
บ้าน...ของผู้ป่วยสมองเสื่อม
เมื่อผู้สูงวัยในบ้านความจำเริ่มเสื่อม คุณต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเตรียมบ้านให้ปลอดภัย
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เมื่อผู้สูงวัยในบ้านความจำเริ่มเสื่อม คุณต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเตรียมบ้านให้ปลอดภัย อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อความแน่นหนา อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ง่ายมากในผู้ป่วยสมองเสื่อม เนื่องจากความสามารถของสมองที่ลดลง ทำให้ความระมัดระวังตัวลดลง ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมควรสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และต้องหมั่นตรวจตราดูแลบริเวณบ้าน ให้ปราศจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยอยู่เสมอ
บ้านของผู้ป่วยสมองเสื่อม
บ้านของผู้ป่วยสมองเสื่อมควรเป็นอย่างไร สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมประเทศไทย มีเคล็ด (ไม่) ลับสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม มาแนะนำกัน
1.ติดตั้งกลอน หรือตัวล็อก ที่ประตูและหน้าต่างทุกบาน โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะพยายามหนีออกจากบ้าน แต่ไม่ควรติดกลอน หรือตัวล็อกที่ประตูห้องน้ำ เพื่อป้องกันการที่ผู้ป่วยเกิดอุบัติเหตุ ปิดล็อกขังตัวเองไว้ในห้องน้ำแล้วไม่สามารถออกมาได้
2.ตู้ในครัว หรือตู้บานอื่นๆ ที่เก็บน้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีอื่นๆ ควรติดกุญแจ หรือใช้ตัวล็อกให้แน่น ถ้าเป็นไปได้ควรพรางกุญแจไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยสังเกตได้ง่าย
3.เขียนฉลากกำกับขวดยา และเก็บไว้ในตู้ที่ล็อกมิดชิด
4.อย่าลืมเก็บมีด ของมีคมต่างๆ ไฟแช็ก ไม้ขีดไฟ และปืนไว้ในที่มิดชิดและปลอดภัย
5.ไม่ควรปล่อยบ้านให้รกรุงรัง ไม่วางผ้าขี้ริ้วหรือสิ่งต่างๆ ที่พื้น เพราะอาจทำให้สะดุดหกล้มได้ หากในบ้านที่มีเด็กเล็ก ควรเก็บของเล่นต่างๆ ให้เป็นระเบียบ
6.ตรวจสอบให้แน่ใจว่า มีไฟส่องสว่างเพียงพอทั้งด้านนอกและในบ้าน
7.อาจติดตั้งตัวหัวล็อกแก๊ส ปลั๊กไฟแบบตั้งเวลาปิดเองได้สำหรับเตาไฟฟ้า หรือไมโครเวฟในครัว เพื่อป้องกันการถูกไฟลวก หรือไฟไหม้
ระวังอย่าให้หลงออกไปนอกบ้าน
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมให้ปลอดภัย ยังหมายรวมถึงการดูแลผู้ป่วยไม่ให้เดินออกไปจากบ้านแล้วพลัดหลง สมาคมมีข้อแนะนำว่า ผู้ป่วยสมองเสื่อมมีแนวโน้มที่จะกลับบ้านไม่ถูก เพราะการรับรู้เรื่องเวลาสถานที่น้อยลง หลายคนมีปัญหานอนไม่หลับ มักพยายามออกจากบ้านในตอนกลางคืน
1.ดูให้แน่ใจว่า ผู้ป่วยมีสิ่งที่สามารถบอกได้ว่า เขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน จะติดต่อญาติหรือผู้ดูแลอย่างไร เช่น เขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้ที่บริเวณชายเสื้อด้านใส หรือคอเสื้อของผู้ป่วย ใส่บัตรติดตัวผู้ป่วยไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง ไม่ควรใส่บัตรไว้ในกระเป๋าเงินเพราะอาจถูกหยิบหรือสูญหายได้
อาจพิจารณาให้สวมใส่ป้ายผู้ดูแลและเบอร์โทร.ที่ติดต่อได้ เพื่อว่าเมื่อผู้ป่วยพลัดหลงและไม่สามารถสื่อสารให้บุคคลอื่นเข้าใจได้ ข้อมือหรือสร้อยควรทำจากวัสดุที่ราคาไม่แพง เช่น สเตนเลส
2.เก็บภาพถ่ายปัจจุบันของผู้ป่วยไว้ ในกรณีที่ใส่ฟันปลอม ควรมีรูปถ่ายของผู้ป่วยทั้งขณะสวมและไม่สวมฟันปลอม อัดวิดีโอเทปไว้ก็ควรทำ สิ่งเหล่านี้ควรมีการทำไว้เป็นระยะ อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือทุก 1 ปี เพราะลักษณะภายนอกของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงได้
3.ปิดล็อกประตูตลอดเวลาในเวลากลางคืน อาจเพิ่มกลอนที่ผู้ป่วยไม่สามารถเปิดเองได้ด้านบนของประตู ในบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนกุญแจใหม่ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยสามารถไขได้
ขอบคุณข้อมูล : พิศมัย อานัญจวณิชย์ และ พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์







