
ความสวัสดี...แบบอย่างชีวิตจากอาจารป๋วย
“เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญาเรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ”
โดย...ชัยยศ ยโสธโร
“เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญาเรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ”
พวกเราหลายท่านคงคุ้นเคยกันดีกับพระธรรมบทข้างต้น และหากใครได้อ่าน “คุณภาพแห่งชีวิตปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” งานเขียนของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ก็จะพบว่าธรรมบทนี้ คือบทสรุปในส่วนท้ายของเนื้อหา หากพวกเราได้อ่านงานเขียนนี้ก็จะพบความสวัสดีที่สะท้อนผ่านแบบแผนคุณภาพชีวิต คุณภาพสังคมที่พึงมีและพึงเป็นในทุกสังคม และที่สำคัญสะท้อนคุณภาพจิตใจ ตัวตนของอาจารย์ป๋วยที่ควรค่าแก่การเป็นแบบอย่างชีวิตอันดีงามของสุภาพชนทุกท่าน
งานเขียน “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินฯ” เริ่มต้นปฏิทินชีวิตนับตั้งแต่บริบทชีวิตเราในฐานะตัวอ่อนมนุษย์ที่อยู่ในท้องแม่ที่พึงได้รับการดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและใจ การมีครอบครัวที่พ่อแม่มีความพร้อมทั้งในด้านวัยวุฒิและฐานะ และเมื่อเราเติบโตขึ้น คุณภาพชีวิตควรได้รับการเติมเต็มผ่านสถาบันการศึกษา โอกาสทางสังคมในการศึกษาเล่าเรียน และโอกาสทางเศรษฐกิจจากการได้ทำงานที่มีคุณค่า มีความหมาย ต่อตนเองและสังคม อาจารย์ป๋วยแสดงความหวังในเรื่องนี้ว่า
“บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่ จะต้องมีขื่อมีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวนาชาวไร่ ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีทำกินแบบใหม่ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมควรจะมีหุ้นส่วนในโรงงาน บริษัทห้างร้านที่ผมทำอยู่ เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้หรือได้ แต่ไม่ดี ผมจะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือสโมสร หรือสหภาพจะได้ช่วยซึ่งกันและกัน”
ความหวังเช่นนี้ต้องอาศัยบทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารประเทศทั้งในส่วนข้าราชการประจำและการเมือง น่าสนใจอย่างมากที่พระธรรมบทในตอนท้าย อาจารย์ป๋วยเลือกหยิบเนื้อหาพระธรรมบทที่เตือนสติในประเด็นเรื่อง “ความสำเร็จอินทรีย์และความเสียสละ” ความสำเร็จอินทรีย์ ความหมายสำคัญคือ การรู้ประมาณในการบริโภค (อุปโภค) เนื่องเพราะการบริโภคเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำร้ายสังคมโดยรวม เนื่องเพราะความโลภที่ก่อให้เกิดการแย่งชิงและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่ความเสียสละคือคุณธรรมสำคัญของการแบ่งปัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ด้อยกว่า
“ความหวังแห่งชีวิต...” อาจารย์ป๋วยยังได้สะท้อนคุณภาพชีวิตและสังคมที่ให้ความสำคัญกับมิติชีวิต ด้านศิลปวัฒนธรรม สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม มนุษย์ต้องการความมีคุณค่า ความมีสำนึกการมีตัวตนในชุมชนผ่านวัฒนธรรมประเพณี เทศกาลสำคัญตามประเพณี ความบันเทิงจากการได้พักผ่อนหย่อนใจจากศิลปะ สวนสาธารณะ อากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกันนี้อาจารย์ป๋วยยังมองเห็นถึงสัจจะของชีวิตในเรื่องความตาย
“เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆ อย่างบ้าๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ”
คุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนจึงควรรวมถึงการที่แต่ละคนควรได้รับโอกาสของชีวิตในการ “ตายดี” อาจารย์ป๋วยอาจไม่ได้ให้นิยามความหมายโดยตรงว่าตายดีคืออย่างไร แต่ได้ให้ภาพของเงื่อนไขชีวิตขั้นต่ำที่ทุกคนในฐานะประชาชนไม่พึงประสบความตายที่ไร้คุณค่า ไร้ความหมาย เพราะความโง่เขลาของผู้อื่นจากการตกเป็นเหยื่อของปัญหาความรุนแรงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
ความหวังในคุณภาพชีวิตที่อาจารย์ป๋วยปรารถนาและเรียกร้องให้เกิดขึ้น อาจารย์ป๋วยมิได้เรียกร้องเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังได้เสนอความรับผิดชอบที่ประชาชนในฐานะพลเมืองพึงมีแก่สังคม แก่รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศด้วย โดยผ่านการเสียภาษีอากร “เรื่องที่ผมเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ” สิ่งที่งานเขียนนี้มีความล้ำยุคสมัยด้วยคือ แนวคิดเรื่อง “ภาษีมรดก” เพื่อป้องกันการสะสมทุนและกระจายรายได้ ผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้กับสังคมโดยรวม
นอกเหนือจากความรู้สึกประทับใจและความชื่นชมในวิสัยทัศน์ของอาจารย์ป๋วย สิ่งที่ประทับใจด้วยคือ ความงดงามของภาษา การใช้ถ้อยคำ ข้อความที่เรียบง่ายและสื่อท่าทีของความอ่อนน้อมถ่อมตน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ผู้เขียนเชื่อว่าศิลปะสื่อตัวตนของศิลปินเช่นใด ผลงานก็สื่อภาพสะท้อนของผู้สร้างเช่นนั้น งานเขียน “ความหวังแห่งชีวิตปฏิทินแห่งความหวังฯ” ก็สะท้อนคุณภาพจิตใจ ตัวตนของอาจารย์ป๋วยที่บ่งบอกความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงความเคารพต่อคุณค่าชีวิต การให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างเป็นองค์รวม ทั้งด้านสุขอนามัย ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม
อาจารย์ป๋วยเน้นย้ำว่า สำหรับการสร้างสังคมที่พึงปรารถนานั้น ท่านเน้นที่คุณธรรมสำคัญ 4 ประการ คือ มีสมรรถภาพ มีเสรีภาพ มีความชอบธรรม และมีความเมตตากรุณา คุณสมบัติภายในจึงเป็นเรื่องที่อาจารย์ป๋วยเน้นย้ำถึง คุณภาพภายในจากมิติด้านการรู้คิด คือ การมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการนึกคิด ทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้อมกับคุณภาพภายในในมิติด้านจิตใจ คือ การมีความเคารพในเสรีภาพ การมีความชอบธรรมในฐานะการมีจริยธรรม และความมีเมตตากรุณา น่าสนใจว่าหลักการ “ความจริง ความดี และความงาม” ได้ถูกถอดรหัสเป็นรูปธรรมเชิงปฏิบัติ
ในโอกาสรำลึก 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จึงเป็นโอกาสอันดีในการรำลึกปูชนียบุคคล งานเขียนของท่านสะท้อนความเป็นกัลยาณมิตรที่ควรค่าแก่การศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่าง







