามว่า “ตัวแสบแห่งแคว้นโอวาริ”(และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของคิจิโฮชิก็คือ เขามีความหลงใหลในปืนไฟเป็นอย่างมาก

3 ยอดขุนพล แผ่นดินเดือด (1)

 

ปีเทมมงที่ 15 ได้รับชื่อใหม่ให้เป็น โอดะคาซึสะโนะสึเกะ โนบุนากะ หรือเรียกอย่างย่อว่า โอดะ โนบุนากะ และ 2 ปีหลังจากนั้น ด้วยการเจรจาสงบศึกระหว่าง 2 แคว้น โนบุนากะก็ได้แต่งงานกับโนฮิเมะ บุตรสาวของ ไซโตโดซัน เจ้าแคว้นมิโน คู่อริเก่าของตระกูลโอดะ ปีเทมมงที่ 18 โดซันผู้เป็นพ่อตานึกอยากเจอกับลูกเขยที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแสบ จึงได้จัดการนัดพบกันขึ้นที่ริมแม่น้ำคิโสะ อันเป็นแนวเขตแดนระหว่างแคว้นโอวาริและแคว้นมิโน ที่วัดโชโตกุ ในคราวนั้น เกร็ดตำนานเล่าไว้ว่า โดซันรีบรุดให้ไปถึงที่ก่อนเวลานัดหมาย เพื่อซุ่มดูเจ้าตัวแสบผู้เป็นลูกเขย เมื่อถึงเวลานัด ภาพของโนบุนากะที่ปรากฏแก่สายตาของโดซันคือ ชายหนุ่มรูปงามที่ปล่อยเสื้อเปลือยไหล่หนึ่งข้าง พันรอบเอวด้วยเชือกฟางควั่นไว้หลายต่อหลายชั้น มีหินเหล็กไฟและน้ำเต้า (เหล้า) ห้อยแกว่งไกวไปมาควบม้าย่างเหยาะ ดูเหมือนกับว่าไม่ยี่หระต่อการพบกันในครั้งนี้เท่าไหร่ แต่ที่โดซันให้รู้สึกประหลาดใจนั้นก็คือ กองทหารติดตามของโนบุนากะ ที่มีทั้งพลหอก พลธนู และพลปืนไฟที่เคลื่อนที่ติดตามได้อย่างว่องไวและมีระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก แล้วเมื่อโดซันคิดเปรียบเทียบกับผู้ติดตามของตนแล้ว ก็ให้รู้สึกขายหน้ายิ่งนัก การพบปะของพ่อตากับลูกเขยในครั้งนั้นกินเวลาเพียงไม่นานนัก และเมื่อทั้งคู่แยกย้ายกันแล้ว หนึ่งในผู้ติดตามของโดซันก็ตำหนิการแสดงออกของโนบุนากะต่อโดซันว่า “โนบุนากะนี้ ก็ยังคงเป็นแค่เพียงไอ้ตัวแสบเท่านั้นแหละนะขอรับนายท่าน” เมื่อโดซันได้ยินดังนั้นจึงพูดสวนออกไปว่า “โนบุนากะไม่ได้เป็นเพียงตัวแสบบ้าบออย่างที่เจ้าคิด ต่อให้ลูกหลานเราคงเทียบได้เพียงแค่คนจูงม้าของโนบุนากะเท่านั้น” นี่คือทัศนคติที่โดซันมีต่อลูกเขย

ปีเทมมงที่ 23 กองทัพของอิมากาวะ โยชิโมโต ที่เพิ่งตีปราสาทชิเงะฮาระ แตกมา ได้มุ่งหน้ารุกคืบต่อมายังปราสาทโอะงาวะ ระหว่างทางได้ตั้งป้อมขึ้นที่มุราคิ ตอนนั้น มิซึโน ทาดะวาเกะ  ได้ขอกำลังทหารเข้าร่วมตีกระหนาบเพื่อหยุดยั้งกองทัพของอิมากาวะไปที่ตระกูลโอดะ ดังนั้นโนบุนากะจึงได้วางแผนนำกองทัพออกทางทะเลอ้อมย้อนกลับเพื่อตลบหลังป้อมมุราคิของอิมากาวะ และระหว่างนั้นโนบุนากะได้ขอกำลังสนับสนุนเพิ่มจากโดซันผู้เป็นพ่อตา

เดือน 1 วันที่ 18 โดซันได้มอบหมายให้ อันโด โมรินาริ นำกำลัง 1,000 นาย มุ่งรุดเข้าช่วยเหลือ เพียงแค่ 2 วัน ทัพของอันโดก็ถึงยังแคว้นโอวาริ และตั้งค่ายขึ้นที่ด้านใต้ของปราสาทนาโกยะ ก่อนวันออกทัพเพียง 1 วัน พี่น้องฮายาชิ ผู้รับใช้ตระกูลโอดะได้ขอถอนตัวจากการร่วมศึก โนบุนากะก็มิได้ใส่ใจ แม้ว่ากำลังทหารจะลดลงหรือต้องวางแผนการทัพใหม่ ยังคงออกทัพตามกำหนด แล้วไปตั้งค่ายที่อาซึตะ เพื่อเตรียมออกทะเล

เช้ารุ่งขึ้น ท้องทะเลลมแรงคลื่นปั่นป่วน นายท้ายและกะลาสีต่างก็ทัดทานเรื่องการออกทัพ แต่โนบุนากะก็บอกว่า “คลื่นลมแบบนี้ก็เหมือนกับเมื่อครั้งที่โยชิซึเนะ ได้คลื่นลมช่วยให้รุกกลับมาชนะคาชิวาระ คาเงะโตกิ  พวกเจ้าจงมั่นใจแล้วออกเรือตามกำหนดเถิด” แล้วกองเรือของโนบุนากะเดินทางถึงฝั่งห่างจากปราสาทโอะงาวะเพียง 20 ลี้อย่างปลอดภัย คืนนั้นทัพของโนบุนากะพักแรมกลางทุ่ง ก่อนจะนำกำลังเข้าปราสาทโอะงาวะในวันถัดมา ที่ปราสาทโอะงาวะ โนบุนากะได้ร่วมกับมิซึโน โนบุโมโต  วางแผนการรบ ลักษณะของป้อมมุราคิ ด้านเหนือเป็นเนินสูง แล้วมีด้านตะวันออกเป็นประตูหลัก ด้านตะวันตกเป็นประตูรอง ส่วนทางด้านใต้มีแนวคูขนาดใหญ่เป็นอุปสรรค

เดือน 1 วันที่ 24 กำหนดนัดหมายโจมตีจะเริ่มขึ้นในตอนย่ำรุ่ง ยามมะโรง (ราว 8 โมงเช้า) กองกำลังทั้งหมดแยกเข้าบุกตีเป็น 3 ด้าน ด้านทิศตะวันออก ให้มิซึโน ทาดะวาเกะ รุกเข้าทางประตูหลัก แล้วให้โอดะ โนบุมิซึ  ผู้อาปิดทางหนีที่ทิศตะวันตก ส่วนตัวโนบุนากะจะเข้าตีจากทางด้านใต้ ทางด้านใต้นี้มีแนวตั้งรับจากทางอิมากาวะ เป็นทางบีบแคบ 3 ช่วง ตรงนี้โนบุนากะใช้ปืนไฟเบิกทาง แล้วให้หน่วยทหารเร็วปีนผ่านแนวคู เร่งรุกเข้ายึดปืนใหญ่ของฝ่ายอิมากาวะมาใช้โจมตีกลับที่พวกอิมากาวะ

ทหารของโนบุนากะเข้ารุกไล่ด้วยใจที่ฮึกเหิม ฟาดฟันทหารฝ่ายอิมากาวะบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แล้วยังมีอีกไม่น้อยที่ขอยอมจำนน เพียงยังไม่ทันที่ฟ้าจะมืด ราวปลายยามวอก (ราว 4 โมงเย็น) ป้อมมารุคิของอิมากาวะก็แตกพ่ายให้กับแผนการศึกของโนบุนากะ ในศึกครั้งนี้ว่ากันว่า ถึงแม้จะเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างรวดเร็ว แต่โนบุนากะก็ต้องแลกด้วยการสูญเสียไพร่พลไปในจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังเสร็จศึกเพียง 1 วัน โอดะ โนบุนากะ ก็ได้จัดการอวยรางวัลให้กับกองทหารของอันโด แล้วเลี้ยงส่งกลับแคว้นมิโน เมื่ออันโดกลับถึงแคว้นตนแล้ว ได้รายงานสั้นๆ ต่อโดซันเพียงว่า “ช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัว เรามีวายร้ายอยู่ที่ข้างตัวแล้ว”

(อ่านต่อฉบับหน้า)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท